เด็กปฐมวัย-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่182

เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก

รัฐบัญญัติให้การศึกษาสำหรับเด็กด้อยความสามารถ (Individuals with Disabilities Education Act : IDEA) สนับสนุนให้ผู้พัฒนาโปรแกรมการศึกษาสำหรับเด็กแต่ละคน (Individualized education program : IEP) กำหนดว่า เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก (Assistive technology) เป็นสิ่งที่เหมาะสมในการสนองตอบความจำเป็นของเด็กหรือไม่?

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เด็กปฐมวัย-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่181

การศึกษาของเด็กด้อยความสามารถ

ทารกและวัยเตาะแตะที่ด้อยความสามารถ ได้รับบริการแทรกแซง (Intervention) เพื่อแก้ไขแต่เนิ่นๆ ผ่านแผนการให้บริการครอบครัวแต่ละบุคคล (Individualized family service plan : IFSP) ซึ่งประกอบด้วย . . .

เด็กปฐมวัย-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่180

การศึกษาของเด็กด้อยความสามารถ

โปรแกรมการศึกษาสำหรับเด็กแต่ละคน (Individualized education program : IEP) มีหลากหลายจุดประสงค์ด้วยกัน กล่าวคือ

  • พิทักษ์เด็กและพ่อแม่ โดยให้แน่ใจว่า มีแผนงานรองรับการให้บริการ (Service delivery)
  • รับประกันว่า เด็กจะได้รับแผนที่ปรับเฉพาะ (Tailor) ไปตามจุดเด่นจุดแข็ง (Strength) จุดด้อยจุดอ่อน (Weakness) และวิถีการเรียนรู้ (Learning style) ของเขา
  • อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เด็กปฐมวัย-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่179

การศึกษาของเด็กด้อยความสามารถ

IDEA กำหนดหลักพื้นฐาน 6 ประการ ให้ครูปฏิบัติตาม ดังนี้

  1. หลักการที่ห้ามเด็กถูกปฏิเสธ (Zero reject principle) – IDEA เรียกร้องให้มีการศึกษาแก่เด็กทุกคน มิให้ใครถูกปฏิเสธที่จะได้รับการศึกษาที่เหมาะสมจากรัฐ รัฐบัญญัติ (Act) ห้ามโรงเรียนปฏิเสธที่จะรับเด็กด้อยความสามารถ
  2. การประเมินผลที่ไม่เลือกปฏิบัติ (Non-discriminatory) – โรงเรียนจะต้องประเมินผลโดยปราศจากอคติ (Bias) อันเนื่องจากวัฒนธรรมหรือเชื้อชาติ เพื่อกำหนดว่า เด็กด้อยความสามารถหรือไม่? ถ้าเป็นเด็กด้อยความสามารถจริง ต้องมีการประเมินผลอย่างไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อกำหนดประเภทของการศึกษาพิเศษและบริการที่เด็กสมควรได้รับ
  3. อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เด็กปฐมวัย-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่178

การศึกษาของเด็กด้อยความสามารถ

ในสหรัฐอเมริกา รัฐบัญญัติให้การศึกษาเด็กด้อยความสามารถ (Individuals with Disabilities Education Act : IDEA) ว่าด้วยรัฐและหน่วยราชการต่างๆ ต้องจัดให้มีบริการแก่เด็กด้อยความสามารถ ในด้านการศึกษาพิเศษ อันเป็นมาตรการแทรกแซงเพื่อแก้ไข (Intervention) แต่เนิ่นๆ ในเด็กเยาว์วัย

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เด็กปฐมวัย-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่177

ความจำเป็นของเด็กพิเศษ

การสนับสนุน (Scaffolding) – ใช้การสนับสนุนเป็นกลยุทธ์ ในการปฐมนิเทศน์ (Orientation) และในการสอนเด็กที่ด้อยความสามารถ เมื่อเด็กเรียนรู้ที่จะใช้มือเป็นสัญลักษณ์ (Sign) แทนการพูด และเลือกสิ่งที่เขาต้องการพูดบนกระดานภาพ ครูสามารถให้ความช่วยเหลือเด็ก เพื่อเรียนรู้การสนองตอบตามลำพัง

กรณีของโรงอาหาร (Cafeteria) ปฏิกิริยาแรกของครูอาจเป็นการเปิดกล่องน้ำผลไม้ เช็ดปากหรือเสื้อผ้าที่เลอะเทอะ แต่ถ้าเด็กต้องเรียนรู้การดูแลตนเอง เขาก็จำเป็นต้องฝึกปรือทักษะการช่วยตัวเอง (Self-help) เหล่านี้ รางวัลตอบแทนที่เด่นชัดก็คือ เมื่อเด็กเปิดกล่องของตนเองได้ เขาจะโบกมือด้วยความดีใจ (Delight) และมองไปที่ครูเพื่อแสวงหาคำชมเชย

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เด็กปฐมวัย-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่176

ภูมิหลังเด็กพิเศษ

เกล โซลิส ซาวาลา (Gayle Solis Zavala) ซึ่งได้รับการคัดเลือกให้เป็น “ครูแห่งปี” (Teacher of the Year) โดยสภาเพื่อเด็กพิเศษ (Council for Exceptional Children) ได้กล่าวถึงเด็กพิเศษ ว่าจำเป็นต้องได้รับการดูแลพิเศษ (Special touch) ดังต่อไปนี้

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เด็กปฐมวัย-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่175

ภูมิหลังเด็กพิเศษ

ใครคือเด็กด้อยความสามารถ?

  • เด็กด้อยความสามารถที่เข้าเรียนในโรงเรียน แต่ถูกแยกออกจากการเรียนรู้ เพราะหลักสูตรมิได้รับการดัดแปลง (Adapt) ให้เหมาะกับความจำเป็นของผู้เรียน หรือครูมิได้มีขีดความสามารถ (Capacity) หรือเวลาที่จะดัดแปลงตามความจำเป็น และ/หรือ เด็กมิได้เข้าถึงเครื่องมือช่วย (Assistive device) ที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ ตัวอย่างเช่น เด็กที่มีปัญหาสายตา ไม่สามารถเห็นกระดานในชั้นเรียน โดยปราศจากแว่นตา
  • อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เด็กปฐมวัย-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่174

มาตรฐานครูเด็กพิเศษ

ต่อไปนี้ เป็นมาตรฐานเบื้องต้น ของสภาเพื่อเด็กพิเศษ (Council for Exceptional Children) สำหรับครูการศึกษาพิเศษ

มาตรฐานข้อที่ 1 รากฐาน (Foundation) – ครูเข้าใจขอบเขต (Field) ของการศึกษาพิเศษ ว่าวิชานี้เป็นสาขาวิชา (Discipline) ที่กำลังวิวัฒนาและเปลี่ยนแปลงบนพื้นฐานของปรัชญา หลักการ และทฤษฎี ที่มีประจักษ์หลักฐาน (Evidence-based) กฎหมายและการเมืองที่เกี่ยวข้อง (Relevant) มุมมองที่แตกต่างทางประวัติศาสตร์ ประเด็นมนุษย์ที่มีอิทธิพลต่อขอบเขตของการศึกษาพิเศษ และการปฏิบัติต่อแต่ละบุคคลที่มีความจำเป็นพิเศษในโรงเรียนและสังคม

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เด็กปฐมวัย-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่173

ภูมิหลังเด็กพิเศษ

ครูแห่งปี (Teacher of the Year) ของรัฐนิวยอร์ค เคที่ เฟอร์กูสัน (Katie Ferguson) ผู้สอนนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 2 ได้รับการรับรองมาตรฐาน (Certified) ในการศึกษาพิเศษ (Special education) ซึ่งเธอเรียกว่า เป็นส่วนประกอบสำคัญในการสอนแต่ละบุคคล (Individualized instruction) สำหรับเด็กในชั้นเรียนคละ (Inclusive) ของเธอ

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

วัยประถมต้น-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่172

เด็กกับสภาพแวดล้อม

ทุกวันนี้ เด็กจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่อาศัยอยู่ในตัวเมือง (Urban) ด้วยสถานที่ที่คับแคบ แยกตัวออกจากธรรมชาติ และใช้เวลาไม่น้อยอยู่ต่อหน้าเครื่องรับโทรทัศน์และคอมพิวเตอร์ หรือยึดติด (Glued) กับไอโฟน (iPhone) และ ไอแพด (iPad) ดังนั้น จึงควรจัดให้เด็กมีส่วนร่วมในการศึกษาเรื่องราวของธรรมชาติ และกิจกรรมนอกบ้าน (Outdoors) โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับนิเวศวิทยา (Ecology)

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

วัยประถมต้น-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่171

การสอนให้คิดเป็น

ต่อไปนี้เป็นคำที่บอกเป็นนัย (Cue) ของคำถาม บนพื้นฐานของการแยกประเภท (Taxonomy) การรับรู้ (Cognitive) โดยเบ็นจามิน บลูม (Benjamin Bloom)

  1. ความรู้ (Knowledge) – ทำรายชื่อ (List) บอก อธิบาย ค้นหา แสดง ติดฉลาก รวบรวม ตรวจสอบ ทำเป็นตาราง กล่าวอ้าง (Quote) เอ่ยชื่อ ใคร? เมื่อไร? ที่ไหน? และขยายความ
  2. ความเข้าใจ (Comprehension) – สรุป สาธยาย แปรผล (Interpret) เปรียบเทียบ พยากรณ์ สัมพันธ์ (Associate) แยกแยะ (Distinguish) ประมาณการ (Estimate) บอกความแตกต่าง (Differentiate) และอภิปราย
  3. อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

วัยประถมต้น-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่170

การสอนให้คิดเป็น

การใช้เหตุผล (Reasoning) เป็น 1 ใน 6 R ของโปรแกรมของเด็กปฐมวัย นักการศึกษา เชื่อมั่นว่า ถ้าเด็กสามารถคิดเป็น ก็จะมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย (Meaningful) ในหลักสูตรเนื้อหาวิชา (Subject-matter) ความเข้มข้น (Rigor) และความท้าทาย (Demand) ในที่ทำงาน (Workplace) และ [ความท้าทาย] ในชีวิต

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

วัยประถมต้น-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่169

สังคมศึกษาประถมต้น

อำนาจและธรรมาภิบาล – การอยู่ร่วมกันในชั้นเรียน ต้องอาศัยการประนีประนอม และการเข้ากันได้กับผู้อื่น ครูประถมศึกษาปีที่ 1 แจ๊คกี้ เอโอชิ (Jacki Aochi) เชื่อมั่นว่า เธอควรจะปัน (Share) อำนาจกับเด็ก และสามารถบรรลุจุดประสงค์นี้ โดยการสอนวิธีแก้ปัญหาความขัดแย้ง (Conflict resolution) นอกจากนี้ เธอยังเรียกประชุมเช้า (Morning meeting) ซึ่งประกอบด้วย 3 ส่วน โดยที่ใช้เวลาประมาณ 5 นาที ในแต่ละส่วน

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

วัยประถมต้น-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่168

สังคมศึกษาประถมต้น

ผู้คนและสิ่งแวดล้อม – สถานที่ในท้องถิ่น อาทิ พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ และศูนย์ประวัติศาสตร์ เป็นทรัพยากรที่วิเศษสำหรับการให้เด็กมีส่วนร่วมในการเรียนรู้เกี่ยวกับผู้คน สถานที่ และสภาพแวดล้อม ตัวอย่างเช่น หอศิลป์แอลลัน เม็มโมเรียล (Allen Memorial Art Museum) ในเมือง Oberlin รัฐโอไฮโอ้ ได้ร่วมมือกับมูลนิธิฟรีแมน (Freeman Foundation) ในโครงการระดมทุน เพื่อให้เข้าถึงการศึกษาศิลปะเอเชีย (Asian Art Educational Outreach Funding Initiative) โดยได้พัฒนาโปรแกรมการศึกษาศิลปะเอเชียสำหรับครูและนักเรียน

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

วัยประถมต้น-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่167

สังคมศึกษาประถมต้น

วิชาสังคมศึกษา (Social study) เป็นบูรณาการของสังคมศาสตร์ (Social sciences) และมานุษยวิทยา (Humanities) เพื่อส่งเสริม “สมรรถนะ” ของชุมชน (Civic competency) จุดประสงค์หลักของสังคมศึกษา คือการช่วยให้เด็กพัฒนาความสามารถในการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลและเหตุผล เพื่อประโยชน์สาธารณะ (Public good) ในฐานะพลเมือง (Citizen) ในสังคมที่มีวัฒนธรรมหลากหลาย (Diverse) ในโลกที่ต้องพึงพาอาศัยซึ่งกันและกัน (Interdependent)

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

วัยประถมต้น-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่166

ศิลปะประถมต้น

ในปัจจุบัน การสอนวิชาศิลปะ ได้รับการออกแบบ (Design) เพื่อให้เด็กได้รับความรู้และทักษะของเนื้อหา จาก 4 สาขาวิชาด้วยกัน กล่าวคือ ดนตรี การเต้นรำ ศิลปะ และการละคร (Theater) แต่ละสาขาวิชาประกอบด้วยความรู้ (Knowledge) แนวความคิด (Concept) และหัวเรื่อง (Theme)

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

วัยประถมต้น-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่165

วิทยาศาสตร์ประถมต้น

นิทรรศการวิทยาศาสตร์ (Scientific fair) ทำให้เด็กสามารถทำงานวิทยาศาสตร์ (Scientific work) ได้อย่างอิสระในขณะที่ร่วมมือ (Collaborate) กับครู สมาชิกในครอบครัว และเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน (Peer) โครงงาน (Project) วิทยาศาสตร์ ยังสนับสนุนให้เด็กได้คิดเชิงวิทยาศาสตร์ ทำตัวเหมือนนักวิทยาศาสตร์ และสำรวจการแก้โจทย์วิทยาศาสตร์ที่ซับซ้อน (Complex)

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

วัยประถมต้น-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่164

วิทยาศาสตร์ประถมต้น

ในการมุ่งเน้นระดับชาติ (National emphasis) เรื่องการสอนเด็กในวิชาวิทยาศาสตร์ มักมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันว่า ครูใช้เวลามากหรือน้อยเกินไปในการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ โดยโต้แย้งว่า เด็กควรได้รับการสอน และโอกาสการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์อย่างมีคุณภาพสูง

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

วัยประถมต้น-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่163

คณิตศาสตร์ประถมต้น

  • ให้โจทย์จากโลกที่เป็นจริง (Real world) ซึ่งมีความหมายต่อเด็ก – เด็กจะเข้าใจตัวเลขได้ดีกว่า ถ้า “แทน” (Represent) ตัวเลขด้วยสิ่งของที่จับต้องได้ (Physical) ไม่ว่าเด็กกำลังพูดถึงเป็ด 14 ตัว ลูกแก้ว 32 ลูก หรือเพื่อน 7 คน ตัวเลขทุกตัวมีความหมาย ลองให้โจทย์แก่เด็กที่แสดงการ “แทน” ด้วยสิ่งของ แล้วถามลักษณะนาม ของหน่วยเฉพาะของรายการ (Item unit) ในการนับ จะพบว่า โลกนี้เต็มไปด้วยตัวอย่างที่ง่ายต่อการใช้ จึงควรใช้สิ่งนี้ให้เป็นประโยชน์และช่วยให้เด็กสามารถผูกสัมพันธ์ (Relate) กับสิ่งที่เขาเรียนรู้
  • อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน