วัยอนุบาล-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่101

โปรแกรมอนุบาลเปลี่ยนผ่าน

โปรแกรม “อนุบาลเปลี่ยนผ่าน” (Transition Kindergarten) ได้รับการออกแบบเพื่อให้เด็กมีเวลาที่จำเป็นต่อการบรรลุจุดมุ่งหมายของการเข้าโรงเรียนอนุบาล เด็กกลุ่มนี้ซึ่งมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน มักต้องการเวลา 2 ปีในการบรรลุความสำเร็จเท่ากับเด็กทั่วไป ที่ใช้เวลาเพียงปีเดียว

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

วัยอนุบาล-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่100

โปรแกรมอนุบาลพัฒนาการ

โปรแกรมอนุบาลพัฒนาการ (Developmental kindergarten : DK) เป็นโปรแกรมก่อนวัยอนุบาล (Pre-kindergarten) สำหรับเด็กอนุบาลที่มีพัฒนาการหรือพฤติกรรมที่ล่าช้ากว่าปรกติ เป็นวิธีการ (Means) ที่ช่วยให้เด็กประสบความสำเร็จในโรงเรียน ต่อไปนี้เป็นเกณฑ์ (Criteria) ของการรับเด็กเข้าสู่โปรแกรมดังกล่าว

  • เด็กที่มีอายุถึงวัยอนุบาล (Kindergarten-eligible) จะได้รับการทดสอบคัดกรอง (Screen test) เพื่อแยกแยะว่า ใครที่มีความจำเป็นพิเศษสำหรับการเรียนรู้และปรับพฤติกรรม? ในบางรัฐ อาทิ แมสสาชูเซ็ทส์ (Massachusetts) บังคับให้เด็กทุกคนต้องผ่านการทดสอบคัดกรองก่อนเข้าโรงเรียน (Enrolment)
  • อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

วัยอนุบาล-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่99

ช่องว่างแห่งความสำเร็จ

ในสหรัฐอเมริกาขณะนี้มีการสนับสนุนให้ทุกรัฐจัดให้มีโปรแกรมวัยก่อนเข้าเรียนอย่างถ้วนหน้า (Universal pre-school) และก็มีการเคลื่อนไหวในการสนับสนุนให้มีโปรแกรมอนุบาลอย่างถ้วนหน้า (Universal kindergarten) ภาคบังคับ (Compulsory) เช่นกัน

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

วัยอนุบาล-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่98

ช่องว่างแห่งความสำเร็จ

“ช่องว่าง [หรืออุปสรรค] แห่งความสำเร็จ” (Achievement gap) ระหว่างเด็กต่างเชื้อชาติ (Race) ต่างวัฒนธรรม (Culture) และต่างภูมิหลังทางเศรษฐกิจ-สังคม (Socio-economic background) เป็นประเด็นที่รุนแรง (Serious) มาก ซึ่งนักการศึกษาปฐมวัยต้องคำนึงถึง

เด็กจำนวนมากจากครอบครัวที่มีรายได้ต่ำ เข้าโรงเรียนด้วยสถานะที่ล้าหลังเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันที่ได้เปรียบกว่า (Advanced counterparts) เนื่องจากเด็กเหล่านี้มิได้เตรียมความพร้อมที่จะสนองตอบความต้องการของโรงเรียนร่วมสมัย (Contemporary)

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

วัยอนุบาล-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่97

การประยุกต์ใช้ผลวิจัยในทางปฏิบัติ

การวิจัยมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาครูอนุบาลมืออาชีพ เพราะการวิจัยสามารถแนะแนว (Guide) การสอนในทางปฏิบัติ (Instructional practices) ต่อไปนี้เป็นผลการวิจัย 2 ชิ้นที่จะช่วยครูอนุบาลใช้อารมณ์ในเชิงบวก (Positive emotion) เพื่อเพิ่มพูนการเรียนรู้ของเด็ก และเข้าใจความจำเป็นที่ครูอนุบาลต้องคอยปกป้องความล้มเหลวของเด็กทุกคน

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

วัยอนุบาล-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่96

พัฒนาการทางร่างกายและสังคม

เด็กอนุบาลรักที่จะพูด เพื่อสื่อสารทางวาจา (Verbal) ดังนั้น ครูอนุบาลจึงควรส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กมีโอกาสในกิจกรรมหลากหลายของภาษา อาทิ การร้องเพลง เล่านิทาน เล่นละคร (Drama) และท่องจำกวีนิพนธ์ (Poetry recital) สิ่งที่เด็กรู้เมื่อเข้าโรงเรียนอนุบาล ช่วยกำหนดความสำเร็จในโรงเรียนว่า เขาได้รับการสอนอะไร? และอย่างไร?

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

วัยอนุบาล-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่95

พัฒนาการทางร่างกายและสังคม

ในวัยอนุบาล เด็กจะกระฉับกระเฉง เพราะมีพลังมหาศาล (Energetic) และต้องการใช้มันในกิจกรรมทางกายภาพ (Physical) อาทิ การวิ่ง การปีนป่าย และการกระโดด ความปรารถนา (Desire) ที่จะมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางกายภาพทำให้วัยอนุบาล เป็นช่วงเวลาเหมาะสม (Ideal) สำหรับให้เด็กทำโครงงาน (Project) เกี่ยวกับการก่อสร้าง (Building)

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

วัยอนุบาล-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่94

ภาพสะท้อนเด็กชายอายุ 6 ขวบ

ต่อไปนี้เป็นภาพสะท้อน (Portrait) ของมิตเชล (Mitchell) เด็กชายอายุ 6 ขวบ ชาวอเมริกัน ผิวขาว (Caucasian) เป็นเด็กมีปัญหาด้านสายตา (Visually impaired)

ลักษณะโดยทั่วไปของเขา ก็คือเขาเคยเข้าโปรแกรมเด็กเล็ก (Early childhood program) มาก่อน ทำตัวไม่ว่างเสมอ และตื่นเต้นได้ง่าย (Excitable) มีคู่แฝด (Twin) เป็นหญิง

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

วัยอนุบาล-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่93

ภาพสะท้อนเด็กหญิงอายุ 6 ขวบ

ต่อไปนี้เป็นภาพสะท้อน (Portrait) ของจิลเลียน (Jillian) เด็กหญิงอายุ 6 ขวบ ชาวอเมริกันผิวขาว (Caucasian) อาศัยอยู่กับพ่อแม่และพี่สาว 1 คน

ลักษณะโดยทั่วไปของเธอก็คือ เธอเป็นเด็กที่เปิดเผย (Outgoing) และมีจิตสำนึก (Conscientious) [ที่รู้ว่าอะไรควร และอะไรไม่ควร]

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

วัยอนุบาล-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่92

ภาพสะท้อนเด็กชายอายุ 6 ขวบ

ต่อไปนี้เป็นภาพสะท้อน (Portrait) ของบริกแฮม (Brigham) เด็กชายอายุ 6 ขวบ ชาวอเมริกัน เชื้อสายอัฟริกัน (African American) อาศัยอยู่กับพ่อแม่ เขาเป็นลูกคนเดียว

ลักษณะโดยทั่วไปของเขา ก็คือเขาเป็นเด็กที่สุภาพเรียบร้อย (Well-mannered) และเคยอยู่ในสถานดูแลเด็กเล็กระบบมอนเตสเซอรี่ (Montessori) มาก่อน

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

วัยอนุบาล-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่91

ภาพสะท้อนเด็กหญิงอายุ 5 ขวบ

วัยอนุบาล ก็เหมือนเด็กอื่นๆ ในหลากหลายมิติ มีลักษณะเฉพาะ (Characteristics) ของพัฒนาการร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรมของเด็ก 5 – 6 ขวบ แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีลักษณะเฉพาะของความแตกต่างแต่ละคน (Individual)

ภาพสะท้อน (Portrait) ของเด็กอนุบาล จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับเด็กในปัจจุบัน ทำให้เราเข้าใจลึกซึ้ง (Insight) ถึงพัฒนาการของเด็กทางด้านสังคม อารมณ์ การรับรู้ และร่างกาย รวมทั้งทักษะการปรับตัว (Adaptive) ในการดำรงชีวิตประจำวัน

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

วัยอนุบาล-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่90

ประวัติศาตร์ของอนุบาลศึกษา

เมื่อ เฟรดริค เฟรอเบล (Friedrich Froebel) ก่อตั้งโรงเรียนอนุบาลครั้งแรกนั้น เขาตั้งชื่อว่า “สถาบันการเล่นและกิจกรรม” (Play and Activity Institute) โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะทดลองประสบการณ์ทางสังคมของเด็กที่เข้าโรงเรียนเป็นครั้งแรก ต่อมาเขาเปลี่ยนชื่อสถาบันเป็น Kindergarten ที่สะท้อนความเชื่อมั่นว่า เด็กๆ ควรได้รับการฟูมฟัก (Nurtured) และทะนุถนอม (Nourish) [Kinder] เหมือนพืชในสวน [Like plants in a garden]

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

วัยอนุบาล-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่89

วิชาการกับพัฒนาการ

อนุบาลศึกษามีประวัติศาสตร์อันยาวนานที่น่าสนใจ ซึ่งจะช่วยให้เราเข้าใจพัฒนาการจากอดีตจนถึงปัจจุบัน เริ่มต้นที่แนวความคิด (Concept) ในด้านการศึกษาและโปรแกรมอนุบาลของ เฟรดริค เฟรอเบล (Friedrich Froebel) ซึ่งมีผู้ศรัทธาในความคิดและวิธีการของเขา ได้นำเข้าจากเยอรมนีสู่สหรัฐอเมริกา ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 โดยไม่เปลี่ยนแปลงใดๆ (Intact)

แม้ว่าอิทธิพลของเขาได้ครอบงำอยู่เกือบ 50 ปี และยังคงเป็นที่ยอมรับกันจนถึงปัจจุบัน แต่ในสมัยกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 นั้น ความคิดของเขามิได้เป็นที่ยอมรับกัน โดยเฉพาะการเรียนรู้ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเล่น และความสนใจของเด็ก กล่าวคือ การเรียนรู้ที่ยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง (Child-centered)

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

วัยอนุบาล-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่88

วิชาการกับพัฒนาการ

ตั้งแต่ดั้งเดิม (Tradition) โรงเรียนอนุบาล (Kindergarten) เป็นวิธีการ (Approach) ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเล่น ร้องรำทำเพลง และกิจกรรมปฏิบัติ อาทิ การวาดรูป และปฏิสัมพันธ์ทางสังคม อันเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่าน (Transition) จากบ้านสู่โรงเรียน

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

วัยก่อนเข้าเรียน-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่87

รูปแบบของการเล่น

การเปลี่ยนผ่าน (Transition) เป็นการเปลี่ยนบริบท (Setting), ระดับ (Grade), โปรแกรม, หรือประสบการณ์ อาทิ จากทารกและวัยเตาะแตะในบ้านสู่วัยก่อนเข้าเรียน และสู่วัยอนุบาล ผู้ดูแลสามารถช่วยเด็กเล็กและครอบครัวเปลี่ยนผ่าน อย่างมีความสุข อย่างง่ายดาย และอย่างมีความเชื่อมั่นสูง ดังต่อไปนี้

  • ให้การศึกษาและเตรียมตัวเด็กเล็กก่อนเวลาสำหรับสถานการณ์ใหม่ เด็กเล็กสามารถทดลองปฏิบัติกิจวัตร (Routine) ที่เขาจะประสบพบเห็นในโรงเรียนอนุบาล อาทิ การเก็บข้าวของเข้าที่ทุกๆ วัน
  • อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

วัยก่อนเข้าเรียน-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่86

รูปแบบของการเล่น

  • การเล่นตามหน้าที่ (Functional play) – เกิดขึ้นในช่วงเวลา “การกระตุ้นประสาทสัมผัส” (Sensorimotor) เพื่อสนองตอบกิจกรรมที่ต้องใช้กล้ามเนื้อ (Muscular) ซึ่งต้องกระฉับกระเฉง (Active) มีลักษณะเฉพาะ (Characteristics) คือการกระทำซ้ำ (Repetition) การใช้มือ (Manipulation) และการเลียนแบบตนเอง (Self-imitation)

    ลักษณะเฉพาะดังกล่าว ทำให้เด็กเล็กมีโอกาสฝึกฝนและเรียนรู้ขีดความสามารถ (Capability) ทางร่างกาย ในขณะที่เขาสำรวจสภาพแวดล้อมรอบตัว เด็กเล็กชอบ (Fond) การเคลื่อนย้ายที่ซ้ำซาก เพราะมีความประทับใจตามประสาทสัมผัส (Sensory impression) จากการทำตามหน้าที่ของร่างกาย การเรียนซ้ำซากของภาษาก็เป็นส่วนหนึ่งของการเล่นตามหน้าที่ เช่นกัน

  • อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

วัยก่อนเข้าเรียน-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่85

รูปแบบของการเล่น

การเล่นเกิดขึ้นในหลายรูปแบบ ความเข้าใจในแต่ละแบบจะช่วยให้การนำโปรแกรมการเรียนรู้ผ่านการเล่นไปลงมือปฏิบัติ จนสัมฤทธิ์ผล แต่ละรูปแบบของการเล่นได้แก่ . . .

การเล่นทางสังคม (Social play) – นักวิจัยได้ศึกษาพบว่า เด็กเล็กมักเคยผ่าน 6 รูปแบบของการเล่น ดังนี้

  1. การเล่นที่ไม่หมกมุ่น (Unoccupied) – เป็นการเล่นที่เด็กเล็กมิได้เล่นกับสิ่งของใดๆ ทั้งสิ้น เขาเพียงยืนหรือนั่ง โดยปราศจากการทำอะไรให้เป็นที่สังเกตได้ (Observable)
  2. การเล่นคนเดียว (Solitary) – เป็นการเล่นที่เด็กเล็กเล่นตามลำพัง โดยเขาไม่รับรู้เรื่องของเด็กเล็กอื่นๆ
  3. อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

วัยก่อนเข้าเรียน-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่84

การวางแผนสำหรับการเล่น

ผู้ดูแลเด็กเล็กคือกุญแจสำคัญในการส่งเสริมการเล่นที่มีความหมาย กล่าวคือการเล่นเป็นพื้นฐานของการเรียนรู้ โดยผู้ดูแลจะเตรียมสภาพแวดล้อมสำหรับการเล่น ทัศนคติของผู้ดูแลจะช่วยกำหนดคุณภาพของเด็กเล็ก ผู้ดูแลพึงเข้าใจแนวความคิด (Concept) ของหลักสูตร และความคิด (Idea) ที่ต้องการให้เด็กเล็กเรียนรู้ผ่านการเล่น

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

วัยก่อนเข้าเรียน-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่83

ใช้บล็อคสร้างทักษะคำนวณ

ต่อไปนี้ เป็นประเภทของบล็อค (Block) ที่ใช้กันมากในวัยก่อนเข้าเรียน และแนวความคิด (Concept) ทางคณิตศาสตร์ที่เด็กเล็กพัฒนาเมื่อใช้วัสดุเหล่านี้

  • บล็อคสถาปนิก (Architect) – แนวความคิดทางคณิตศาสตร์จะเป็น รูปแบบ (Pattern) การแยกแยะ (Sorting) เรขคณิต การวัดผล (Measurement) ความสัมพันธ์ของเทศะ (Spatial relationship) และการนับ ตัวอย่างเช่น เด็กเล็กจะสร้างนานาโครงสร้างด้วยวัสดุเหล่านี้ หรือเกมนักสืบ ซึ่งเด็กเล็กจะค้นหารูปทรง (Shape) ต่างๆ ในการสร้างสรรค์ของตน
  • อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

วัยก่อนเข้าเรียน-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่82

การเล่นในโปรแกรมวัยก่อนเข้าเรียน

เฟรดริค เฟรอเบล (Friedrich Froebel) บิดาแห่งโรงเรียนอนุบาล (Father of Kindergarten) ได้แนะนำบล็อค (Block) เข้าสู่หลักสูตรเด็กปฐมวัย ด้วยการสร้าง “ของขวัญ” (Gift) เพื่ออำนวยความสะดวกให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ในเด็กเล็ก และให้โอกาสเด็กเล็กในการสร้างรูปแบบทางเรขาคณิต (Geometric form) ดังนั้น ในการวางแผนประสบการณ์การเรียนรู้ ผู้ดูแลพึงพิจารณาความคิดต่อไปนี้

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน