ลูกมีความบกพร่องทางการได้ยิน

ลูกมีความบกพร่องทางการได้ยิน

เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน คือ เด็กที่ไม่สามารถได้ยินได้เทียบเท่ากับบุคคลที่มีความสามารถในการได้ยินปกติที่สามารถรับฟังเสียงด้วยหูทั้ง 2 ข้างตั้งแต่ระดับ 25 เดซิเบลขึ้นไป ซึ่งจะถือว่าเป็นบุคคลที่สูญเสียการได้ยิน (Hearing loss) ซึ่งจำแนกออกได้เป็น 4 ระดับ คือ หูตึงน้อย (Mild) หูตึงปานกลาง (Moderately severe) หูตึงมาก (Severe) และหูตึงรุนแรง (Profound) โดยความบกพร่องทางการได้ยินสามารถเกิดได้กับหูข้างเดียวหรือทั้ง 2 ข้าง และเป็นสาเหตุของความยากลำบากในการได้ยินเสียงพูดหรือแม้กระทั่งเสียงที่ดังก็ตาม

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เด็กพิการซ้อน

เด็กพิการซ้อน

ความพิการซ้อน (Multiple Disabilities) หมายถึง ความบกพร่องร่วมกันมากกว่า 1 ลักษณะที่เกิดขึ้นต่อบุคคล (Simultaneous impairments) อาทิเช่น บกพร่องทางสติปัญญาร่วมกับตาบอด หรือบกพร่องทางสติปัญญาร่วมกับความผิดปกติของกระดูกและกล้ามเนื้อ

โดยปกติแล้ว สำหรับเด็ก ความซ้ำซ้อนเหล่านี้มักก่อให้เกิดปัญหาในการเรียนรู้ เนื่องจากเด็กไม่สามารถเข้ารับการศึกษาพิเศษที่เหมาะสมต่อความบกพร่องทางใดทางหนึ่งเพียงอย่างเดียวได้

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ลูกมีความบกพร่องทางสติปัญญา

ลูกมีความบกพร่องทางสติปัญญา

เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา (Children with Mental Retardation) หมายถึง เด็กที่มีความบกพร่องในการทำงานของกระบวนการทางปัญญา (cognitive functioning) และมีปัญหาเกี่ยวกับพฤติกรรมการปรับตัว (adaptive behaviors) ตั้งแต่ 2 ประการขึ้นไป ในอดีตได้กำหนดให้เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาคือเด็กที่มีระดับ IQ หรือ ความฉลาดทางสติปัญญาต่ำกว่า 70 คะแนน (IQ ของคนปกติจะอยู่ที่ประมาณ 100 คะแนน) อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมาคำจำกัดความของความบกพร่องทางสติปัญญานั้นจะรวมทั้งเรื่องของการทำงานของกระบวนการทางปัญญา และทักษะความสามารถในการทำสิ่งต่างๆของบุคคลในสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่ ดังนั้นผู้ที่มีระดับความฉลาดทางสติปัญญาต่ำกว่าค่ามาตรฐานเพียงอย่างเดียว จึงไม่เรียกว่าเป็นผู้ที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา อนึ่ง Syndromic mental retardation คือ ภาวะความบกพร่องทางสติปัญญาที่เกี่ยวโยงกับลักษณะ อาการ ความผิดปกติทางการแพทย์และทางพฤติกรรมอื่นๆ ส่วน Non-syndromic mental retardation เป็นภาวะความบกพร่องทางสติปัญญาที่ไม่มีความผิดปกติอื่นๆ ปรากฏร่วมด้วย

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องเครื่องใช้ไฟฟ้า

สอนลูกเรื่องเครื่องใช้ไฟฟ้า

เครื่องใช้ไฟฟ้า (Electrics) หมายถึง อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่น เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้แสงสว่าง เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานกล และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเสียง การจัดประสบการณ์เรื่องเครื่องใช้ไฟฟ้าให้กับเด็กปฐมวัย เป็นการส่งเสริมเด็กในด้านสุขอนามัยให้มีนิสัยในการดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่ตนเองและผู้อื่น ด้วยการจัดกิจกรรมให้เด็กมีวินัยในการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างถูกต้องเหมาะสมกับวัยของเด็ก ด้วยรูปแบบการจัดกิจกรรมแบบหน่วยการเรียน แบบโครงการ และแบบบูรณาการกับหน่วยการเรียนรู้อื่น ในกิจกรรมตามตารางกิจกรรมประจำวัน ทั้งนี้ ครูจะบูรณาการคุณธรรมด้านความประหยัดให้เกิดกับเด็กด้วย

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (Competencies of learners) หมายถึง คุณลักษณะที่เด็กทุกคนมีและใช้ได้อย่างเหมาะสม เพื่อผลักดันให้ผลการปฏิบัติงานบรรลุตาม เป้าหมาย ซึ่งคุณลักษณะเหล่านี้ได้แก่ ความรู้ ทักษะ บุคลิกภาพ แรงจูงใจทางสังคมลักษณะ นิสัยส่วนตัว ตลอดจนรูปแบบความคิดและวิธีการคิด ความรู้สึกและการกระทำ ซึ่งการพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มีศักยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญ 5 ประการ ได้แก่ ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต และความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องเลือกซื้อผักและผลไม้

การสอนลูกเรื่องเลือกซื้อผักและผลไม้อาหารประเภทผักและผลไม้มีสารอาหารประเภทวิตามินและเกลือแร่ที่มีความจำเป็นต่อการสร้างการเจริญเติบโตให้กับเด็ก อีกทั้งยังช่วยให้ระบบการทำงานของอวัยวะส่วนต่างๆภายในร่างกายเป็นปกติ นำไปสู่การป้องกันโรคต่างๆและไม่เจ็บป่วยง่ายๆ การเลือกซื้อผักและผลไม้ควรคำนึงหลักการสำคัญคือ การเลือกซื้อผักและผลไม้ตามฤดูกาล มีความสดสะอาด ปราศจากสารพิษและสารปนเปื้อนต่างๆที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

คุณธรรมพื้นฐาน-เรื่องมีน้ำใจ

คุณธรรมพื้นฐานเรื่องมีน้ำใจ

มีน้ำใจ (Kindness) คือ ความจริงใจที่ไม่เห็นแก่เพียงตัวเองหรือเรื่องของตัวเอง แต่เห็นอกเห็นใจ เห็นคุณค่าในเพื่อนมนุษย์ มีความเอื้ออาทร เอาใจใส่ ให้ความสนใจในความต้องการ ความจำเป็น ความทุกข์สุขของผู้อื่นและพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกัน ผู้ที่มีน้ำใจ คือ ผู้ให้และผู้อาสาช่วยเหลือสังคม รู้จักแบ่งปัน เสียสละความสุขส่วนตน เพื่อทำประโยชน์แก่ผู้อื่น เข้าใจ เห็นใจผู้ที่มีความเดือดร้อน อาสาช่วยเหลือสังคมด้วยแรงกาย สติปัญญา ลงมือปฏิบัติการ เพื่อบรรเทาปัญหาหรือร่วมสร้างสรรค์สิ่งดีงามให้เกิดขึ้นในชุมชน

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เอ็มคิว

การพัฒนาความฉลาดทางคุณธรรม (MQ) หรือ Moral quotient ของเด็ก หรือการสอนแนวทางในการประพฤติตนของเด็กที่จะทำให้ตัวเองและคนในสังคมมีความสุข หรือจะพูดอีกอย่างได้ว่า การสอนแนวทางในการประพฤติตนของเด็กที่จะไม่เบียดเบียนตนเอง และไม่เบียดเบียนผู้อื่น จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาเด็ก เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่ไม่สามารถจะใช้ชีวิตอยู่ตามลำพังได้ คนเราจะมีชีวิตอยู่ได้จำเป็นที่จะต้องพึ่งพาคนในสังคมไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ทักษะในการใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นหรือคนในสังคมจึงเป็นทักษะที่สำคัญอย่างยิ่งของคนเรา ทักษะเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องถูกปลูกฝังตั้งแต่ในวัยต้นๆของชีวิต

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เลือกโรงเรียนประถม

ในสังคมปัจจุบันการเลือกโรงเรียนให้กับลูกมีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากยุคของสังคมเปลี่ยนไป เกิดจากปัจจัยหลายๆ อย่างเป็นตัวแปรที่ทำให้สังคมยุคปัจจุบันต่างจากสังคมในอดีตอย่างสิ้นเชิงทั้งสภาพแวดล้อม การศึกษา เศรษฐกิจ สมัยอดีตพ่อแม่แต่ละครอบครัวมีลูกมาก เพื่อให้ลูกช่วยทำงานแบ่งเบาภาระ สังคมปัจจุบันแต่ละครอบครัวมีลูกน้อยลง บางครอบ ครัวมีลูกแค่หนึ่งคนหรือสองคนเท่านั้นเอง การแข่งขันในยุคปัจจุบันก็มีสูงขึ้น พ่อแม่จึงทุ่มเทให้กับลูกทุกๆด้านโดยเฉพาะในด้านการศึกษาเพื่อเป็นการปูทางอนาคตให้กับลูก ดังนั้นการเลือกโรงเรียนจึงมีความสำคัญมากในยุคนี้ พ่อแม่หลายๆ ท่านก็คงกำลังดูและศึกษาหาโรงเรียนที่ดีที่สุดเหมาะสมที่สุดให้กับลูกอยู่

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สังคมศึกษา-ศาสนา-วัฒนธรรม

สาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เป็นวิชาที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วยเรื่อง ราวเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม การดำเนินชีวิต รวมถึงศาสนา ศีลธรรม และจริยธรรม วิชาสังคมศึกษาจึงช่วยให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจว่ามนุษย์ดำรงชีวิตอย่างไร และเข้าใจถึงการพัฒนา การเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย ตามกาลเวลา ตามเหตุปัจจัยต่างๆ ทำให้เกิดความเข้าใจในตนเองและเข้าใจผู้อื่น ยอมรับในความแตกต่าง มีคุณธรรม มีความอดทน อดกลั้น สามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิต มีคุณภาพชีวิตที่ดี อยู่ในสังคมอย่างเป็นสุข เป็นพลเมืองดีของประเทศชาติและสังคมโลก อันเป็นเป้าหมายที่แท้จริงของการเรียนวิชาสังคมศึกษา

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

คุณธรรมพื้นฐาน-เรื่องสามัคคี

คุณธรรมพื้นฐานเรื่องสามัคคี

สามัคคี คือ ความพร้อมเพรียงกัน ความกลมเกลียวกัน ความปรองดองกัน ร่วมใจกันปฏิบัติงานให้บรรลุผลตามที่ต้องการ เกิดงานการอย่างสร้างสรรค์ ปราศจากการทะเลาะวิวาท ไม่เอารัดเอาเปรียบกัน เป็นการยอมรับความมีเหตุผล ยอมรับความแตกต่างหลากหลายทางความคิด ความหลากหลายในเรื่องเชื้อชาติ ความกลมเกลียวกันในลักษณะเช่นนี้ เรียกอีกอย่างว่า ความสมานฉันท์ ผู้ที่มีความสามัคคี คือ ผู้ที่เปิดใจกว้างรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น รู้บทบาทของตน ทั้งในฐานะผู้นำและผู้ตามที่ดี มีความมุ่งมั่นต่อการรวมพลัง ช่วยเหลือเกื้อกูลกันเพื่อให้การงานสำเร็จลุล่วง แก้ปัญหาและขจัดความขัดแย้งได้ เป็นผู้มีเหตุผล ยอมรับความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรม ความคิด ความเชื่อ พร้อมที่จะปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันติ

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องการบริโภคอาหาร

สอนลูกเรื่องการบริโภคอาหาร

การบริโภคอาหาร (Food Consumption) หมายถึง การรับประทานอาหารโดยคำนึงถึงว่าจะรับประทานอาหารอะไร รับประทานในสัดส่วนและปริมาณเท่าใด จะเลือกอาหารชนิดใดบ้างที่มีประโยชน์และมีคุณค่าต่อร่างกาย ซึ่งการปฏิบัตินี้จะมีความสม่ำเสมอจนเป็นนิสัยจนเรียกว่าเป็นพฤติกรรมการบริโภคอาหาร (Food Consumption Behavior) ซึ่งเด็กๆ ควรได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ มีคุณค่าต่อร่างกาย การได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนตามหลักโภชนาการ มีสัดส่วนและปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย จะทำให้เด็กมีร่างกายเจริญเติบโตเหมาะสมกับวัย มีสุขภาพแข็งแรง มีกำลังในการทำกิจกรรมต่างๆ ในการดำรงชีวิตประจำวัน ผลจากการที่เด็กมีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงจะทำให้เด็กมีสติปัญญาดี สังคมดี และอารมณ์จิตใจที่แจ่มใส

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

พัฒนาการด้านสติปัญญาวัยประถมต้น

เด็กวัยประถมต้น (6-9 ขวบ) มีพัฒนาการทางด้านสติปัญญาที่ Jean Piaget เรียกว่า Concrete Operation คือ มีความสามารถคิดเหตุผลเชิงตรรกะได้ สามารถรับรู้สิ่งแวดล้อมตามความเป็นจริง สามารถพิจารณาเปรียบเทียบจัดของเป็นกลุ่มโดยใช้เกณฑ์หลายอย่าง เริ่มเข้าใจกฎเกณฑ์ต่างๆ และเข้าใจความคงตัวของสสารว่า การเปลี่ยนแปลงรูปร่างภายนอกไม่มีผลต่อสภาพเดิม ต่อปริมาณ น้ำหนัก และปริมาตร มีความคิดสร้างสรรค์ ชอบคิดแก้ปัญหาตามวิธีการของตัวเอง ชอบแสวงหาวิธีการต่างๆจากการลองปฏิบัติ ซักถาม เปรียบเทียบ และจดจำสิ่งของหรือบุคคลต่างๆได้อย่างถูกต้อง พัฒนาการด้านภาษาและการใช้สัญลักษณ์ในวัยนี้มีพัฒนาการที่ก้าวหน้ามาก สามารถเข้าใจภาษา ความหมายของคำใหม่ๆ อ่านและเขียนได้มากขึ้น สามารถอธิบาย บอกความเหมือน-ความต่างได้ มีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม โดยนำเอาสิ่งที่มีอยู่มาสัมพันธ์กัน รวมทั้งเข้าใจความหมายของบทเรียน ทั้งคณิตศาสตร์ ภาษา และการอ่าน การส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญาที่เหมาะสมจากการเลี้ยงดูของพ่อแม่ และการจัดการเรียนการสอนของครู จะช่วยให้เด็กมีวิธีคิด มีวิธีการเรียนรู้ที่เหมาะสม เกิดทางเลือกและวิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้อง ซึ่งจะส่งเสริมพัฒนาการในวัยต่อไปให้ดียิ่งขึ้น

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ปฏิบัติตามข้อตกลง

ปฏิบัติตามข้อตกลง

การปฏิบัติตามข้อตกลง (Commitment) หมายถึง การที่เด็กปฏิบัติตนตามกฏ ระเบียบ กติกา หรือข้อตกลงที่มีการกำหนดไว้ล่วงหน้าเพื่อให้เป็นแนวทางในการปฏิบัติร่วมกัน ส่วนการสร้างข้อตกลง (Commitment Approach) เป็นการที่ครูใช้คำถามให้เด็กร่วมกันคิดถึงการปฏิบัติตนที่แสดงถึงลักษณะนิสัยที่พึงประสงค์ในการเล่นหรือทำงานร่วมกัน ทั้งนี้เพราะเด็กเริ่มมีการติดต่อกับสังคมแวดล้อมแห่งแรกคือ สังคมครอบครัว ต่อมาเมื่อเด็กเข้าสู่โรงเรียนก็จำเป็นต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวในสภาพสังคมใหม่ ที่แตกต่างไปจากสังคมเดิม เด็กในช่วงอายุ 3 – 5 ปี เป็นวัยที่มีลักษณะเด่นคือ เป็นวัยที่ยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง (egocentric) ทั้งในด้านความรู้สึก การคิดและการปฏิบัติ เด็กจะยึดความคิดของตนเองเป็นหลัก โดยมิได้คำนึงถึงผู้อื่นว่าจะคิดหรือรู้สึกอย่างไร การสร้างข้อตกลงเป็นวิธีการที่เหมาะสมในการนำมาใช้เพื่อเสริมสร้างลักษณะนิสัยที่พึงประสงค์ให้กับเด็กปฐมวัย เป็นการตกลงร่วมกันว่าจะปฏิบัติตนอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาระหว่างการเล่นและการทำงานร่วมกัน

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

การประกอบอาหาร

การประกอบอาหาร

การจัดประสบการณ์การประกอบอาหาร (Cooking experience) หมายถึง การจัดกิจกรรมเพื่อให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรงที่เป็นรูปธรรมผ่านขั้นตอนและกระบวนการประกอบอาหารประเภทต่างๆ ที่เหมาะสมกับพัฒนาการเด็ก เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ เกิดความคิดรวบยอดและพัฒนาทักษะกระบวนการต่างๆ อย่างสมดุล จากการได้ลงมือปฏิบัติจริงโดยใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าในการเรียนรู้ จนสามารถสร้างความรู้ได้ด้วยตนเองการจัดประสบการณ์การประกอบอาหารเป็นการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ (Child centered) อีกทั้งยังปลูกฝังเด็กให้เด็กมีพฤติกรรมทางด้านสุขภาพ สุขอนามัย และโภชนาการที่ดี

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เชื่อมั่นในตนเอง

เชื่อมั่นในตนเอง

ความเชื่อมั่นในตนเอง (Self Confidence) หมายถึง การกล้าตัดสินใจในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งด้วยความมั่นใจ กล้าแสดงออก สามารถทำสิ่งต่างๆได้ด้วยตนเอง พึ่งพาตนเอง และสามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ใหม่ๆ เพื่อให้อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข การสร้างความเชื่อมั่นในตนเองให้กับเด็ก สามารถทำได้โดยผู้ใหญ่เป็นแบบอย่างที่ดี สนับสนุนพฤติกรรมที่ดีของเด็ก เปิดโอกาสให้เด็กได้ทดลองทำสิ่งต่างๆอย่างอิสระตามความต้องการและความสนใจของเด็ก ภายใต้การสนับสนุนช่วยเหลือจากผู้ใหญ่อย่างเหมาะสม

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องไอศกรีม

สอนลูกเรื่องไอศกรีม

ไอศกรีม (Ice-cream) หมายถึง ขนมหวานที่แช่เย็นจนแข็ง มีรสหวาน มัน กลิ่นหอม มีสีสัน และรูปแบบหลากหลาย เกิดจากการนำนมซึ่งเป็นส่วนผสมหลักไปผ่านการฆ่าเชื้อ แล้วนำไปปั่นในที่เย็นจัด เพื่อเติมอากาศเข้าไป พร้อมๆกับการลดอุณหภูมิ โดยอาศัยเครื่องปั่นไอศกรีม เด็กๆมักเรียกกันทั่วไปว่า ไอติม ไอศกรีมเป็นของหวานที่มีอยู่ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก และเป็นที่ชื่นชอบของเด็กทุกคน แม้แต่ผู้ใหญ่ก็ยังรับประทานไอศกรีมเป็นอาหารว่าง หรือใช้เป็นอาหารในงานปาร์ตี้หรือสังสรรค์กัน เมื่อผู้ใดที่รับประทานไอศกรีมเข้าไปแล้วจะมีความรู้สึกคล้ายกันคือ มีความสดชื่น พึงพอใจและมีความสุข ไอศกรีมจึงเป็นของหวานที่มีคุณลักษณะเหมาะสมสำหรับการเป็นบทเรียนของเด็กได้เป็นอย่างดี

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

พัฒนาการด้านอารมณ์วัยอนุบาล

พัฒนาการด้านอารมณ์วัยอนุบาล

จิตใจของเด็กวัยอนุบาลเปรียบเสมือนฟองน้ำที่พร้อมจะซึมซับทุกสิ่งผ่านเข้ามา และเก็บสะสมข้อมูลที่ได้รับอยู่ตลอดเวลา หากเด็กได้รับการเลี้ยงดูแนะนำที่ถูกต้องเหมาะสม จะทำให้เด็กมีพัฒนาการด้านอารมณ์ที่ดี เด็กจะยอมรับนับถือตนเอง ได้ รับการยอมรับจากผู้อื่น และเด็กก็จะมีความสุขมีกำลังใจ มีแรงจูงใจในการทำงานตามที่มุ่งหวัง และสามารถมีกระบวนการคิดแก้ปัญหาความขัดแย้งได้ดี ทำให้ประสบความสำเร็จ ถ้าเด็กไม่สามารถทำได้ตามขั้นตอนพัฒนาการ เด็กจะรู้สึกเป็นปมด้อย และจะทำงานในขั้นตอนพัฒนาการที่สูงขึ้นได้ยาก

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

การแบ่งปัน

พฤติกรรมการแบ่งปัน เป็นการเสียสละสิ่งของหรือทรัพย์ของตนให้แก่ผู้ที่เดือดร้อน หรือต้องการความช่วยเหลือ การแบ่งปันเป็นคุณธรรมที่ช่วยให้เด็กขจัดความเห็นแก่ตัวออกจากตนเอง และทำให้อยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างมีความสุข เพราะความขัดแย้งในเด็กอนุบาลและประถมต้นมักเป็นเรื่องของการแย่งชิงของเล่นกัน สาเหตุส่วนใหญ่ของการทะเลาะกันมักมากจากการไม่รู้จักแบ่งปันกันนั่นเอง

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ภาษาต่างประเทศ

ภาษาต่างประเทศคือ ภาษาอื่นๆที่เด็กไม่ได้ใช้สื่อสารพูดคุยในเวลาปกติ สำหรับเด็กที่ใช้ภาษาใดภาษาหนึ่งหรือมากกว่าเป็นหลัก หรือไม่ใช่ภาษาประจำประเทศบ้านเกิด จะถือว่าภาษาอื่นเป็นภาษาต่างประเทศ หรือเป็นภาษาที่สอง ซึ่งไม่เพียงเฉพาะภาษาอังกฤษ แต่ยังมีภาษาจีน ภาษาไทย ภาษากลาง ภาษาถิ่น เด็กบางคนอาจเรียนรู้มากกว่าหนึ่งภาษาตั้งแต่เกิดหรือตั้งแต่อายุยังน้อย เด็กกลุ่มนี้จัดอยู่ในกลุ่มบุคคลสองภาษาหรือหลายภาษา ซึ่งมีภาษาแม่หลายภาษา และไม่มีภาษาใดที่เป็นภาษา ต่างประเทศสำหรับพวกเขาเลย แม้ว่าภาษาเหล่านั้นอาจเป็นภาษาต่างประเทศสำหรับคนส่วนใหญ่ในประเทศที่เด็กเกิดก็ตาม

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน