สอนลูกเรื่องโรงพยาบาล

สอนลูกเรื่องโรงพยาบาล

โรงพยาบาล (Hospital) หมายถึง สถานที่ให้บริการเกี่ยวกับสุขภาพอนามัย ด้วยการตรวจรักษา และป้องกันโรคให้แก่คนทั่วไป เพื่อให้มีสุขภาพที่ดี คือ มีสภาพร่างกายและจิตใจสมบูรณ์ปราศจากโรคภัย โดยมีแพทย์เป็นผู้ตรวจค้นโรคและความผิดปกติของร่างกาย จิตใจ สั่งยาและให้การรักษา มีพยาบาล คอยช่วยเหลือแพทย์และผู้ป่วยเพื่อให้อยู่ให้สภาวะที่จะต่อสู้การลุกลามของโรคได้อย่างดีที่สุด ซึ่งการปลูกฝังลักษณะนิสัยที่ดีในการดูแลสุขภาพอนามัยของตนเองให้แก่เด็กปฐมวัยผ่านวิถีชีวิตประจำวันเป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญสำหรับพ่อแม่และครู เพราะเด็กปฐมวัยเป็นวัยแรกเริ่มของชีวิต จะเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงทั้งร่างกาย จิตใจ และอยู่ในสังคมด้วยความสุข อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่

สอนลูกเรื่องการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่

การนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ (Reuse) หมายถึง การนำวัสดุหรือสิ่งของที่ไม่ได้ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งอาจใช้ในลักษณะเหมือนเดิม หรือไม่เหมือนเดิมก็ได้ อาจดัดแปลงวัสดุนั้นให้ใช้ประโยชน์ได้หลากหลายรูปแบบ วัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ เช่น กระดาษ ขวดแก้ว ขวดพลาสติก เป็นต้น เป็นการจัดประสบการณ์ที่เน้นให้เด็กเรียนรู้ถึงคุณค่าของวัสดุสิ่งของที่อยู่รอบตัวว่าสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีกครั้งเพื่อประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ เป็นการส่งเสริมให้เด็กได้พัฒนาคุณธรรมด้านความประหยัดซึ่งหมายถึง พฤติกรรมของเด็กปฐมวัยที่แสดงออกด้านการประหยัดสิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัวและสิ่งของเครื่องใช้ส่วนรวม

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ลูกไม่มีเพื่อน

ลูกไม่มีเพื่อน

ปัญหาเด็กไม่มีเพื่อน (Friendless Children Issues) หมายถึง เด็กที่ปฏิเสธหรือถูกปฏิเสธจากเพื่อนๆ ในการคบหา เล่น หรือทำกิจกรรมร่วมกัน แต่ทั้งนี้ การที่เด็กมีเพื่อนน้อยไม่ได้หมายความว่าเด็กมีปัญหาในการคบเพื่อน เด็กบางคนอาจเข้ากับคนอื่นได้ง่ายและมีเพื่อนหลายคน ในขณะที่เด็กจำนวนหนึ่งพอใจกับการมีเพื่อนสนิทเพียงไม่กี่คน การเลือกคบเพื่อนของเด็กในลักษณะดังกล่าวถือเป็นความพึงพอใจส่วนบุคคล ซึ่งทั้งสองลักษณะไม่ถือเป็นเรื่องผิดปกติ อย่างไรก็ตาม สัญญาณของปัญหาการคบเพื่อนที่พ่อแม่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่

  • ได้รับแจ้งจากครูว่าลูกมีปัญหากับเพื่อน หรือได้รับการปฏิบัติจากเพื่อนในทางลบ
  • เด็กคนอื่นมักแสดงท่าทีว่าไม่ชอบลูก
  • เด็กคนอื่นชอบกลั่นแกล้งลูก ซึ่งทำให้ลูกรู้สึกโดดเดี่ยวหรือเสียใจ
อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ลูกเอาแต่ใจ

ลูกเอาแต่ใจ

เด็กเอาแต่ใจ (Spoiled Child Problems) หมายถึง เด็กที่มีอารมณ์โกรธรุนแรงเมื่อไม่ได้ในสิ่งที่ตนต้องการ อีกทั้งยังมีพฤติกรรมการไม่ยอมทำตาม ซึ่งการแสดงออกดังกล่าว มักรบกวนและอาจนำไปสู่ปัญหาความเครียดของคนรอบข้างได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครอง ญาติพี่น้อง ครู และเพื่อน การตรวจวิเคราะห์สาเหตุและลักษณะของปัญหาเด็กเอาแต่ใจอย่างถูกต้องถือเป็นสิ่งจำเป็น บ่อยครั้งที่ปัญหาเด็กเอาแต่ใจไม่ได้รับการยืนยันว่าเป็นหนึ่งในสาเหตุของลักษณะอารมณ์โกรธรุนแรงในเด็ก นอกจากนี้เด็กที่มีปัญหาเอาแต่ใจยังอาจได้รับการวินิจฉัยที่เกินจริงว่าเป็นโรคสมาธิสั้น (Attention Deficit Hyperactivity Disorder - ADHD) เหตุเพราะนิสัยวู่วามซึ่งแปรผันอย่างรุนแรงตามอารมณ์ อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องการปฏิบัติตนต่อญาติผู้ใหญ่

สอนลูกเรื่องการปฏิบัติตนต่อญาติผู้ใหญ่

การปฏิบัติตนต่อญาติผู้ใหญ่ (Proper behavior with the elderly relatives) หมายถึง การแสดงออกทางพฤติกรรมที่เด็กมีต่อญาติผู้ใหญ่ด้วยความเคารพนับถือที่บ่งบอกถึงความสุภาพ การมีมารยาทที่ดีและมีสัมมาคารวะ ซึ่งเป็นแนวทางการปฏิบัติที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นคุณธรรมที่ดีของคนไทย เช่น การไหว้ การกล่าวทักทาย การเดินผ่านหน้าผู้ใหญ่ การต้อนรับและพฤติกรรมต่างๆ ที่เป็นการแสดงออกถึงการให้ความเคารพและให้เกียรติผู้ที่มีความอาวุโสกว่า การปฏิบัติตนต่อญาติผู้ใหญ่เป็นพฤติกรรมที่พึงประสงค์ที่สะท้อนให้เห็นคุณธรรมและจริยธรรมด้านความสุภาพ การมีมารยาทที่ดีและมีสัมมาคารวะ ซึ่งความสุภาพ (Politeness) นั้นหมายถึง การอ่อนน้อมถ่อมตนตามสถานภาพและกาลเทศะ ไม่ก้าวร้าวรุนแรง วางอำนาจข่มขู่ผู้อื่นทั้งโดยวาจา และท่าทาง แต่ในเวลาเดียวกันก็ยังคงมีความมั่นใจในตนเอง

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ลูกไม่อยากไปโรงเรียน

ลูกไม่อยากไปโรงเรียน

ลูกไม่อยากไปโรงเรียน (School Refusal Problem in Children) เป็นอาการที่มักเกิดขึ้นเมื่อเริ่มภาคการศึกษาใหม่ เนื่องจากเด็กๆ ต้องเปลี่ยนการดำเนินชีวิต จากที่เคยนอนดึก ตื่นสาย ไปเที่ยวกับครอบครัว ไปว่ายน้ำ หรือทำกิจกรรมต่างๆ กับพ่อแม่ และเพื่อนๆ กลายเป็นต้องไปโรงเรียนแต่เช้า เพื่อไปเรียนหนังสือ และมีการบ้านมากมายกลับมาทำที่บ้าน สำหรับเด็กส่วนใหญ่ เด็กจะรู้สึกลำบาก หรือรู้สึกยุ่งยากเพียงช่วงเวลาสั้นๆ และพวกเขาจะกลับไปสู่กิจวัตรประจำวันที่ต้องไปโรงเรียนได้อย่างรวดเร็ว แต่สำหรับเด็กบางคน ความกลัว และความกังวลที่ต้องกลับไปเรียนนั้นอาจเพิ่มมากขึ้น และสามารถนำไปสู่การไม่อยากไปโรงเรียนได้ในที่สุด เด็กบางคนอาจถึงกับพูดว่า “เกลียดโรงเรียน” หรือ “วันนี้ไม่อยากไปโรงเรียน” เด็กที่ไม่อยากไปโรงเรียนอาจร้องไห้คร่ำครวญ ส่งเสียงกรีดร้อง หรืออ้อนวอนพ่อแม่เป็นชั่วโมงเพื่อที่จะขออยู่บ้านแทนการไปโรงเรียน เด็กอาจบ่นว่าไม่สบาย หรือหนีออกจากโรงเรียนเพื่อกลับมาที่บ้าน หากเด็กถูกบังคับให้ไปโรงเรียน หรือเด็กอาจขาดเรียนเป็นเวลาหลายสัปดาห์ หรือหลายเดือน

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ปัญหาบุคลิกภาพของเด็ก

ปัญหาบุคลิกภาพของเด็ก

ปัญหาบุคลิกภาพของเด็ก (Children’s Undesirable Habits) หมายถึง การที่เด็กหมกมุ่นอยู่กับพฤติกรรมบางลักษณะ เช่น กัดเล็บ (Nail Biting) ม้วนผม (Hair twirling) แคะจมูก (Nose picking) ดูดนิ้ว (Thumb sucking) ซึ่ง ในสายตาของพ่อแม่ถือว่าเป็นลักษณะการกระทำที่รบกวนจิตใจ ไม่เหมาะสม หรือเป็นปัญหาพฤติกรรมการแสดงออกของเด็ก แม้ว่าปัญหาบุคลิกภาพดังกล่าวจะทำให้ผู้ปกครองรู้สึกเป็นกังวลหรือหนักใจไม่น้อย อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปแล้ว ปัญหาบุคลิกภาพของเด็กข้างต้น ถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเจริญเติบโต ดังนั้น จึงถือเป็นเรื่องปกติ รวมถึงไม่ได้เป็นสัญญาณอันตรายของความผิดปกติร้ายแรง โดยปกติ เด็กมักจะหยุดแสดงปัญหาบุคลิกภาพไปเองเมื่อโตขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือเป็นพิเศษ เว้นเสียแต่ว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นผลหรือเป็นสาเหตุของปัญหาทางร่างกายหรือจิตใจ อีกทั้งยังอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ได้เช่นกัน ทั้งนี้ ปัญหาบุคลิกภาพของเด็ก ไม่ว่าจะเป็นการกัดเล็บ ดูดนิ้ว ม้วนผม หรือแคะจมูก อาจเรียกได้ว่าเป็นนิสัยหรือความเคยชิน (Habit) กล่าวคือ เป็นพฤติกรรมที่เด็กกระทำอย่างต่อเนื่องในลักษณะเดิม ซึ่งโดยส่วนใหญ่ เด็กมักกระทำไปโดยไม่รู้ตัว นอกจากนี้ เด็กคนหนึ่งอาจมีปัญหาบุคลิกภาพร่วมกันหลายลักษณะได้อีกด้วย

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เด็กบ้านแตก

เด็กบ้านแตก

เด็กบ้านแตก (Children with Divorced Parents Problems) หมายถึง เด็กที่ได้รับผลกระทบจากการหย่าร้างของพ่อแม่ หรือการถูกทอดทิ้งจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ เมื่อพ่อแม่ตัดสินใจแยกทางกัน ลูกจะรู้สึกเหมือนโลกของเขาเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งนี้ความรู้สึกที่สูญเสียไปของเด็กที่พ่อแม่หย่าร้างกันอาจมีหลายระดับแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่า พ่อแม่เลิกกันอย่างไร ตอนนั้นเด็กอายุเท่าไร เด็กเข้าถึงปัญหาแค่ไหน รวมไปถึงกำลังใจที่เด็กได้รับจากพ่อแม่ บุคคลอื่นในครอบครัว และเพื่อน ดังนั้น การทำความเข้าใจปัจจัยเสี่ยงและพัฒนาการของเด็กในแต่ละช่วงอายุจะทำให้พ่อแม่ประสบความสำเร็จในการส่งเสริมการปรับตัวและการเจริญเติบโตของลูก เมื่อพ่อแม่ตัดสินใจแยกทางกัน อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เด็กบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์

เด็กบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์ (Children with Behavioral and Emotional Disorders) หมายถึง เด็กที่แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม (ต่อต้านตนเองหรือผู้อื่น) หรือมีความรู้สึกนึกคิดที่ผิดไปจากปกติ (แสดงออกถึงความต้องการทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น มีความเชื่อมั่นในตนเองต่ำ) ออกมาอย่างเนื่องจนถึงระดับที่ส่งผลกระทบต่อการศึกษาของเด็กไม่ว่าจะเพียงลักษณะเดียว หรือหลายลักษณะร่วมกันก็ได้ เช่น มีความยากลำบากในการเรียน ซึ่งไม่สามารถอธิบายได้ด้วยเหตุผลทางด้านสติปัญญา ประสาทสัมผัส หรือสุขภาพ มีความยากลำบากในการสร้างหรือคงไว้ซึ่งความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเพื่อนและครู แสดงออกถึงภาวะความเครียดและไม่มีความสุขอย่างเป็นปกติ มีแนวโน้มของอาการทางสุขภาพร่างกาย หรือความกลัวอันเป็นผลของปัญหาที่เกิดกับตัวเด็กเองหรือปัญหาที่เกิดในโรงเรียน ซึ่งปัจจุบันมีผู้ปกครองจำนวนไม่น้อยที่ต้องเผชิญกับปัญหาความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์ของลูกครั้งแล้วครั้งเล่า ซึ่งปัญหาเหล่านั้น ส่วนใหญ่สามารถได้รับการช่วยเหลือหรือแก้ไขได้ หากเด็กได้รับการรักษาที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ปัญหาของเด็กในบางกรณีอาจจะมีความรุนแรง ซึ่งเป็นสัญญาณของปัญหาสำคัญที่เด็กกำลังเผชิญอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากปัญหาความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์ของเด็กเรื้อรังติดต่อกันเป็นเวลานานจนกระทั่งเด็กโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ผลเสียที่ตามมาอาจลุกลามไปถึงการสูญเสียของชีวิตก็เป็นได้

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องเครื่องครัว

การสอนลูกเรื่องเครื่องครัว

เครื่องครัว (Kitchen utensil) หรือ เครื่องใช้ในห้องครัว (Kitchen Appliances) หมายถึง อุปกรณ์หรือของใช้ที่อยู่ในห้องครัว ประกอบด้วย อุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบอาหาร อุปกรณ์ที่ใช้ในการรับประทานอาหาร และอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า การจัดประสบการณ์ให้เด็กเรียนรู้เรื่องเครื่องครัว เป็นการส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัว ตามสาระที่ควรเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 ที่มุ่งพัฒนาเด็กให้ได้รับประสบการณ์ที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย ประสบการณ์ที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ ประสบการณ์ที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านสังคม และประสบการณ์ที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา อีกทั้งยังส่งเสริมทักษะชีวิต (Life Skill) ให้กับเด็กปฐมวัยอีกด้วย

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ลูกถนัดซ้าย

ลูกถนัดซ้าย

เด็กถนัดซ้าย (Left-Handed Children) หมายถึง เด็กที่มีความถนัดหรือความโน้มเอียงในการใช้มือข้างซ้ายมากกว่ามือขวา ซึ่งปัญหาเด็กถนัดซ้าย ไม่อาจกล่าวได้ว่าเป็น “ปัญหา” เสียทีเดียว ทั้งนี้เนื่องจากความถนัดหรือความโน้มเอียงดังกล่าวนั้นถือว่าเป็นเรื่องปกติ แม้ปัจจุบันจะยังไม่มีคำนิยามที่ตายตัวสำหรับการชี้วัดความโน้มเอียงนี้ก็ตาม แต่โดยทั่วไป การแบ่งความโน้มเอียงในการใช้มือ จะใช้ทิศทาง คือซ้าย หรือขวาในการจำแนก ตามหลักทางวิทยาศาสตร์แล้ว การนิยามความโน้มเอียงดังกล่าว มีเกณฑ์ในการจำแนกที่เป็นที่ยอมรับสองทฤษฎี ดังนี้

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ลูกติดขวดนม

ลูกติดขวดนม

เด็กติดขวดนม (Bottle Weaning) หมายถึง เด็กที่มีความผูกพันกับขวดนมมากเป็นพิเศษ โดยจะมีขวดนมติดมือไปไหนมาไหนด้วยเกือบตลอดเวลา ทั้งนี้เพราะนอกจากขวดนมจะเป็นแหล่งของสารอาหารที่สำคัญสำหรับเด็กแล้ว ขวดนมยังอาจหมายถึงความสบายใจและความปลอดภัยอีกด้วย อย่างไรก็ตาม การให้เด็กเลิกขวดนมก็ถือเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องเกิดขึ้น ทั้งนี้เพราะตั้งแต่ช่วงอายุ 6 เดือนเป็นต้นไป สารอาหารที่ได้จากนมผงหรือแม้กระทั่งนมแม่เพียงอย่างเดียวนั้น ไม่เพียงพอต่อการตอบสนองพัฒนาการที่สำคัญของเด็ก เด็กจึงต้องรับประทานอาหารประเภทอื่นเป็นหลักควบคู่ไปกับการดื่มนม อีกทั้งหากปล่อยให้เวลาผ่านไปนานจนเกินไป ความยากลำบากในการแทนที่ขวดนมของลูกด้วยถ้วยให้ประสบความสำเร็จนั้น ย่อมแปรผันสูงขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกให้สื่อสารเป็น

สอนลูกให้สื่อสารเป็น

การสอนลูกให้สื่อสารเป็น (Good communication) หรือให้มีความสามารถที่ดีในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเอง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรอง เพื่อขจัดและลดปัญหาความขัดแย้งต่างๆการเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสาร ด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วิธีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อตนเองและสังคม

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

การเรียนร่วมของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ

การเรียนร่วมของเด็กที่มีความต้องการพิเศษการเรียนร่วมของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ (Inclusive education for children with special needs) เป็นการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษประเภทต่างๆ เช่น เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน เด็กที่มีความบกพร่องทางการเห็น เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา เป็นต้น โดยจัดให้เด็กเหล่านี้เข้ามาเรียนในชั้นเรียนปกติ เพื่อให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษได้รับการพัฒนาทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา สอดคล้องกับความสามารถของเด็ก อีกทั้งยังช่วยให้เด็กปกติมีการยอมรับ และปรับตัว เพื่อสามารถเรียนร่วมกับเด็กที่มีความต้องการพิเศษได้

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ลูกมีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ

ลูกมีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ

ความบกพร่องทางร่างกาย (Physical impairments) โดยทั่วไปแล้วครอบคลุมลักษณะของความบกพร่องทางการเคลื่อนไหว (Motor functioning impairments) ซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุหลายประการ ตัวอย่างของความบกพร่องทางร่างกาย ได้แก่ โรคสมองพิการ (Cerebral palsy) โรคลมชัก (Epilepsy) และโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ในเด็ก (Juvenile rheumatoid arthritis) เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายอาจมีหรือไม่มีความจำเป็นต้องได้รับการศึกษาพิเศษ (Special education) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัญหา ซึ่งความช่วยเหลือที่เด็กควรได้รับ ได้แก่ กายภาพบำบัด (Physical therapy) กิจกรรมบำบัด (Occupational therapy) รวมไปถึงบรรดิการพลศึกษา (Adapted physical education) หรือการจัดกิจกรรมพลศึกษาให้เหมาะสมกับเด็กที่มีความผิดปกติ เป็นต้นอ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ลูกมีความบกพร่องทางการพูดและภาษา

ลูกมีความบกพร่องทางการพูดและภาษา

เมื่อบุคคลไม่สามารถเปล่งเสียงพูดได้อย่างถูกต้อง ไม่สามารถพูดได้อย่างราบรื่น หรือมีปัญหาเกี่ยวกับเสียงของตนเอง ถือว่าบุคคลนั้นมีความบกพร่องทางการพูด (Speech Impairment) ซึ่งครอบคลุมลักษณะตั้งแต่ปัญหาความยากลำบากในการออกเสียง หรือความผิดปกติในการออกเสียง (Articulation Disorders) รวมถึงการพูดติดต่าง (Stuttering) ในขณะเดียวกัน เมื่อบุคคลมีปัญหาในการรับรู้และเข้าใจภาษา (Receptive language) หรือมีทักษะในการใช้ภาษาบกพร่อง (Expressive language) ถือว่าบุคคลนั้นมีความบกพร่องทางภาษา (Language Impairment) ทั้งนี้ ผู้ใหญ่และเด็กต่างสามารถประสบปัญหาความบกพร่องทางการพูดและภาษาได้ โดยสาเหตุของความบกพร่องอาจเกิดจากความผิดปกติของร่างกาย หรืออาจเป็นสาเหตุที่ไม่สามารถระบุแน่ชัดได้ สำหรับความบกพร่องทางการพูดและภาษาที่ส่งผลกระทบต่อเด็กนั้นมีหลายรูปแบบ อย่างไรก็ตาม อาจจำแนกได้เป็น 4 ประเภทหลัก ตามลักษณะของความผิดปกติ ได้แก่

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

การพึ่งพาตนเอง

พึ่งพาตนเอง

การพึ่งพาตนเอง (Independent) หมายถึง ความสามารถของเด็กที่จะช่วยเหลือตนเองให้ได้มากที่สุด โดยไม่เป็นภาระคนอื่นมากเกินไป มีความสมดุลและความพอดีในชีวิต เป็นสภาวะทางกายที่สอดคล้องกับสภาวะทางจิตใจที้เป็นอิสระ การพึ่งพาตนเองสามารถบ่งชี้ได้จากพฤติกรรมการแสดงออก ได้แก่ ความสามารถในการแก้ปัญหาและปฏิบัติกิจกรรมตามวิถีชีวิตในสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการช่วยเหลือตนเอง (Self - help) หมายถึง ความสามารถของเด็กปฐมวัยในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้ด้วยตนเอง เช่น การแปรงฟัน การทำความสะอาดร่างกาย การแต่งตัว การรับประทานอาหาร การเข้าห้องน้ำห้องส้วม รวมถึงการเล่นและทำงานให้ประสบความสำเร็จตามความสามารถของตน การอบรมเลี้ยงดูเด็กแบบมีเหตุผล ด้วยการให้ความรัก ความอบอุ่น การเอาใจใส่ใกล้ชิดเด็ก การให้อิสระเด็กแต่มีการควบคุมอย่างเหมาะสม การใช้เหตุผลอย่างชัดเจนและการสื่อสารสัมพันธ์ในเชิงบวก ส่งผลทางบวกต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็ก ทำให้เด็กมีความรู้สึกต่อคุณค่าของตนเองในระดับสูง มีความเชื่อมั่นในตนเอง มีความรับผิดชอบ เชื่อฟังพ่อแม่ และสามารถพึ่งพาตนเองได้

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ลูกมีความลับ

ลูกมีความลับ

การมีความลับเป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการในวัยเด็ก เด็กวัย 2-3ปีจะเริ่มสนุกกับการมีความลับ โดยมากจะเป็นเรื่องไร้สาระมากมายที่เด็กๆ เรียกว่า “ความลับ” และบอกเล่าให้เพื่อนหรือพ่อแม่ ผู้ปกครองฟัง โดยการกระซิบ (ที่ดังเกินกว่าจะเรียกว่ากระซิบได้) เป็นการกระทำที่อาจดูน่ารักน่าเอ็นดู แต่ในขณะเดียวกันก็แสดงการเริ่มพัฒนาบุคลิกภาพอย่างหนึ่ง นั่นก็คือความสามารถแยกความแตกต่างว่าอะไร “จริง” หรือ “ไม่จริง” และความแตกต่างระหว่าง “ตัวเอง” และ “คนอื่น” (ego-boundary) ออกจากกันได้

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เด็กสมาธิสั้น

เด็กสมาธิสั้น

โรคสมาธิสั้น หรือ โรคเอดีเอชดี (Attention deficit-hyperactivity disorder หรือ ADHD) เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของการพัฒนาทางระบบสติปัญญา ระบบประสาท และพฤติกรรม โดยอาการหลักๆ ของโรคอาจสังเกตได้ดังนี้ คือ การไม่มีสมาธิจดจ่อ (Inattention) อยู่ไม่นิ่งและซุกซนผิดปกติ (Hyperactivity) หุนพันพลันแล่นและขาดความยับยั้งชั่งใจ (Impulsiveness) อาการเหล่านี้มักปรากฏในเด็กวัยก่อน 7 ขวบ

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เด็กที่มีปัญหาการเรียนรู้

เด็กที่มีปัญหาการเรียนรู้

ปัญหาความบกพร่องด้านการเรียนรู้ (Learning Disabilities) ใช้อธิบายลักษณะพิเศษของเด็กที่มีปัญหาในการพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ทางวิชาการ ภาษา และการเขียน เป็นผลมาจากระบบการทำงานที่ผิดปกติของสมองในขั้นตอนการรับรู้และสื่อสารข้อมูล ทำให้มีปัญหาเรียนยาก หรือเรียนช้ากว่าเด็กคนอื่นในวัยเดียวกัน เด็กที่มีปัญหาการเรียนรู้ในลักษณะนี้ จัดเป็น 1 ใน 9 กลุ่มเด็กที่ต้องรับการดูแลพิเศษ แต่ไม่ได้หมายความว่าเด็กไม่ฉลาดหรือขี้เกียจ เพียงแต่มีระบบความคิด การจัดเก็บและสื่อสารข้อมูลแตกต่างจากคนอื่น และที่จริงแล้วเด็กกลุ่มนี้จะมีระดับไอคิวเท่ากับเด็กทั่วไป หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ เราสามารถแบ่งลักษณะอาการเป็น 2 ประเภท คือ ปัญหาทางภาษา และปัญหาทางภาพสัญลักษณ์

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน