ครูปฐมวัย-พันธุ์ใหม่มืออาชีพ-ตอนที่140

มาตรฐานแกนร่วม

“การปรับหลักสูตร” (Curriculum alignment) คือกระบวนการที่ทำให้มั่นใจว่า สิ่งที่สอน (เนื้อหาของหลักสูตร) สอดคล้องกับมาตรฐาน (Standard) และการทดสอบ (Test) ที่วัดผลสำเร็จของเด็ก อันที่จริง หลักสูตรที่ดีควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของสิ่งที่มาตรฐานระบุว่า เด็กควรรู้อะไร และสามารถนำไปปฏิบัติได้

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ครูปฐมวัย-พันธุ์ใหม่มืออาชีพ-ตอนที่139

มาตรฐานแกนร่วม

เว็นดี้ หลึบ (Wendy Loeb) ครูโรงเรียนบัฟฟาโล่ โกร๊ฟ (Buffalo Grove) ในรัฐอิลลินอยส์ ได้นำผลลัพธ์จากการประเมินผลสอบรายวันของเธอ ไปใช้ในการกำหนดว่าเด็กคนไหน มีปัญหาในการตั้งคำถาม 5W-1H (Who? What? When? Where? Why? และ How?) ซึ่งทำให้เธอสามารถวางแผนระดับและประเภทของการแก้ไข (Intervention) ที่เด็กแต่ละคนจำเป็นต้องได้รับ

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ครูปฐมวัย-พันธุ์ใหม่มืออาชีพ-ตอนที่138

มาตรฐานแกนร่วม

ในตัวอย่างการสอนภาษา การอ่าน และวรรณกรรมระดับประถมศึกษาที่ 2 นั้น ความคิดสำคัญอาจได้แก่ การตั้งและตอบคำถาม 5W-1H (Who? What? When? Where? Why? และ How?) เพื่อแสดงความเข้าใจในรายละเอียดสำคัญของตำรา การเล่าเรื่องซ้ำไม่ว่าจะเป็น นิทาน (Fable) หรือตำนานที่เล่าต่อกันมา (Folktale) จากวัฒนธรรมต่างๆ แล้วสรุปใจความ (Central message) บทเรียน (Lesson) หรือจริยธรรม (Moral) และการสนองตอบของตัวละครต่อเหตุการณ์สำคัญและสิ่งท้าทาย

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เคล็ดลับเตรียมสอบภาพเหมือน-1

ภาพเหมือน1

สื่อการสอน: สิ่งของหรือภาพที่มีคุณลักษณะเหมือนกัน (สี รูปร่าง)

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อให้ลูกรู้จักสังเกตสิ่งที่มีคุณลักษณะเหมือนกัน (สี รูปร่าง)
  2. เพื่อให้ลูกสามารถจำแนกและจัดหมวดหมู่สิ่งของหรือภาพที่เหมือนกันได้
อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ครูปฐมวัย-พันธุ์ใหม่มืออาชีพ-ตอนที่137

มาตรฐานแกนร่วม

ในตัวอย่างการสอนภาษาและการอ่านระดับอนุบาล ความคิดที่สำคัญหลังจากได้รับการสนับสนุนจากครูปฐมวัย ได้แก่ การตั้งและตอบคำถามในเรื่องรายละเอียดที่สำคัญในเนื้อหาของตำรา (Text) การเล่าเรื่องราวของครอบครัว และการแยกแยะตัวละคร (Character) ฉากหลัง (Setting) และเหตุการณ์สำคัญในเนื้อเรื่อง

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ครูปฐมวัย-พันธุ์ใหม่มืออาชีพ-ตอนที่136

มาตรฐานแกนร่วม

มาตรฐานช่วยให้สาธารณชนสามารถคาดหวังความรับผิดชอบจากครูและโรงเรียน เพื่อให้แน่ใจว่า ครูจะไม่สามารถปฏิเสธว่า “ฉันได้สอนการอ่านให้นักเรียนแล้ว” เพราะคำถามใหม่จะเป็น “นักเรียนได้เรียนอะไรแล้ว?" แต่คำถามที่สำคัญกว่านั้น ก็คือ “แล้วนักเรียนได้เทียบเคียงมาตรฐาน (Benchmark) กับความสามารถในการอ่านของเด็กๆ รุ่นราวคราวเดียวกันอย่างไร?”

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ครูปฐมวัย-พันธุ์ใหม่มืออาชีพ-ตอนที่135

มาตรฐานแกนร่วม

มาตรฐานแกนร่วม (Common Core Standards : CCS) มุ่งเน้นไปที่ทักษะที่จำเป็นในการเตรียมความพร้อมสำหรับเข้า มหาวิทยาลัยและประกอบสัมมาอาชีพ และนั่นคือมุมมอง (Perspective) ของคริสตี้ เนอิส (Christie Neise) ซึ่งเป็นครูอนุบาลโรงเรียนชั้นประถมศึกษานอร์ธมอร์ (Northmore Elementary School) ที่เมือง West Palm Beach รัฐฟลอริดา เธอกล่าวว่า “หลักสูตร CCS เป็นสิ่งที่เราปฏิบัติอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องเพิ่มความคมชัดในจุดมุ่งเน้นอีกเล็กน้อย”

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ครูปฐมวัย-พันธุ์ใหม่มืออาชีพ-ตอนที่134

มาตรฐานการศึกษา

ทั้ง 50 รัฐของสหรัฐอเมริกา มีมาตรฐานในเรื่องสิ่งที่เด็กควรรู้และปฏิบัติได้ อย่างไรก็ตาม นักการศึกษา นักการเมือง และสาธารณชนตระหนักดีว่า สิ่งที่เด็กเรียนรู้ขึ้นอยู่กับที่ที่เขาอาศัยอยู่ และมาตรฐานของแต่ละรัฐก็มิได้เป็นแบบเดียวกัน (Uniform) ตัวอย่างเช่น สิ่งที่เด็กในรัฐแคลิฟอร์เนียเรียนรู้ ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่เด็กในรัฐนิวยอร์คเรียนรู้

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ครูปฐมวัย-พันธุ์ใหม่มืออาชีพ-ตอนที่133

มาตรฐานการศึกษา

ข้อดีของกฎหมายไม่มีเด็กถูกทิ้งท้าย (No Child Left Behind : NCLB) อยู่ที่มาตรฐานการรับผิดชอบ (Accountability standard) ที่วัดผลได้ในแต่ละปี ซึ่งแต่ละรัฐยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติให้สำเร็จ เพื่อรายงานผลสัมฤทธิ์ (Performance) ของเด็กและโรงเรียนให้พ่อแม่และสาธารณชนทราบ

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ครูปฐมวัย-พันธุ์ใหม่มืออาชีพ-ตอนที่132

มาตรฐานการศึกษา

ในบรรดาจุดมุ่งหมาย 8 ข้อของการศึกษาอเมริกันก่อนสิ้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ตามกฎหมาย ข้อ 3 เป็นข้อที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เพราะกำหนดว่า ภายในปี พ.ศ. 2543 “เด็กทุกคนที่สำเร็จการศึกษาในปีที่ 4, 8, และ 12 จะต้องมีความสามารถ (Competency) ในวิชาภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาต่างประเทศ พลเมืองและรัฐบาล (Civics and government) เศรษฐศาสตร์ ศิลปะ ประวัติศาสตร์ และภูมิศาสตร์

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ครูปฐมวัย-พันธุ์ใหม่มืออาชีพ-ตอนที่131

มาตรฐานการศึกษา

เมื่อพ่อแม่ไปเยี่ยมชมการสอนเด็กปฐมวัยในชั้นเรียน แล้วตั้งคำถามว่า “ครูสอนอะไร?” มักได้คำตอบที่แตกต่างกัน ครูบางคนอาจตอบว่า เขาสอนเรื่อง “สัตว์” หรือ “วันหยุดพักผ่อน” และบางคน ก็อาจตอบ เขาสอน “ทักษะสังคม” หรือ “การเริ่มอ่านเบื้องต้น” แต่จริงๆ แล้วครูสอนอะไรกันแน่? และข้อสำคัญกว่า ก็คือ เด็กเรียนรู้อะไรกัน?

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ครูปฐมวัย-พันธุ์ใหม่มืออาชีพ-ตอนที่130

โปรแกรมเด็กปฐมวัยในอเมริกา

ในสหรัฐอเมริกา โปรแกรม “แรกแย้ม” (Early Head Start) ให้บริการแก่เด็กทารก (Infant) และเด็กวัยเตาะแตะ (Toddler) จำนวน 64,000 คน โดยกฎหมายฟื้นฟูอเมริกันและลงทุนใหม่ (American Recovery and Reinvestment Act) ของปี พ.ศ. 2552 ได้จัดสรรงบประมาณ 1,100 ล้านดอลล่าร์ (ประมาณ 330,000 ล้านบาท) ให้โครงการนี้

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ครูปฐมวัย-พันธุ์ใหม่มืออาชีพ-ตอนที่129

โปรแกรมเด็กปฐมวัยในอเมริกา

โปรแกรม “แรกแย้ม” (Early Head Start) เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2538 โดยได้รับการออกแบบเพื่อ (1) ส่งเสริมผลลัพธ์ (Outcome) ของสุขภาพที่แข็งแรง (Healthy) ของหญิงตั้งครรภ์ (2) เพิ่มพูนพัฒนาการของเด็กเล็ก จากแรกเกิดถึง 3 ขวบ และ (3) ส่งเสริมการดำเนินงานของครอบครัวเข้มแข็ง (Healthy family functioning)

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ครูปฐมวัย-พันธุ์ใหม่มืออาชีพ-ตอนที่128

โปรแกรมเด็กปฐมวัยในอเมริกา

โปรแกรม “แรกเริ่ม” (Head Start) เป็นบริการที่ได้รับการสนับสนุนจากงบประมาณของรัฐบาลกลาง ซึ่งต้องปฏิบัติตามมาตรฐานของผลงาน (Performance) และมาตรฐานการเรียนรู้ โดยเน้นหนักการให้การศึกษาแบบองค์รวมในเด็ก (Whole child) และการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชนในการให้บริการดังกล่าว

นักวิจัยได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของพ่อแม่ในโปรแกรม “แรกเริ่ม” ผลการวิจัยพบสิ่งที่น่าสนใจดังนี้

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ครูปฐมวัย-พันธุ์ใหม่มืออาชีพ-ตอนที่127

โปรแกรมเด็กปฐมวัยในอเมริกา

เด็กที่จะมีสิทธิเข้าโปรแกรม “แรกเริ่ม” (Head Start) ต้องผ่านเกณฑ์การคัดเลือก ในเรื่องอายุ (3 - 5 ขวบ) และรายได้ของครอบครัวต่ำกว่าระดับความยากจน (Poverty line) ที่กระทรวงบริการสุขภาพและมนุษย์ (Department of Health and Human Services) สหรัฐอเมริกาเป็นผู้กำหนดในแต่ละปี แต่ 10% ของเด็กที่เข้าโปรแกรมนี้ สงวนไว้ให้เด็กด้อยความสามารถ (Disabilities)

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ครูปฐมวัย-พันธุ์ใหม่มืออาชีพ-ตอนที่126

โปรแกรมเด็กปฐมวัยในอเมริกา

กรอบการทำงาน (Framework) ของโปรแกรม “แรกเริ่ม” (Head Start) เป็นพื้นฐาน (Foundation) ของวิธีการเตรียมความพร้อมสำหรับโรงเรียน (School readiness) โดยคณะกรรมการกำหนดจุดมุ่งหมายของการศึกษาแห่งชาติ (National Education Goals Panel) ได้ระบุไว้ 5 ข้อ พร้อมรายละเอียดมาตรการต่างๆ ดังนี้

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ครูปฐมวัย-พันธุ์ใหม่มืออาชีพ-ตอนที่125

โปรแกรมเด็กปฐมวัยในอเมริกา

รัฐบาลกลาง (Federal) สหรัฐอเมริกา มีอิทธิพลอย่างมากในทุกมิติ ต่อการศึกษาปฐมวัย ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนรัฐ เอกชน หรืออิงศาสนา โดยมีโปรแกรม “แรกเริ่ม” (Head Start) สำหรับเด็กอายุระหว่าง 3 ถึง 5 ขวบ และโปรแกรม “แรกแย้ม” (Early Head Start) สำหรับเด็กอายุตั้งแต่แรกเกิดถึง 3 ขวบ เฉพาะครอบครัวที่มีฐานะยากจนเท่านั้น

ทั้งสองโปรแกรม เป็นโครงการพัฒนาการเด็กที่ค่อนข้างสมบูรณ์ (Comprehensive) ในการตอบสนองความต้องการของเด็ก ครอบครัว และโดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ ที่ครอบคลุมถึงสุขภาพ โภชนาการ บริการทางสังคมและการศึกษา เพื่อให้เด็กได้บรรลุศักยภาพสูงสุด และประสบความสำเร็จทั้งในโรงเรียนและในการดำรงชีวิต

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ครูปฐมวัย-พันธุ์ใหม่มืออาชีพ-ตอนที่124

โครงงานในชั้นเรียนคละ2

โครงงาน (Project) เป็นสิ่งที่เหมาะสมต่อการนำไปปฏิบัติในชั้นเรียนคละ (Inclusive) ซึ่งครูปฐมวัยสามารถดำเนินการดังนี้

  1. คัดเลือกหัวข้อในความสนใจของเด็ก เป็นการสร้างโอกาสให้เด็กแสดงภาวะผู้นำและมีส่วนร่วม เด็กที่สนใจในวัสดุ จะเพิ่มการมีส่วนร่วมและการเรียนรู้ แล้วต่อยอดการสร้างความสนใจขึ้นไปอีก การใช้โครงข่ายการวางแผน (Planning web) เพื่อพิจารณามาตรฐาน จุดมุ่งหมายแผนการเรียนของเด็กแต่ละคน (Individual Education Plan : EDP) และการเชื่อมโยงความสนใจของเด็กอื่นๆ ในชั้นเรียน ขั้นตอน (Phase) การคัดเลือกหัวข้อ ต้องพิจารณาความสนใจและความจำป็นของเด็กแต่ละคน รวมทั้งเด็กที่ด้อยความสามารถ (Disabilities) ด้วย ในขณะที่คำนึงถึงความรู้สึกที่เป็นส่วนหนึ่งของชุมชน เพื่อการสำรวจที่ร่วมมือกัน (Collaborative)
  2. อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ครูปฐมวัย-พันธุ์ใหม่มืออาชีพ-ตอนที่123

รูปแบบการสอนในชั้นเรียนคละ

โครงงาน (Project) เป็นวิธีการของแท้แต่ดั้งเดิม (Authentic) ในการเรียนรู้จากการค้นหา (Discovery) โดยบูรณาการความคิด และแนวความคิด (Concept) ให้เข้ากับหลักสูตร แล้วนำไปปฏิบัติให้เป็นจริง ตัวอย่างเช่น เด็กใช้คณิตศาสตร์ในการ (1) แสดงสถิติ ในวรรณกรรม (Literature) ทุกประเภท ที่เกี่ยวกับโครงาน (2) วิจัยหัวข้อที่สนใจ และ (3) วัดผลงานการวิจัย

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ครูปฐมวัย-พันธุ์ใหม่มืออาชีพ-ตอนที่122

รูปแบบการสอนในชั้นเรียนคละ

ไม่ว่าจะใช้โปรแกรมลักษณะ (Modality) ใด ไฮสโคป (HighScope) มอนเตสซอรี่ (Montessori) เรกจิโอ เอมิเลีย หรือ เรจโจ้ เอมิลิญ่า (Reggio Emilia) ครูปฐมวัยต้องรับรู้ว่า เด็กทุกคนมีการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน และผ่านโลกด้วยนานาประสบการณ์ ตัวอย่างเช่น ในชั้นเรียนคละ (Inclusive) เด็กหญิงเคท (Kate) เป็นเด็กที่เข้าใจข้อมูลได้ดีที่สุด เมื่อได้สัมผัส รู้สึก หรือเคลื่อนย้ายข้อมูลด้วยตนเอง

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน