เล่นปนเรียน

เล่นปนเรียน

การจัดการเรียนรู้แบบเล่นปนเรียน (Play and Learn) หมายถึง วิธีการจัดกิจกรรมให้กับเด็กปฐมวัยโดยยึดหลักจิตวิทยาและธรรมชาติของเด็กที่ชอบเล่นอยู่แล้ว ด้วยการใช้เทคนิควิธีการบูรณาการสาระความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ที่ต้องการให้เกิดกับเด็ก และการเล่นให้เข้าด้วยกัน ทำให้เด็กได้เล่น แสดงออก ได้ร้องเพลง ทำให้เด็กรู้สึกสนุกสนาน อยากเรียนรู้มากขึ้น การเล่นปนเรียนเป็นการเล่นที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็กทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญ ญาภายใต้การอำนวยความสะดวก สนับสนุน ชี้แนะ ช่วยเหลือของครูในด้านต่างๆ เพื่อให้การเรียนรู้แบบเล่นปนเรียนเกิดประโยชน์ต่อเด็กมากที่สุด

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

การวัดและการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย

การวัดและการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย

การวัดและการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย (Developmental assessment and evaluation for early childhood children) หมายถึง กระบวนการที่จัดทำขึ้นเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับพัฒนาการของเด็กตลอดจนการดูแลและเรียนรู้เกี่ยว กับสภาพแวดล้อมต่างๆ เพื่อที่จะช่วยให้พัฒนาการของเด็กได้พัฒนาไปอย่างดีที่สุด ก่อนอื่นควรทำความรู้จักกับคำจำกัดความของการวัดและการประเมินพัฒนาการของเด็ก ซึ่งมีความหมายและวัตถุประสงค์แตกต่างกันไป

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

การเรียนรู้ด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า

การเรียนรู้ด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า

การเรียนรู้ด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า (Learning with the Five Senses) หมายถึง การจัดกิจกรรมประจำวันทั้ง 6 ตามตารางการจัดกิจกรรมประจำวันระดับปฐมวัย เพื่อให้เด็กได้

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ครูปฐมวัย-พันธุ์ใหม่มืออาชีพ-ตอนที่131

มาตรฐานการศึกษา

เมื่อพ่อแม่ไปเยี่ยมชมการสอนเด็กปฐมวัยในชั้นเรียน แล้วตั้งคำถามว่า “ครูสอนอะไร?” มักได้คำตอบที่แตกต่างกัน ครูบางคนอาจตอบว่า เขาสอนเรื่อง “สัตว์” หรือ “วันหยุดพักผ่อน” และบางคน ก็อาจตอบ เขาสอน “ทักษะสังคม” หรือ “การเริ่มอ่านเบื้องต้น” แต่จริงๆ แล้วครูสอนอะไรกันแน่? และข้อสำคัญกว่า ก็คือ เด็กเรียนรู้อะไรกัน?

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

กิจกรรมพัฒนากล้ามเนื้อเล็ก

กิจกรรมพัฒนากล้ามเนื้อเล็ก

กิจกรรมพัฒนากล้ามเนื้อเล็ก (Fine-Motor Development Activities) หมายถึง กิจกรรมที่ส่งเสริมความสามารถในการควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อมือและตาให้ทำงานอย่างประสานสัมพันธ์ที่ดี ได้แก่ กิจกรรมที่เด็กได้หยิบจับสิ่งของ ตุ๊กตา เครื่องเล่น ตลอดจนการช่วยตนเองในการแต่งตัว การทำความสะอาดร่างกาย การรับประทานอาหาร ตลอดจนกิจกรรมศิลปะต่างๆที่เด็กได้ทำที่โรงเรียนเพื่อการพัฒนาของกล้ามเนื้อเล็ก ซึ่งหมายถึงการเปลี่ยนแปลงความสามารถในการควบคุมและการทำงานประสานสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกล้ามเนื้อมือและตาในการทำกิจกรรมต่างๆที่ต้องใช้มือและตาในการบังคับควบคุม เช่น การหยิบจับสิ่งของ การหิ้วหรือถือของ การร้อยพวงมาลัย การจับดินสอหรือสีในการวาดรูปหรือขีดเขียนในเด็กปฐมวัย

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ครูปฐมวัย-พันธุ์ใหม่มืออาชีพ-ตอนที่130

โปรแกรมเด็กปฐมวัยในอเมริกา

ในสหรัฐอเมริกา โปรแกรม “แรกแย้ม” (Early Head Start) ให้บริการแก่เด็กทารก (Infant) และเด็กวัยเตาะแตะ (Toddler) จำนวน 64,000 คน โดยกฎหมายฟื้นฟูอเมริกันและลงทุนใหม่ (American Recovery and Reinvestment Act) ของปี พ.ศ. 2552 ได้จัดสรรงบประมาณ 1,100 ล้านดอลล่าร์ (ประมาณ 330,000 ล้านบาท) ให้โครงการนี้

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

การขาดทักษะการคิดวิเคราะห์

การขาดทักษะการคิดวิเคราะห์ (Lack of Critical Thinking) เป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทยในปัจจุบัน เด็กปฐมวัยเกิดมาพร้อมกับเซลล์สมอง 1 แสนล้านเซลล์ที่พร้อมได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสม เพื่อให้มีพื้นฐานของสมองที่เอื้อต่อการเรียนรู้โดยสัมพันธ์กับการพัฒนาด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ จิตใจ และด้านสังคม การคิดเป็นหัวใจของการพัฒนาในทุกๆด้าน เด็กปกติและเด็กพิเศษทุกคนควรได้รับการประเมินและส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ เพื่อให้เขาประสบความสำเร็จและก้าวหน้าในการเรียนรู้และอยู่รอดทั้งในวันนี้และในอนาคต

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ครูปฐมวัย-พันธุ์ใหม่มืออาชีพ-ตอนที่129

โปรแกรมเด็กปฐมวัยในอเมริกา

โปรแกรม “แรกแย้ม” (Early Head Start) เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2538 โดยได้รับการออกแบบเพื่อ (1) ส่งเสริมผลลัพธ์ (Outcome) ของสุขภาพที่แข็งแรง (Healthy) ของหญิงตั้งครรภ์ (2) เพิ่มพูนพัฒนาการของเด็กเล็ก จากแรกเกิดถึง 3 ขวบ และ (3) ส่งเสริมการดำเนินงานของครอบครัวเข้มแข็ง (Healthy family functioning)

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ถามอย่างไรให้ลูกคิดเป็น

ถามอย่างไรให้ลูกคิดเป็น

การถามลูกให้คิดเป็น (Teaching Children about Critical Thinking) หมายถึงการจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้พัฒนาสติ ปัญญาและการคิดของเด็ก เนื่องจากการได้รับการฝึกฝนในด้านการคิด การใช้คำถามเพื่อให้เด็กได้คิดหาคำตอบถือเป็นการฝึกฝนการทำงานของสมอง คำถามที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาการคิดให้กับเด็กคือ

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องสิ่งของที่เป็นอันตราย

สอนลูกเรื่องสิ่งของที่เป็นอันตราย

การสอนลูกเรื่องสิ่งของที่เป็นอันตราย (Teaching Children about Dangerous Things) หมายถึงการจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งที่เป็นอันตรายต่อเด็กจำนวน 5 ชนิด ได้แก่ ของมีคม ยาและเวชภัณฑ์ สารเคมีและเชื้อเพลิง เครื่องใช้ ไฟฟ้า อาหารและเครื่องดื่มต่างๆ ที่เด็กใช้หรือบริโภคเข้าไปแล้วทำให้ได้รับบาดเจ็บทางร่างกายและเกิดอาการเจ็บป่วยได้ ทั้งนี้เพราะสวัสดิภาพและความปลอดภัย (Safety) มีความสำคัญเป็นลำดับแรกของการจัดการศึกษาปฐมวัย การจัดประสบ การณ์ให้เด็กมีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะและเจตคติที่ดีต่อการรักษาความปลอดภัยมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการสอนให้เด็กเรียนรู้สิ่งของที่เป็นอันตรายจะช่วยให้เด็กสามารถป้องกันตนเองให้มีความปลอดภัย และช่วยลดความกังวลแก่ครูและผู้ปกครองในเรื่องสวัสดิภาพของเด็กลงได้

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ครูปฐมวัย-พันธุ์ใหม่มืออาชีพ-ตอนที่128

โปรแกรมเด็กปฐมวัยในอเมริกา

โปรแกรม “แรกเริ่ม” (Head Start) เป็นบริการที่ได้รับการสนับสนุนจากงบประมาณของรัฐบาลกลาง ซึ่งต้องปฏิบัติตามมาตรฐานของผลงาน (Performance) และมาตรฐานการเรียนรู้ โดยเน้นหนักการให้การศึกษาแบบองค์รวมในเด็ก (Whole child) และการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชนในการให้บริการดังกล่าว

นักวิจัยได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของพ่อแม่ในโปรแกรม “แรกเริ่ม” ผลการวิจัยพบสิ่งที่น่าสนใจดังนี้

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

อัตลักษณ์ทางเพศในเด็กผู้ชาย

อัตลักษณ์ทางเพศในเด็กผู้ชาย

อัตลักษณ์ทางเพศในเด็กผู้ชาย (Gender Identity in boys) หมายถึง สำนึกและการรับรู้เพศสภาพที่เกิดขึ้นต่อตนเองตามลักษณะทางกายภาพความเป็นชาย (Physical Appearance) ที่มีมาตั้งแต่กำเนิด โดยปกติแล้วเด็กทั่วไปจะเริ่มแสดงออกตามเพศสภาพของตนเองให้เห็นนับตั้งแต่อายุ 8 – 10 เดือน หลังจากนั้นพ่อแม่จะเป็นผู้ช่วยเติมเต็มอัตลักษณ์เพื่อบ่งชี้บท บาททางเพศ (Indication of gender role)ให้เด่นชัดยิ่งขึ้น กล่าวคือ เมื่อเด็กเกิดมาเป็นเพศชาย พ่อแม่ก็จะเลี้ยงดูและส่งเสริมพฤติกรรมแสดงออกแบบผู้ชาย เช่นเดียวกัน เมื่อเด็กเกิดมาเป็นเพศหญิง พ่อแม่ก็จะเลี้ยงดูและส่งเสริมพฤติกรรมแสดงออกที่อ่อนโยนแบบผู้หญิง โดยการเลี้ยงดูเหล่านี้อาจมีตัวแบบมาจากพ่อและแม่หรือคนใกล้ตัว หรือบุคคลที่พ่อแม่อยากให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ลูก บทบาททางเพศในวัยเด็กส่วนใหญ่มักถูกกำหนดตามความพึงพอใจของผู้ปกครอง (Parental Preference and Satisfaction) เช่น พ่อสนับสนุนให้ลูกชายเตะฟุตบอลหรือเล่นกอล์ฟ เพราะเห็นว่าเป็นกีฬาที่แสดงออกถึงความทะมัด ทะแมงและเป็นกีฬาที่พ่อชอบ แม่มักชอบให้ลูกสาวเป็นลูกมือช่วยทำครัว เพราะเห็นว่าเป็นงานถนัดของเพศหญิงและอยากปลูกฝังให้ลูกสาวโตไปเป็นแม่ศรีเรือนที่ดี ทว่าหากลูกเริ่มมีพฤติกรรมต่อต้านกิจกรรมที่พ่อแม่ส่งเสริม และเริ่มแสดงพฤติ กรรมที่บ่งบอกถึงความพอใจในเพศสภาพแบบตรงกันข้าม เช่น ลูกชายไม่ชอบเตะบอลแต่ชอบงานเย็บปักถักร้อย ซึ่งตามมุมมองของคนส่วนใหญ่ งานเย็บปักถักร้อยนั้นเป็นงานถนัดของผู้หญิง หรือลูกชายชอบสังเกตพฤติกรรมของแม่เวลาแต่ง หน้าและเล่นเครื่องสำอาง เป็นต้น แน่นอนว่าพฤติกรรมที่เริ่มแสดงออกถึงความเบี่ยงเบนทางเพศเหล่านั้นล้วนสร้างปัญหาความหนักอกหนักใจให้แก่ผู้ปกครองเป็นแน่ อย่างไรก็ตามเด็กที่มีพฤติกรรมการแสดงออกทางเพศที่เบี่ยงเบนมักเป็น “เด็กผู้ชาย” เนื่องจากสังคมหรือผู้คนส่วนใหญ่มักจับตามองเด็กชายที่แสดงออกคล้ายเด็กผู้หญิงมากกว่าเด็กผู้หญิงที่ห้าวหรือแสดงออกคล้ายเด็กผู้ชาย ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วเด็กทั้งสองเพศมีการรับรู้และมีการแสดงออกทางเพศที่เบี่ยงเบนเหมือนกัน แต่ทว่าสังคมได้ขีดเส้นใต้คำว่า “ตุ๊ด” และ “กระเทย” ไว้ชัดเจนกว่า

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ครูปฐมวัย-พันธุ์ใหม่มืออาชีพ-ตอนที่127

โปรแกรมเด็กปฐมวัยในอเมริกา

เด็กที่จะมีสิทธิเข้าโปรแกรม “แรกเริ่ม” (Head Start) ต้องผ่านเกณฑ์การคัดเลือก ในเรื่องอายุ (3 - 5 ขวบ) และรายได้ของครอบครัวต่ำกว่าระดับความยากจน (Poverty line) ที่กระทรวงบริการสุขภาพและมนุษย์ (Department of Health and Human Services) สหรัฐอเมริกาเป็นผู้กำหนดในแต่ละปี แต่ 10% ของเด็กที่เข้าโปรแกรมนี้ สงวนไว้ให้เด็กด้อยความสามารถ (Disabilities)

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ครูปฐมวัย-พันธุ์ใหม่มืออาชีพ-ตอนที่126

โปรแกรมเด็กปฐมวัยในอเมริกา

กรอบการทำงาน (Framework) ของโปรแกรม “แรกเริ่ม” (Head Start) เป็นพื้นฐาน (Foundation) ของวิธีการเตรียมความพร้อมสำหรับโรงเรียน (School readiness) โดยคณะกรรมการกำหนดจุดมุ่งหมายของการศึกษาแห่งชาติ (National Education Goals Panel) ได้ระบุไว้ 5 ข้อ พร้อมรายละเอียดมาตรการต่างๆ ดังนี้

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องแรงงานสัตว์

สอนลูกเรื่องแรงงานสัตว์

การสอนลูกเรื่องแรงงานสัตว์(Teaching children about animal labor) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยว กับแรงที่เกิดขึ้นจากกล้ามเนื้อของสัตว์ เป็นพลังงานชนิดหนึ่งที่ทำให้วัตถุเคลื่อนที่ หยุด และเกิดการเปลี่ยนแปลงรูปร่างวัตถุบางอย่างได้ ซึ่งเป็นได้ทั้งแรงดึงคือแรงที่ทำให้วัตถุเคลื่อนที่เข้าหาตัวเรา และแรงผลักคือแรงที่ทำให้วัตถุเคลื่อนที่ออกจากตัวเรา ทั้งนี้ เนื่องจากสัตว์เลี้ยงหลายประเภทมีร่างกายใหญ่โตและแข็งแรง มีพลังงานที่สามารถทำงานได้อย่างดี เมื่อคน เราสังเกตและทดลองนำมาเลี้ยงและฝึกหัดให้ทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ เช่น ลากของ บรรทุกของ หรือบรรทุกคนให้เคลื่อนย้ายไปในที่ต่างๆแทนแรงงานของคนที่ต้องทำสิ่งเหล่านั้นเอง แรงงานสัตว์จึงเป็นพลังงานที่น่าสนใจให้เด็กได้เรียนรู้ เนื่องจากสัตว์เลี้ยงที่ใช้แรงงานจะเป็นเรื่องใกล้ตัวเด็ก และเป็นพลังงานที่ไม่ทำให้มลภาวะสิ่งแวดล้อมเป็นอันตราย เช่นคนใช้ ช้าง ม้า วัว ควาย อูฐ ลา ฬ่อ เป็นพาหนะ ซึ่งสัตว์เหล่านั้นเพียงแต่กินอาหาร ส่วนใหญ่คือหญ้ากับน้ำเท่านั้น ก็จะเป็นเกิดเป็นพลังงานที่ร่างกายสามารถทำงานได้ คือบรรทุกคนและสิ่งของ โดยไม่มีควันเสียที่เกิดจากการเผาผลาญของเชื้อเพลิงปล่อยออกมาทำลายให้สิ่งแวดล้อมให้เกิดความเสียหาย การจัดกิจกรรมเรียนรู้เรื่องแรงงานสัตว์ให้แก่เด็กปฐมวัยจะเป็นการปลูกฝังให้เด็กรู้จักคุณค่าของสัตว์ที่ใช้แรงงานในแง่ที่เป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย นอกเหนือจากข้อความรู้เชิงวิทยาศาสตร์เรื่องแรงงานสัตว์ที่เป็นพลังงานอย่างหนึ่งแล้วด้วย

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องทางลาดเอียง

สอนลูกเรื่องทางลาดเอียง

การสอนลูกเรื่องทางลาดเอียง (Teaching children about ramp) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับกล ไกง่ายๆชนิดหนึ่งที่ช่วยให้เรายกของขึ้นจากแรงดึงดูดของแรงโน้มถ่วง ทั้งนี้เพราะการเคลื่อนย้ายของหนักๆเป็นสิ่งที่ทำยาก บางครั้งสิ่งของเหล่านั้นอาจจะตกหล่นและเสียหาย หรือบางทีผู้ขนของอาจจะเกิดอุบัติเหตุหกล้ม มีบาดแผลทำให้เกิดบาด เจ็บขึ้นได้ การค้นคิดให้การทำงานสะดวกเป็นสิ่งที่คนเราคิดและประดิษฐ์เครื่องผ่อนแรงเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว จึงเกิดการทำทางลาดเอียงขึ้นในที่ต่างๆเช่น ที่ทางเดินเท้า ที่ร้านค้า ที่ไปรษณีย์ เป็นต้น เด็กหลายคนมีประสบการณ์เห็นพ่อแม่เข็นรถนั่งของน้องไปด้วยในที่ร้านค้าเหล่านั้น การนำรถเข็นของเข็นลงทางลาดเอียงทำให้เราสะดวกสบาย หรือทำอย่างไรจะนำรถ เข็นน้องลงจากห้าง ร้านค้า ริมถนนทางเดินได้ เป็นประสบการณ์ที่เด็กเห็นทางลาดเอียงจากชีวิตประจำวัน ดังนั้นการนำเรื่องทางลาดเอียงมาจัดกิจกรรมสร้างเสริมประสบการณ์ให้แก่เด็กปฐมวัยจึงเป็นเรื่องจำเป็น เพื่อพัฒนาความรู้ ความเข้าใจและความคิดของเด็กในเรื่องการใช้ทางลาดเอียงซึ่งเป็นกลไกง่ายๆ

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องลูกกลิ้ง

สอนลูกเรื่องลูกกลิ้ง

การสอนลูกเรื่องลูกกลิ้ง(Teaching Children about Roller) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยว กับเหล็กหรือวัสดุอื่นที่มีลักษณะเป็นรูปทรงกระบอก มีขนาดและน้ำหนักต่างๆกันไป ตั้งแต่ 4"-7" ใช้ลากให้กลิ้งทับดินหรือหินให้ราบ หรือเรียกสิ่งที่กลิ้งไปได้เพื่อประโยชน์ในการต่างๆ หน้าที่ของลูกกลิ้ง คือ เป็นตัวช่วยพยุงหรือรองรับสาย พานให้คงรูป และเคลื่อนที่ไปในแนวเส้นตรงได้โดยสะดวก โดยที่วัสดุบนสายพานไม่ร่วงหล่น

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เด็กเล่นอวัยวะเพศ

เด็กเล่นอวัยวะเพศ

เด็กเล่นอวัยวะเพศ (Children touch their genitals) หมายถึง เด็กที่มีพฤติกรรมทางเพศ (Sexual Behavior) ซึ่งเป็น ไปตามธรรมชาติในแต่ละช่วงของวัยเด็ก อย่างไรก็ตาม การที่เด็กชอบเล่นอวัยวะเพศนั้น ผู้เป็นพ่อแม่ส่วนใหญ่มักคิดว่า นี่เป็นเรื่องผิดปกติ และสรุปเองว่าเด็กมีอาการหมกมุ่นทางเพศ หลายคนจึงเลือกที่จะตัดไฟแต่ต้นลมโดยการตำหนิหรือดุด่าเด็กอย่างรุนแรง ซึ่งมีแต่ส่งผลเสีย ทำให้เด็กเข้าใจว่าเรื่องเพศเป็นสิ่งน่ารังเกียจ และเด็กรู้สึกหวาด กลัวเรื่องเพศเมื่อพวกเขาเข้าสู่วัยผู้ใหญ่

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เทคโนโลยีกับพัฒนาการ-ตอนที่2

เทคโนโลยีกับพัฒนาการ

Dr. Francis Wardle ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาแห่ง University of Phoenix/ Colorado กล่าวว่า การใช้เทคโนโลยีในชั้นเรียนนั้นไม่ควรมีวัตถุประสงค์เพียงให้เด็กรู้จักวิธีใช้ เนื่องจากเด็กๆ จะเรียนรู้การใช้คอมพิวเตอร์ได้เองเมื่อโตขึ้น เหมือนกับที่พวกเขาเรียนรู้ที่จะขับรถต่อไปในอนาคต การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมในชั้นเรียนควรต้องมีวัตถุประสงค์ที่จะขยายขอบเขตของหลักสูตร เพิ่มคุณค่าของหลักสูตร และทำหลักสูตรให้เหมาะกับความต้องการของเด็กแต่ละคน ซึ่งวัตถุประสงค์ของหลักสูตรแต่ละหลักสูตรนั้นจะต่างกันไปตามอายุของเด็กและรูปแบบของโปรแกรม เช่น ถ้าวัตถุประสงค์ของหลักสูตรการอ่านเขียนของเด็กช่วงอายุหนึ่งคือการเขียนบันทึกประจำวัน ก็ควรใช้คอมพิวเตอร์มาสนับสนุนผ่านซอฟต์แวร์การเขียน และกล้องดิจิตอล เป็นต้น เช่นเดียวกับการเรียนการสอนเรื่องสัตว์ที่สูญพันธุ์แล้วและใกล้สูญพันธุ์ที่มีชีวิตชีวามากขึ้นเมื่อใช้ซอฟต์แวร์และเว็บไซต์ที่เหมาะสม

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ครูปฐมวัย-พันธุ์ใหม่มืออาชีพ-ตอนที่125

โปรแกรมเด็กปฐมวัยในอเมริกา

รัฐบาลกลาง (Federal) สหรัฐอเมริกา มีอิทธิพลอย่างมากในทุกมิติ ต่อการศึกษาปฐมวัย ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนรัฐ เอกชน หรืออิงศาสนา โดยมีโปรแกรม “แรกเริ่ม” (Head Start) สำหรับเด็กอายุระหว่าง 3 ถึง 5 ขวบ และโปรแกรม “แรกแย้ม” (Early Head Start) สำหรับเด็กอายุตั้งแต่แรกเกิดถึง 3 ขวบ เฉพาะครอบครัวที่มีฐานะยากจนเท่านั้น

ทั้งสองโปรแกรม เป็นโครงการพัฒนาการเด็กที่ค่อนข้างสมบูรณ์ (Comprehensive) ในการตอบสนองความต้องการของเด็ก ครอบครัว และโดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ ที่ครอบคลุมถึงสุขภาพ โภชนาการ บริการทางสังคมและการศึกษา เพื่อให้เด็กได้บรรลุศักยภาพสูงสุด และประสบความสำเร็จทั้งในโรงเรียนและในการดำรงชีวิต

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน