ลูกมีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ

ลูกมีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ

ความบกพร่องทางร่างกาย (Physical impairments) โดยทั่วไปแล้วครอบคลุมลักษณะของความบกพร่องทางการเคลื่อนไหว (Motor functioning impairments) ซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุหลายประการ ตัวอย่างของความบกพร่องทางร่างกาย ได้แก่ โรคสมองพิการ (Cerebral palsy) โรคลมชัก (Epilepsy) และโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ในเด็ก (Juvenile rheumatoid arthritis) เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายอาจมีหรือไม่มีความจำเป็นต้องได้รับการศึกษาพิเศษ (Special education) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัญหา ซึ่งความช่วยเหลือที่เด็กควรได้รับ ได้แก่ กายภาพบำบัด (Physical therapy) กิจกรรมบำบัด (Occupational therapy) รวมไปถึงบรรดิการพลศึกษา (Adapted physical education) หรือการจัดกิจกรรมพลศึกษาให้เหมาะสมกับเด็กที่มีความผิดปกติ เป็นต้นอ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำตอนที่3

สวัสดีค่ะคุณพ่อคุณแม่ “พาลูกเรียนรู้โลกกว้าง” สัปดาห์นี้ ครูชมพูจะชวนคุณพ่อคุณแม่พาลูกไปเรียนรู้กันที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเป็นตอนสุดท้ายแล้วค่ะ หลังจากที่เราได้รู้จักพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำในประเทศไทยไปแล้ว 9 แห่งตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ในตอนนี้เราจะพบกับพิพิธภัณฑ์อีก 4 แห่งค่ะ เริ่มกันเลยนะคะ

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ลูกมีความบกพร่องทางการพูดและภาษา

ลูกมีความบกพร่องทางการพูดและภาษา

เมื่อบุคคลไม่สามารถเปล่งเสียงพูดได้อย่างถูกต้อง ไม่สามารถพูดได้อย่างราบรื่น หรือมีปัญหาเกี่ยวกับเสียงของตนเอง ถือว่าบุคคลนั้นมีความบกพร่องทางการพูด (Speech Impairment) ซึ่งครอบคลุมลักษณะตั้งแต่ปัญหาความยากลำบากในการออกเสียง หรือความผิดปกติในการออกเสียง (Articulation Disorders) รวมถึงการพูดติดต่าง (Stuttering) ในขณะเดียวกัน เมื่อบุคคลมีปัญหาในการรับรู้และเข้าใจภาษา (Receptive language) หรือมีทักษะในการใช้ภาษาบกพร่อง (Expressive language) ถือว่าบุคคลนั้นมีความบกพร่องทางภาษา (Language Impairment) ทั้งนี้ ผู้ใหญ่และเด็กต่างสามารถประสบปัญหาความบกพร่องทางการพูดและภาษาได้ โดยสาเหตุของความบกพร่องอาจเกิดจากความผิดปกติของร่างกาย หรืออาจเป็นสาเหตุที่ไม่สามารถระบุแน่ชัดได้ สำหรับความบกพร่องทางการพูดและภาษาที่ส่งผลกระทบต่อเด็กนั้นมีหลายรูปแบบ อย่างไรก็ตาม อาจจำแนกได้เป็น 4 ประเภทหลัก ตามลักษณะของความผิดปกติ ได้แก่

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

นิทาน-ลูกปลาจอมขยัน

สวัสดีจ้ะพ่อแม่ที่แสนดีและลูก ๆ ที่แสนน่ารักทุกคน

วันนี้ลุงตุ๊บปองจะเล่านิทานชาดกที่ดีมากเรื่องหนึ่งให้ฟัง ลุงตุ๊บปองขอตั้งชื่อเรื่องว่า ลูกปลาจอมขยัน เค้าโครงเรื่องจาก มิตจินตีชาดก เป็นตอนที่พระโพธิสัตว์ประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภภิกษุผู้เฒ่า 2 รูปที่เกียจคร้าน ชอบผัดวันประกันพรุ่ง

เรื่องมีอยู่ว่า

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

จิตวิทยาเด็ก-ตอนที่64

นักจิตวิทยา ใช้วิธีการศักยภาพมนุษย์ (Humanistic approach) ซึ่งเน้นว่า แต่ละบุคคลมีอิสรภาพในการกำหนดอนาคตของตนเอง มีความสามารถในการบรรลุความเจริญส่วนบุคคล มีคุณค่าภายใน (Intrinsic worth) ที่มหาศาล และพลังมโหฬารในการเติมเต็มความสำเร็จของตนเอง (Self-fulfillment)

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ห้องเรียนกลับด้าน-ขานรับความคิดใหม่-3

นักเรียนจะสามารถร่วมกันแก้ปัญหาต่างๆ ได้ในชั้นเรียน ครูเองก็จะได้เห็นกระบวนการแก้ปัญหาของนักเรียนต่อหน้าเลยด้วย กิจกรรมการเรียนรู้ในชั้นเรียน อาจหมายถึงการจัดการเรียนรู้ตามความแตกต่างของผู้เรียน และการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-based learning : PBL)

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

การพึ่งพาตนเอง

พึ่งพาตนเอง

การพึ่งพาตนเอง (Independent) หมายถึง ความสามารถของเด็กที่จะช่วยเหลือตนเองให้ได้มากที่สุด โดยไม่เป็นภาระคนอื่นมากเกินไป มีความสมดุลและความพอดีในชีวิต เป็นสภาวะทางกายที่สอดคล้องกับสภาวะทางจิตใจที้เป็นอิสระ การพึ่งพาตนเองสามารถบ่งชี้ได้จากพฤติกรรมการแสดงออก ได้แก่ ความสามารถในการแก้ปัญหาและปฏิบัติกิจกรรมตามวิถีชีวิตในสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการช่วยเหลือตนเอง (Self - help) หมายถึง ความสามารถของเด็กปฐมวัยในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้ด้วยตนเอง เช่น การแปรงฟัน การทำความสะอาดร่างกาย การแต่งตัว การรับประทานอาหาร การเข้าห้องน้ำห้องส้วม รวมถึงการเล่นและทำงานให้ประสบความสำเร็จตามความสามารถของตน การอบรมเลี้ยงดูเด็กแบบมีเหตุผล ด้วยการให้ความรัก ความอบอุ่น การเอาใจใส่ใกล้ชิดเด็ก การให้อิสระเด็กแต่มีการควบคุมอย่างเหมาะสม การใช้เหตุผลอย่างชัดเจนและการสื่อสารสัมพันธ์ในเชิงบวก ส่งผลทางบวกต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็ก ทำให้เด็กมีความรู้สึกต่อคุณค่าของตนเองในระดับสูง มีความเชื่อมั่นในตนเอง มีความรับผิดชอบ เชื่อฟังพ่อแม่ และสามารถพึ่งพาตนเองได้

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ห้องเรียนกลับด้าน-ขานรับความคิดใหม่-2

งานเขียนชิ้นแรกๆ เกี่ยวกับ “ห้องเรียนกลับด้าน” ได้รับการนำเสนอโดย Eric Mazur จากมหาวิทยาลัย Harvard ศาสตราจารย์ Mazur พบว่าการนำคอมพิวเตอร์มาช่วยในชั้นเรียนนั้น ทำให้เขาช่วยเหลือนักเรียนในด้านต่างๆได้จริงๆ ไม่ใช่แค่สอนนักเรียนตามตำราเพียงอย่างเดียว

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ลูกมีความลับ

ลูกมีความลับ

การมีความลับเป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการในวัยเด็ก เด็กวัย 2-3ปีจะเริ่มสนุกกับการมีความลับ โดยมากจะเป็นเรื่องไร้สาระมากมายที่เด็กๆ เรียกว่า “ความลับ” และบอกเล่าให้เพื่อนหรือพ่อแม่ ผู้ปกครองฟัง โดยการกระซิบ (ที่ดังเกินกว่าจะเรียกว่ากระซิบได้) เป็นการกระทำที่อาจดูน่ารักน่าเอ็นดู แต่ในขณะเดียวกันก็แสดงการเริ่มพัฒนาบุคลิกภาพอย่างหนึ่ง นั่นก็คือความสามารถแยกความแตกต่างว่าอะไร “จริง” หรือ “ไม่จริง” และความแตกต่างระหว่าง “ตัวเอง” และ “คนอื่น” (ego-boundary) ออกจากกันได้

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ห้องเรียนกลับด้าน-ขานรับความคิดใหม่-1

"ห้องเรียนกลับด้าน" (Flipped Classroom) เป็นแนวทางการจัดการเรียนการสอนแบบใหม่ โดยให้นักเรียน "เรียนที่บ้าน-ทำการบ้านที่โรงเรียน" ปัจจุบัน กระแส "ห้องเรียนกลับด้าน" เป็นที่นิยมอย่างมากในสหรัฐอเมริกา และในปีการศึกษา พ.ศ. 2556 นี้ ชั้นเรียนในโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาของไทยก็จะนำแนวคิด "ห้องเรียนกลับด้าน" มาใช้ด้วยเช่นกัน

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

จิตวิทยาเด็ก-ตอนที่63

นักจิตวิทยาใช้วิธีการทางพฤติกรรม (Behavioral approach) วิเคราะห์ว่า สิ่งมีชีวิต (Organism) เรียนรู้พฤติกรรมใหม่ๆ หรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมปัจจุบัน ขึ้นอยู่กับว่า เหตุการณ์ในสภาพแวดล้อมให้รางวัล (Reward) หรือลงโทษ (Punish) พฤติกรรมเหล่านั้น เรียกว่าเป็น “เงื่อนไขปฏิบัติการ” (Operation conditioning) ที่เพิ่มหรือลดโอกาสปฏิบัติพฤติกรรมซ้ำ

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ไม่กินมื้อเช้า-จะเอาแรงที่ไหนมา-ตอนที่3

อาหารมื้อเช้าควรประกอบด้วยไข่ เพราะไข่เป็นแหล่งที่ดีของโปรตีน โดยมีไขมันอิ่มตัว (Saturated fat) ต่ำ แม้ไข่เพียงฟองเดียว ก็ให้ปริมาณแคลอรีถึง 75 หน่วย อาจสร้างความอิ่มเอมใจให้บางคนได้ และสามารถช่วยขจัดความหิวโหยให้หลุดพ้นไป นอกจากนี้อาหารเช้าควรเส้นใยมาก รวมทั้งผลไม้ ผักและธัญพืชเต็มเม็ด (Whole grains) ในรูปแบบ 100%

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ไม่กินมื้อเช้า-จะเอาแรงที่ไหนมา-ตอนที่2

บางคนอดอาหารเช้าในความพยายามที่จะลดน้ำหนัก แต่การปฏิบัติดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะเพิ่มน้ำหนักมากกว่า เพราะการอดอาหารมีสหสัมพันธ์ในเชิงบวกกับพัฒนาการของโรคอ้วน (Obesity) การศึกษาวิจัยแสดงผลของน้ำหนักเกิน (Overweight) และเด็กอ้วน ซึ่งมีแนวโน้มที่จะอดอาหารเช้ามากกว่าเด็กทั่วไป

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เด็กสมาธิสั้น

เด็กสมาธิสั้น

โรคสมาธิสั้น หรือ โรคเอดีเอชดี (Attention deficit-hyperactivity disorder หรือ ADHD) เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของการพัฒนาทางระบบสติปัญญา ระบบประสาท และพฤติกรรม โดยอาการหลักๆ ของโรคอาจสังเกตได้ดังนี้ คือ การไม่มีสมาธิจดจ่อ (Inattention) อยู่ไม่นิ่งและซุกซนผิดปกติ (Hyperactivity) หุนพันพลันแล่นและขาดความยับยั้งชั่งใจ (Impulsiveness) อาการเหล่านี้มักปรากฏในเด็กวัยก่อน 7 ขวบ

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

จิตวิทยาเด็ก-ตอนที่62

นักจิตวิทยาใช้วิธีการทางร่างกาย (Biological approach) ตรวจสอบว่า จีน/ยีน (Gene) ฮอร์โมน และระบบประสาท (Nervous) มีปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อม อย่างไร จึงมีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ บุคคลิกภาพ ความจำ การจูงใจ อารมณ์ การรับมือ [กับปัญหา] ตลอดจนอุปนิสัยและความสามารถอื่นๆ

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ไม่กินมื้อเช้า-จะเอาแรงที่ไหนมา-ตอนที่1

อธิบดีกรมอนามัย นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมการกินอาหารเช้าโดยสำนักโภชนาการ กรมอนามัยในปี พ.ศ. 2555 ในเรื่องเด็กวัยเรียน พบว่า เด็กอายุ 6 - 11 ปี ไม่กินอาหารเช้า 30% และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเมื่อเด็กเติบโตขึ้น โดยเฉพาะเด็กนักเรียนหญิง อายุ 12 - 14 ปี ไม่กินอาหารเช้าถึง 52%

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เด็กที่มีปัญหาการเรียนรู้

เด็กที่มีปัญหาการเรียนรู้

ปัญหาความบกพร่องด้านการเรียนรู้ (Learning Disabilities) ใช้อธิบายลักษณะพิเศษของเด็กที่มีปัญหาในการพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ทางวิชาการ ภาษา และการเขียน เป็นผลมาจากระบบการทำงานที่ผิดปกติของสมองในขั้นตอนการรับรู้และสื่อสารข้อมูล ทำให้มีปัญหาเรียนยาก หรือเรียนช้ากว่าเด็กคนอื่นในวัยเดียวกัน เด็กที่มีปัญหาการเรียนรู้ในลักษณะนี้ จัดเป็น 1 ใน 9 กลุ่มเด็กที่ต้องรับการดูแลพิเศษ แต่ไม่ได้หมายความว่าเด็กไม่ฉลาดหรือขี้เกียจ เพียงแต่มีระบบความคิด การจัดเก็บและสื่อสารข้อมูลแตกต่างจากคนอื่น และที่จริงแล้วเด็กกลุ่มนี้จะมีระดับไอคิวเท่ากับเด็กทั่วไป หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ เราสามารถแบ่งลักษณะอาการเป็น 2 ประเภท คือ ปัญหาทางภาษา และปัญหาทางภาพสัญลักษณ์

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำตอนที่2

สวัสดีค่ะคุณพ่อคุณแม่ “พาลูกเรียนรู้โลกกว้าง” สัปดาห์นี้ เป็นตอนต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งครูชมพูชวนคุณพ่อคุณแม่พาลูกไปเรียนรู้กันที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำในประเทศไทย 5 แห่ง สัปดาห์นี้เรามาพบกับพิพิธภัณฑ์ลำดับต่อไปกันเลยนะคะ

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เผยผลวิจัยแท็บเล็ตป1-กระทบสายตา-ตอนที่2

การสำรวจสุขภาพคนทำงานส่วนใหญ่พบว่า การร้องเรียน (Complaint) ของคนทำงานหน้าจอภาพ มักมีปัญหาเกี่ยวกับสายตา กล่าวคือ Computer vision syndrome (CVS) ซึ่งเป็นความซับซ้อนของดวงตาและปัญหาการมองเห็นของคนที่ทำงานเกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ลูกมีความบกพร่องทางการได้ยิน

ลูกมีความบกพร่องทางการได้ยิน

เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน คือ เด็กที่ไม่สามารถได้ยินได้เทียบเท่ากับบุคคลที่มีความสามารถในการได้ยินปกติที่สามารถรับฟังเสียงด้วยหูทั้ง 2 ข้างตั้งแต่ระดับ 25 เดซิเบลขึ้นไป ซึ่งจะถือว่าเป็นบุคคลที่สูญเสียการได้ยิน (Hearing loss) ซึ่งจำแนกออกได้เป็น 4 ระดับ คือ หูตึงน้อย (Mild) หูตึงปานกลาง (Moderately severe) หูตึงมาก (Severe) และหูตึงรุนแรง (Profound) โดยความบกพร่องทางการได้ยินสามารถเกิดได้กับหูข้างเดียวหรือทั้ง 2 ข้าง และเป็นสาเหตุของความยากลำบากในการได้ยินเสียงพูดหรือแม้กระทั่งเสียงที่ดังก็ตาม

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน