สอนลูกให้รู้เท่าทันเทคโนโลยี

สอนลูกให้รู้เท่าทันเทคโนโลยีการรู้เท่าทันเทคโนโลยี คือ การรู้จักเทคโนโลยีตามความเป็นจริงทั้งคุณและโทษ เป็นความสามารถในการเลือกและใช้เทคโนโลยีด้านต่างๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การทำงาน การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และมีคุณธรรม สาระสำคัญของการศึกษาเทคโนโลยี จึงมิใช่แค่การรู้จักทำและรู้จักใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ แต่อยู่ที่การพัฒนาความใฝ่สร้างสรรค์ ความคิดสร้างสรรค์ และฝีมือสร้างสรรค์ ใฝ่ปรารถนาที่จะแก้ปัญหาและทำให้เกิดประโยชน์สุขแก่ชีวิตและสังคม เพียรพยายามนำเอาความรู้มาจัดสรรประดิษฐ์นวัตกรรมที่จะให้ประโยชน์สุขที่แท้จริง ที่เกื้อกูลแก่ชีวิต สังคม และระบบความสัมพันธ์ของธรรมชาติทั้งหมด

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องภัยจากเครื่องดื่ม

สอนลูกเรื่องภัยจากเครื่องดื่ม

ภัยจากเครื่องดื่ม (Danger of beverages) หมายถึง อันตราย สารพิษ สิ่งสกปรก หรือสิ่งปลอมปนที่เจือปนอยู่ในสิ่งที่ใช้สำหรับดื่มซึ่งมีน้ำเป็นส่วนผสมหลัก เพราะ ปัจจุบันในสังคมไทยนิยมดื่มเครื่องดื่มกันแพร่หลายทั้งในกลุ่มผู้ใหญ่และเด็ก เครื่องดื่มที่จัดทำขึ้นจะมีความแตกต่างกันทั้งส่วนผสมกับน้ำ และสิ่งบรรจุภัณฑ์ เครื่องดื่มเหล่านั้นจัดจำหน่ายในร้านค้าสะดวกซื้อที่จัดแช่ในตู้แช่เย็นและไม่แช่ จำหน่ายโดยนำใส่ยานพาหนะและแช่น้ำแข็งขายเร่ไปตามสถานที่ต่างๆ ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเด็กที่เป็นผู้บริโภคคือ การติดเชื้อโรคจากเครื่องดื่มที่ไม่สะอาด การรับน้ำหวานและส่วนผสมในเครื่องดื่มที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย จึงเป็นเรื่องที่พ่อแม่และครูควรให้ความสนใจที่จะอบรมเลี้ยงดูให้แก่เด็กก่อนวัยเรียนเพื่อป้องกันภัยที่เกิดจากเครื่องดื่ม

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

โรคย้ำคิดย้ำทำ

โรคย้ำคิดย้ำทำ

เด็กทุกคนย่อมมีความกังวลใจ หรือความวิตกกังวลต่างๆ ในใจ แต่เด็กที่มีอาการของโรคย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive-compulsive disorder) หรือที่เรียกโดยย่อว่า “โอซีดี” (OCD) จะไม่สามารถหยุดความกังวลของพวกเขาได้แม้ว่าจะต้องการหยุดสักแค่ไหนก็ตาม ความวิตกกังวลเหล่านั้นมักจะผลักดันให้เด็กตอบสนองด้วยพฤติกรรมบางอย่างที่เฉพาะเจาะจงและซ้ำไปซ้ำมา เนื่องจากโรคย้ำคิดย้ำทำเป็นอาการอย่างหนึ่งของความผิดปกติทางอารมณ์และความกังวล เด็กที่มีอาการของโรคย้ำคิดย้ำทำจะหมกมุ่นอยู่กับความคิดที่บางครั้งอาจเป็นอันตราย เป็นสิ่งผิด ไม่สมควร หรือความคิดในแง่ลบว่าสิ่งร้ายๆ จะเกิดขึ้น ด้วยอาการของโรคย้ำคิดย้ำทำ ทำให้เด็กเกิดความคิดที่ทำให้ผิดหวัง เสียใจ หรือหวาดกลัว ที่เรียกกันว่าเป็นความหมกมุ่น เด็กอาจกังวลกับเรื่องแม้เพียงเล็กๆ น้อยๆ เช่น การไม่อยู่ในกฎระเบียบที่ถูกต้องเสมอ หรือกังวลกลัวของหาย หรือให้ความสนใจเก็บสะสมของที่คนอื่นอาจะไม่เห็นว่ามีประโยชน์อะไรเลย ในบางกรณีเด็กอาจมีความรู้สึกต้องการที่จะทำอะไรซ้ำๆ จนแทบจะเรียกได้ว่าทำเป็นพิธีกรรม เพื่อจะลบความกลัวและความกังวลต่างๆ ออกไป และเพื่อจะได้รู้สึกปลอดภัยจากการกระทำที่ซ้ำๆ และเป็นแบบแผน

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

โรคดื้อ

โรคดื้อ

เด็กทุกคนย่อมดื้อบ้างเป็นธรรมดา แต่หากลูกมีอารมณ์เกรี้ยวกราด ชอบเถียง โกรธง่าย และมีพฤติกรรมรุนแรงต่อพ่อแม่หรือผู้ใหญ่เป็นประจำ เขาอาจเป็นโรคดื้อและต่อต้าน (Oppositional Defiant Disorder) หรือที่เรียกว่า โอดีดี (ODD) เป็นความผิดปกติที่พบได้ในเด็ก ซึ่งคู่มือการวินิจฉัยและสถิติสำหรับความผิดปกติทางจิต (Diagnostic and Statistical Manual of Mental Disorders) จัดทำโดยสมาคมจิตเวชศาสตร์สหรัฐอเมริกาได้ให้นิยามว่า “เป็นรูปแบบพฤติกรรมต่อเนื่องของการไม่เชื่อฟังที่แสดงออกด้วยอารมณ์โกรธเป็นหลัก รวมไปถึงการทำตนเป็นปรปักษ์และดื้อด้านต่อผู้ใหญ่เป็นประจำในระดับที่มากเกินกว่าเด็กปกติทั่วไป เด็กที่มีความผิดปกติดังกล่าวดูภายนอกแล้วจะเป็นเด็กที่ดื้อมากและโกรธง่าย”

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เรกจิโอ-เอมิเลีย

เรกจิโอ เอมิเลีย

การจัดกิจกรรมโดยใช้นวัตกรรมตามแนวคิดเรกจิโอ เอมิเลีย (Reggio Emilia) เป็นการเน้นทักษะกระบวนการทางความคิด การวางแผน และการคาดคะเนคำตอบ โดยเด็กเป็นผู้ลงมือปฏิบัติ เพื่อหาสิ่งที่เด็กมีความต้องการที่จะเรียนรู้ในสิ่งต่างๆ ที่ตนเองเกิดความสนใจผ่านงานศิลปะ นวัตกรรมตามแนวคิดเรกจิโอ เอมิเลีย (Reggio Emilia) นี้ เมื่อนำมาใช้ในการจัดกิจกรรมจะเป็นการช่วยให้การเรียนรู้เกิดขึ้นในเด็ก เด็กจะได้เรียนรู้ตามความต้องการของตัวเอง ส่งผลต่อการเรียนรู้ และซึมซับความรู้ที่หลากหลายจากสิ่งรอบตัว เด็กจะได้เรียนรู้อย่างลุ่มลึกจากเรื่องที่เด็กได้ร่วมกันกำหนดขึ้น นับว่าเป็นสิ่งที่เด็กได้เรียนรู้อย่างต่อเนื่องไม่มีขีดจำกัดทางความคิด โดยครูและผู้ปกครองจะต้องมีพื้นฐานความเชื่อว่า เด็กทุกคนมีศักยภาพในตนเอง ซึ่งเราจะทำอย่างไรถึงจะสามารถดึงศักยภาพที่มีอยู่ภายในตัวเด็กออกมาได้อย่างเต็มที่ และมองความแตกต่างของแต่ละบุคคลเป็นศักยภาพที่สามารถงอกงาม และเติมเต็มซึ่งกันและกันได้

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกให้มีทักษะชีวิต

สอนลูกให้มีทักษะชีวิต

ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต (Life skills) หมายถึง ความสามารถในการนำกระบวนการต่างๆ ไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทำงาน และการอยู่ร่วมกันในสังคม ด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหา และความขัดแย้งต่างๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องโบราณสถานและโบราณวัตถุ

สอนลูกเรื่องโบราณสถานและโบราณวัตถุ

โบราณสถาน (Archaeological Site ) หมายถึง อสังหาริมทรัพย์ซึ่งโดยอายุหรือโดยลักษณะแห่งการก่อสร้าง หรือโดยหลักฐานเกี่ยวกับประวัติของอสังหาริมทรัพย์นั้น เป็นประโยชน์ในทางศิลปะ ประวัติศาสตร์ หรือโบราณคดี รวมถึงสถานที่ที่เป็นแหล่งโบราณคดี ทั้งนี้รวมถึงสถานที่ที่เป็น แหล่งโบราณคดี แหล่งประวัติศาสตร์ และอุทยานประวัติศาสตร์ ตัวอย่างโบราณสถาน เช่น วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม กระทรวงศึกษาธิการ ( วังจันทรเกษม) สำนักงานตรวจบัญชีกองทัพบก สถานีวิทยุศาลาแดง สถานีตำรวจนครบาลมีนบุรี พระตำหนักสวนจิตรลดา วังปารุสกวัน (ด้านเหนือ) ฯลฯ ส่วนโบราณวัตถุ (Antiquities) หมายถึง สังหาริมทรัพย์ที่เป็นของโบราณ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งประดิษฐ์ หรือสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ หรือที่เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของโบราณสถาน ซากมนุษย์หรือซากสัตว์ ซึ่งโดยอายุหรือโดยลักษณะแห่งการประดิษฐ์หรือโดยหลักฐานเกี่ยวกับประวัติของสังหาริมทรัพย์นั้นเป็นประโยชน์ในทางศิลปะ ประวัติศาสตร์ หรือโบราณคดี ตัวอย่างของโบราณวัตถุ เช่น ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ บานประตูวิหารวัดดอนสัก บานประตูวิหารวัดพระฝาง ฯลฯ

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องการอนุรักษ์ช้าง

สอนลูกเรื่องการอนุรักษ์ช้าง

การอนุรักษ์ช้าง (Elephant Conservation) หมายถึง การดูแลรักษา ดำรงคงไว้ซึ่งช้างไทยให้คงอยู่ตลอดไปโดยปราศจากการทำลาย ทำร้าย หรือแสวงหาประโยชน์จากช้างในวิธีการต่างๆ ที่ทำให้ประชากรของช้างลดน้อยลง ซึ่งการสอนเด็กปฐมวัยเรื่องการอนุรักษ์ช้าง เป็นการจัดประสบการณ์ให้เด็กได้รับการพัฒนาใน 3 ด้าน คือ

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ลูกรับประทานยาก

ลูกรับประทานยาก

ปัญหาลูกเลือกรับประทาน หรือรับประทานยาก อาจเกิดขึ้นได้จากความผิดปกติเกี่ยวกับการรับประทานอาหาร หรือเด็กเลือกอาหาร ดังนี้

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องอุบัติเหตุจากการจมน้ำ

สอนลูกเรื่องอุบัติเหตุจากการจมน้ำ

อุบัติเหตุจากการจมน้ำ (Drowning Accidents) หมายถึง เหตุการณ์ที่ทำให้เด็กจมน้ำอย่างรวดเร็ว จากความประมาทและรู้ไม่เท่าทันการณ์จากตัวเด็กเอง คนอื่น และสิ่งแวดล้อม ทำให้เด็กได้รับอันตราย พิการ หรือเสียชีวิต แหล่งน้ำที่เด็กจมน้ำ อาจเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น แม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง ทะเล น้ำตก และแหล่งน้ำที่คนเราสร้างขึ้นใช้บริโภคและอุปโภคในชีวิตประจำวัน เช่น ถังเก็บน้ำ บ่อขุด ฯลฯ อุบัติเหตุจากเด็กจมน้ำเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมากเป็นลำดับแรกของอุบัติเหตุทั้งหมดและส่งผลให้เด็กเกิดการบาดเจ็บ พิการและเสียชีวิตไปมากแล้ว ดังนั้น การยึดหลักการว่า การป้องกันจะช่วยลดปัญหานี้ได้ พ่อแม่และครูจึงควรจัดประสบการณ์ให้เด็กเรียนรู้การป้องกันอุบัติเหตุจากการจมน้ำในชีวิตประจำวัน

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกให้แก้ปัญหาเป็น

สอนลูกให้แก้ปัญหาเป็น

ความสามารถในการแก้ปัญหา (Problem solving) เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสม บนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรม และข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่างๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันแก้ไขปัญหา และมีการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตนเอง สังคม และสิ่งแวดล้อม

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ลูกขี้แย

ลูกขี้แย

ปัญหาลูกขี้แย (Crying Problems) หมายถึง การที่เด็กร้องไห้บ่อยๆ หรือร้องไห้อย่างไม่มีเหตุผล หรือการที่เด็กร้องไห้จากสาเหตุต่างๆ ไม่ว่าจะจากความรู้สึกเจ็บป่วย จากบาดแผล จากโรคภัยไข้เจ็บ จากความผิดหวัง เสียใจในเรื่องต่างๆ หรือการที่เด็กรู้สึกหงุดหงิด เมื่อไม่ได้รับการตามใจจากพ่อแม่ผู้ปกครอง และเด็กบางคนอาจจะร้องไห้ เพื่อเรียกร้องให้พ่อแม่ ผู้ปกครองหันมาให้ความสนใจในตัวเด็ก เด็กที่กำลังเจริญเติบโตจะเรียนรู้ที่จะแสดงความรู้สึกหงุดหงิด โกรธ หรือสับสน โดยไม่ร้องไห้ออกมา พ่อแม่ผู้ปกครองอาจพบว่ามีความจำเป็นที่จะสร้างตัวชี้นำให้เด็กมีพัฒนาการทางพฤติกรรมที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการชื่นชมความสามารถของเด็ก เพื่อไม่ให้เด็กร้องไห้ หรือเพื่อให้เด็กกลั้นการร้องไห้เอาไว้ จนกว่าจะถึงเวลาและสถานที่ที่เหมาะสม สอนให้เด็กแสดงพฤติกรรมอื่นแทนการร้องไห้ เมื่อรู้สึกเศร้าเสียใจ และพ่อแม่ผู้ปกครองควรกระตุ้นให้เด็กรู้จักใช้คำพูดเพื่ออธิบายว่าอะไรทำให้เด็กรู้สึกอารมณ์ไม่ดี อย่างไรก็ตาม เมื่อเด็กได้มีพัฒนาการในการแก้ไขปัญหา การที่เด็กมักจะขี้แยก็จะเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก โดยธรรมชาติแล้ว เด็กผู้ชายจะร้องไห้น้อยกว่าเด็กผู้หญิง หลายๆคนเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้เป็นพฤติกรรมที่เกิดจากการเรียนรู้

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เด็กออทิสติก

เด็กออทิสติก

เด็กออทิสติก (Autistic Children) หรือเด็กที่มีภาวะออทิสซึม หมายถึง เด็กที่มีความผิดปกติทางสมอง ซึ่งส่งผลให้เขามีปัญหาในการทำความเข้าใจและตอบสนองกับโลกภายนอก และทำให้เขามีพฤติกรรมและการแสดงออกที่แตกต่างจากเด็กปกติทั่วไป เมื่อแรกพบ เราอาจจะยังไม่สามารถบอกได้ว่าเด็กคนที่เราเห็นอยู่นั้นเป็นเด็กออทิสติกหรือไม่ เพราะไม่มีตัวบ่งชี้ที่เห็นได้ชัดเจนทำให้เด็กออทิสติกหลายคนถูกเข้าใจผิดในเบื้องต้นว่าเป็นเด็กที่มีปัญหาเรื่องดื้อ ซน และไม่สุภาพ ซึ่งจากสถิติชี้ว่ามีเด็กออทิสติกทั่วโลก ประมาณ 4 – 5 คน ต่อประชากรเด็ก 10,000 คน อีกทั้งยังมีนักวิจัยคาดการณ์จากสัญญาณที่เกิดขึ้นว่าอัตราการเกิดของเด็กออทิสติกนั้นอาจสูงเท่ากับ 23 คน ต่อประชากรเด็ก 1,000 คน โดยมีแนวโน้มที่จะพบในเด็กชายมากกว่าเด็กหญิงถึง 4 เท่า จากการวินิจฉัยตามคู่มือและสถิติของสมาคมจิตแพทย์อเมริกันครั้งที่ 3 และ 4 พบภาวะออทิสซึมในเด็กอายุ 1 - 5 ปี เท่ากับ 9.9 ต่อประชากรเด็ก 10,000 คน อย่างไรก็ตาม สถิติพบว่ามีเด็กออทิสติกเกือบร้อยละ 10 ที่มีความเป็นอัจฉริยะในตัว หรือที่เรียกว่า Autistic.Savant ซึ่งอาจเป็นอัจฉริยะเฉพาะด้านหรือหลายด้านพร้อมกัน ในศาสตร์สาขาต่างๆ ได้แก่ คณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์ ดนตรี หรือศิลปะ เป็นต้น

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ลูกไม่เชื่อฟัง

ลูกไม่เชื่อฟัง

ลูกไม่เชื่อฟัง (Disobedient Child) หมายถึง เด็กที่มีพฤติกรรมปฏิเสธ ต่อต้าน หรือไม่ยอมทำตามข้อตกลง คำสั่ง กฎกติกา หรือสิ่งที่พ่อแม่มอบหมาย การไม่เชื่อฟังของเด็กมีตั้งแต่ การแสดงความต้องการอย่างตรงไปตรงมา การแสดงอารมณ์หงุดหงิด ต่อต้านเป็นครั้งคราวในระดับที่ไม่รุนแรงนัก จนถึงขั้นผิดปกติ ซึ่งปัญหาลูกไม่เชื่อฟังนี้ เป็นปัญหาหนึ่งที่พ่อแม่บ่นถึงมากที่สุด และเป็นเรื่องธรรมดาที่เด็กแต่ละคนจะมีพฤติกรรมไม่เชื่อฟังบ้างเป็นครั้งคราว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสิ่งที่เขาคิดว่าล้วงล้ำความเป็นอิสระของเขา การไม่เชื่อฟังของเด็กอาจเกิดจากความไม่สบอารมณ์บางประการที่เด็กไม่สามารถหาทางออกได้ และไม่ว่าสาเหตุที่แท้จริงเกิดจากอะไรก็ตาม พฤติกรรมการไม่เชื่อฟังของลูกมักทำให้พ่อแม่รู้สึกอารมณ์เสีย เศร้า หรือแม้กระทั่งเกิดอารมณ์รุนแรงต่างๆ ทั้งนี้ พ่อแม่มากกว่าร้อยละ 65 เชื่อว่าลูกของตนเองเป็นเด็กที่ไม่เชื่อฟัง จึงไม่แปลกนักที่การรับมือกับปัญหาลูกไม่เชื่อฟังเป็นสิ่งที่พ่อแม่ไม่อยากเผชิญมากที่สุด ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะพ่อแม่ไม่รู้ว่าจะรับมือกับพฤติกรรมดังกล่าวของลูกอย่างไรดี และอีกส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะ บ่อยครั้งที่พฤติกรรมไม่เชื่อฟังของลูกทำให้พ่อแม่รู้สึกไม่ดีทั้งกับตนเองและลูก พ่อแม่จึงต้องใจเย็นและเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาดังกล่าวเป็นกรณีไป โดยคำนึงเสมอว่าการรับมือกับพฤติกรรมไม่เชื่อฟังของลูกในแต่ละสถานการณ์นั้นย่อมแตกต่างกันออกไป

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เข้าวัดฟังธรรม

เข้าวัดฟังธรรม

การเข้าวัดฟังธรรม (On the sermons) หมายถึง การพาเด็กปฐมวัยไปเรียนรู้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาที่เหมาะสมสอดคล้องกับการรับรู้ของเด็ก โดยใช้วัดเป็นแหล่งเรียนรู้เพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนาด้านคุณธรรมจริยธรรมตามจุดหมายของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 ทั้งนี้ เนื่องจากการสืบทอดพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมประเพณีของชาวพุทธที่ดีสามารถทำได้ด้วยการสร้างเสริมประสบการณ์เกี่ยวกับหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาให้กับเด็กตั้งแต่ระดับปฐมวัย การจัดกิจกรรมให้เด็กได้เข้าวัดฟังธรรมเป็นวิธีการหนึ่งที่สามารถช่วยให้เด็กซึมซับประสบการณ์ด้านคุณธรรม จริยธรรมได้ ส่งเสริมให้เด็กสามารถควบคุมอารมณ์ กล่อมเกลาจิตใจให้มีความอ่อนโยน ประณีต ซึ่งเป็นการสร้างรากฐานของการเป็นคนดีให้กับเด็กได้

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องการแต่งกาย

สอนลูกเรื่องการแต่งกาย

การแต่งกาย (Dressing) หมายถึง ความสามารถของเด็กปฐมวัยในการสวมเสื้อ กางเกง ติดกระดุมเสื้อ ผูกเชือกรองเท้า สวมถุงเท้า ความสามารถในการแต่งกายของเด็กขึ้นอยู่กับพัฒนาการด้านการใช้กล้ามเนื้อเล็กของเด็ก การแต่งกายเป็นการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันของเด็กที่ควรได้รับการฝึกฝนตั้งแต่เด็กอยู่กับครอบครัว พ่อแม่ ขณะที่เด็กอยู่ที่โรงเรียนกับครู ความสามารถในการแต่งกายของเด็กในแต่ละวัย เด็กปฐมวัยที่มีความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็กได้อย่างมั่นคงเพียงใด ก็จะสามารถแต่งกายได้ดีตามไปด้วยเช่นเดียวกัน

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องกิจวัตรประจำวัน

สอนลูกเรื่องกิจวัตรประจำวัน

กิจวัตรประจำวันสำหรับเด็กปฐมวัย (Daily Routines for Young Children) หมายถึง กิจกรรมต่างๆ ที่เด็กปฐมวัยปฏิบัติเป็นประจำในแต่ละวัน โดยเริ่มตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้าจนกระทั่งเข้านอนในตอนกลางคืน กิจวัตรประจำวันสำหรับเด็ก ปฐมวัยได้แก่ ตื่นนอน ล้างหน้า แปรงฟัน อาบน้ำ แต่งตัวไปโรงเรียน รับประทานอาหารเช้า เดินทางไปโรงเรียน เข้าแถวเคารพธงชาติ เข้าห้องเรียน เรียนรู้และปฏิบัติกิจกรรมประจำวันที่โรงเรียน เล่นและทำงานกับเพื่อน รับประทานอาหารว่าง อาหารกลางวัน นอนหลับพักผ่อนในเวลากลางวัน ตื่นนอน ดื่มนม กลับบ้าน ทำการบ้าน อาบน้ำ รับประทานอาหารเย็น ดูโทรทัศน์ และเข้านอนในเวลากลางคืน กิจวัตรประจำวันจะเป็นการปฏิบัติซ้ำๆ ในกิจกรรมเดียวกันจนเกิดเป็นความเคยชินหรือการสร้างนิสัย ซึ่งเป็นผลมาจาการฝึกฝนและการเรียนรู้ของเด็ก การปฏิบัติกิจวัตรประจำวันจึงเป็นการฝึกฝนให้เด็กได้รับการส่งเสริมความมีวินัยในตนเอง ในตนเองด้านความรับผิดชอบ ความอดทนอดกลั้น ความขยันหมั่นเพียร และคุณธรรมด้านอื่นๆ อีกทั้งยังส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้เกี่ยวกับการตรงต่อและเวลาและจังหวะของชีวิตอีกด้วย

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกให้มีความสามารถในการคิด

สอนลูกให้มีความสามารถในการคิด

ความสามารถในการคิด (Thinking Skills) หมายถึง ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิดอย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศ เพื่อการตัดสินใจเกี่ยวกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องอุบัติเหตุ

สอนลูกเรื่องอุบัติเหตุ

อุบัติเหตุ (Accident) หมายถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด และจากความประมาท ซึ่งในชีวิตประจำวัน อาจเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับเด็กบ่อยๆ เกิดได้ทุกสถานที่ทั้งที่บ้านและ ที่โรงเรียน เด็กเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย เพราะเด็กอยู่ในช่วงวัยอยากรู้อยากเห็นและขาดประสบการณ์ พ่อแม่และครูคือ ผู้มีบทบาทที่จะป้องกันอันตรายและสร้างความปลอดภัยให้แก่เด็กจากอุบัติเหตุต่างๆ โดยครอบครัวให้ความรู้และฝึกปฏิบัติผ่านชีวิตประจำวัน โรงเรียนจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อสร้างประสบการณ์ชีวิตให้เด็ก

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

วันนี้ลูกคุณดื่มนมหรือยัง-ตอนที่3

ในปี พ.ศ. 2553 นักวิทยาศาสตร์ที่ Harvard School of Public Health ชี้ให้เห็นว่าสารอาหารที่อยู่ในไขมันจากผลิตภัณฑ์จากนม ชื่อว่า Trans-palmitoleic acid ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคบาหวานชนิด 2 นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด ด้วย ผลการศึกษาที่ตามมายังพบอีกว่า การหมุนวียนของ Trans-palmitoleic acid ช่วยให้ความเสี่ยงในการเกิดโรคบาหวานลดลงมากถึง 60 %

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน