ลูกเดินละเมอ

ลูกเดินละเมอ

อาการลูกเดินละเมอ (Sleepwalking in Children) เป็นความผิดปกติของการหลับในกลุ่มอาการละเมอ (Parasomnia) เด็กที่มีอาการเดินละเมอจะลุกขึ้นในช่วงคลื่นสมองทำงานช้าลง (Slow wave sleep) กล่าวคือ เด็กยังมีการรับรู้ทางอารมณ์และความรู้สึก แต่การรับรู้เหล่านี้จะอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าปกติเมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่เด็กตื่นอยู่ ซึ่งเด็กยังสามารถทำกิจกรรมได้เป็นปกติเกือบเทียบเท่ากับขณะที่ตื่นอยู่ เด็กที่เดินละเมอ (Sleepwalker) ในลักษณะทั่วไปอาจมีพฤติกรรมยามค่ำคืนในรูปแบบต่างๆ เช่น ลุกขึ้นนั่งบนเตียง เดินไปเข้าห้องน้ำ ขับถ่ายไปจนถึงทำความสะอาดร่างกาย เดินขึ้น-ลงบันได หยิบข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว เป็นต้น

เมื่อช่วงหลายปีที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า พบเด็กสาวเดินละเมอปีนขอบหน้าต่างหน้าและกระโดดลงมาจากความสูงราว 25 ฟุตจนถึงพื้นดิน เธอมีชื่อว่า มิเชล วอร์ด เมื่อฝ่าเท้าของมิเชลแตะพื้นดิน เธอก็เริ่มรู้สึกตัวและตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ หลังจากถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลมิเชลก็ตื่นขึ้นจากอาการเดินละเมอและไม่สามารถจดจำเรื่องราวต่างๆได้ ย้อนไปเมื่อปีคริสตศักราช 1987 นายเค็นเน็ต พาร์ค ชาวอเมริกันได้ก่ออาชญากรรมที่คาดไม่ถึงในระหว่างที่เขาละเมอ เค็นเน็ตละเมอเดินลุกออกจากที่นอน ขับรถไปไกลราว 10 ไมล์ เพื่อไปยังบ้านของพ่อแม่ภรรยาของเขา เขาได้ใช้มีดแทงแม่ภรรยาจนเสียชีวิต ณ ที่เกิดเหตุ หลังจากนั้นได้ขับรถพาตัวเองไปมอบตัวที่สถานีตำรวจและสารภาพว่าเขาได้ทำร้ายคน ผลการตรวจพิสูจน์ร่างกายโดยทีมนักจิตวิทยาพบว่า ในช่วงก่อนเกิดเหตุเขาประสบปัญหาอาการนอนไม่หลับ (Insomnia) ตกงานและติดหนี้พนัน ความเครียดที่สั่งสมทำให้ร่างกายของเขาตอบสนองด้วยวิธีการดังกล่าว และตำรวจไม่อาจเอาผิดนายเค็นเน็ตได้ เนื่องจากเขาได้รับการยืนยันจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและการให้ปากคำของผู้ก่ออาชญากรรมเองว่า เขานั้นไม่สามารถจำเหตุการณ์อะไรในคืนนั้นได้เลย อย่างไรก็ตามอุบัติเหตุเหล่านี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของคดีแปลกๆที่ได้รวบรวมมา ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดในผู้ใหญ่ ผู้ที่เดินละเมอมักมีความเครียดสะสม หรือนอนในสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย ฉะนั้นอุทาหรณ์ดังกล่าวได้เตือนใจให้ผู้ปกครองตื่นตัวกับอาการลูกเดินละเมอ เพื่อไม่ให้เหตุการณ์เลวร้ายที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้นกับลูกและบุคคลรอบข้าง

การนอนละเมอจัดเป็นปัญหาการนอนอย่างหนึ่ง สามารถแก้ไขได้โดยอาศัยความร่วมมือของพ่อแม่ ผู้ปกครองและครู เพื่อช่วยปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ที่อาจส่งผลถึงอารมณ์ก่อนเข้านอนของเจ้าตัวน้อยได้

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องเกษตรกร

สอนลูกเรื่องเกษตรกร

การสอนลูกเรื่องเกษตรกร (Teaching Children about Farmers ) หมายถึงการจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับผู้ที่ทำงานเพาะปลูกพืชต่างๆ รวมทั้งการเลี้ยงสัตว์ การประมงและการทำป่าไม้ เช่น ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ ชาวประมงและผู้ที่เลี้ยงสัตว์เพื่อค้าขาย ทั้งนี้เพราะในสังคมหนึ่งๆจะมีบุคคลทำงานเพื่อเลี้ยงชีพตนเองและครอบครัวแตกต่างกันตามความชอบหรือความถนัด ทำให้สังคมอยู่อย่างเกื้อกูลกัน เราเรียกการทำงานลักษณะเช่นนี้ว่า “อาชีพ” อาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพหนึ่งในหลายๆอาชีพที่คนในสังคมไทยทำมาช้านาน ลักษณะการทำงานของเกษตรกรคือเพาะปลูกพืช ข้าว ถั่ว งา ผัก ผลไม้ ไม้ยืนต้น เลี้ยงสัตว์ ทำการประมง เราจะเรียกคนเหล่านั้นตามงานที่ทำว่า ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ ชาวประมง และผู้ที่เลี้ยงสัตว์เพื่อค้าขาย บุคคลเหล่านี้จึงเป็นบุคคลในชุมชนที่เด็กควรรู้จัก และสร้างความเข้าใจลักษณะงานที่เป็นพื้นฐานเรื่องการอยู่ร่วมกันและอาชีพในสังคม

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ความสนใจในการอ่านและการเขียนของเด็กปฐมวัย

ความสนใจในการอ่านและการเขียนของเด็กปฐมวัย

ความสนใจในการอ่านและการเขียนของเด็กปฐมวัย (Reading and Writing Interest of Young Children) หมายถึง กิริยาท่าทางหรือการกระทำที่แสดงออกถึงความสนใจ ความต้องการ กระตือรือร้นที่จะอ่านและเขียนด้วยความเต็มใจ โดยไม่ได้ถูกบังคับหรือทำตามคำสั่ง พฤติกรรมที่แสดงออกถึงความสนใจในการอ่านเขียน เช่น การหยิบหนังสือต่างๆมาเปิดดูรูปภาพ ข้อความและทำท่าอ่าน หยิบจับอุปกรณ์ดินสอ ปากกา สี กระดาษ มาขีดเขียนหรือวาดภาพ ขอให้ครูหรือเพื่อนช่วยเล่าเรื่องหรือเล่านิทานให้ฟัง หรือขอให้เพื่อนช่วยวาดภาพให้ดู พูดเล่าเรื่องตามหนังสือ ป้ายสัญลักษณ์ ข้อความตามลำพัง เป็นต้น

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

พฤติกรรมความสุข

พฤติกรรมความสุข

พฤติกรรมความสุข (Happiness Behavior) หมายถึง การแสดงออกที่สะท้อนถึงความสุขของเด็กปฐมวัย ขณะดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอน ซึ่งสังเกตได้จากพฤติกรรมและการใช้ถ้อยคำของเด็กที่การปฏิบัติตนที่สะท้อนให้เห็นว่าเด็กมีความสุข เช่น ยิ้มแย้มแจ่มใส กระตือรือร้น อยากร่วมกิจกรรม มีอารมณ์ขัน ปฏิบัติตามข้อตกลงด้วยความเต็มใจ มีสมาธิ ทำงานร่วมกับผู้อื่น สนทนาโต้ตอบแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วยความพอใจ เป็นต้น พฤติกรรมความสุขเกิดจากการที่เด็กได้รับการยอมรับว่าเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีหัวใจและสมอง ได้รับโอกาสในการเรียนรู้จากสิ่งที่ตนเองสนใจและถนัด ตามความแตกต่างของแต่ละคน ซึ่งจะทำให้เด็กเรียนรู้อย่างมีความสุข สนุกสนาน เมื่อเด็กมีความสุขแล้วจะทำให้เด็กสนใจอยากเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและส่งผลต่อความสำเร็จในการเรียนและพัฒนาการด้านต่างๆ

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องผลิตภัณฑ์จากสัตว์

สอนลูกเรื่องผลิตภัณฑ์จากสัตว์

การสอนลูกเรื่องผลิตภัณฑ์จากสัตว์ (Teaching Children about Animal Products) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งที่ทำมาจากสัตว์ โดยการแปรรูปด้วยวิธีการต่างๆ ตัวอย่างเช่น แฮม (ham) เบคอน (bacon) กุนเชียง ลูกชิ้นหมู ผ้าขนแกะ (woolens, wool) ผ้าไหม งาช้าง เขาสัตว์ เซรุ่ม ปุ๋ย ขนม น้ำผึ้ง เป็นต้น บทประพันธ์ “กฤษณาสอนน้อง” ของสมเด็จกรมพระยาปรมานุชิตชิโนรส กล่าวไว้อย่างไพเราะว่า

พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง

โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี

นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์

สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา

จากบทประพันธ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นความสำคัญของสัตว์และส่วนต่างๆของสัตว์ที่นำมาใช้ประโยชน์ แม้สัตว์จะตายไปแล้ว แต่กระดูกและงายังคงมีค่า ซึ่งในความเป็นจริงคนเรามีความผูกพันกับสัตว์หลายมิติ สัตว์เป็นเพื่อนเล่นของคนทำให้เราเพลิดเพลิน เป็นยามเฝ้าบ้านคอยป้องกันภัยที่จะเกิดขึ้น เป็นแรงงานช่วยผ่อนแรงของคน และส่วนต่างๆของสัตว์ก็ยังนำมาแปรรูปใช้เป็นปัจจัยสี่ในการดำรงชีวิต สัตว์จึงมีคุณค่าต่อคนเรายิ่งนัก หลักสูตรจึงกำหนดบทเรียนให้เด็กควรเรียนรู้เรื่องสิ่งต่างๆที่ได้จากสัตว์

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องเครื่องเขียน

สอนลูกเรื่องเครื่องเขียน

สอนลูกเรื่องเครื่องเขียน (Teaching Children about Stationery) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งของที่ใช้ประกอบกันหรือเป็นพวกเดียวกัน สำหรับใช้ในการขีดเขียนเป็นตัวหนังสือ ตัวเลข เส้น หรือรูปต่างๆ ได้แก่ ปากกา ดินสอ ดินสอสี ไม้บรรทัด ยางลบ เป็นต้น คนทุกคนจะมีความรู้สึกนึกคิด ประสบการณ์ เรื่องราวในชีวิตของตนเอง และต้องการถ่ายทอดหรือสื่อสารสิ่งเหล่านี้ให้ผู้อื่นได้รับรู้จึงได้ใช้วิธีการเขียน จากการค้นคว้าเรื่องราวทางประวัติ ศาสตร์ก็อาศัยร่องรอยการขีดเขียนในที่ต่างๆมาเป็นหลักฐานของการศึกษาได้เป็นอย่างดี จึงมีข้อสังเกตว่า การเขียนที่บันทึกไว้นั้น มีเครื่องเขียนเป็นเครื่องมือสำคัญจึงจะขีดเขียนให้เป็นตัวหนังสือ ตัวเลข หรือขีดให้เป็นเส้นหรือรูปวาดต่างๆได้ เครื่องเขียนจึงเป็นเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับคนเราตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยมีการพัฒนาเครื่องเขียนเรื่อยมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคนเราตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาเล่าเรียน การขีดเขียนจึงเป็นเรื่องหนึ่งในกระบวนการเรียนรู้ ดังนั้นการฝึกหัดให้เด็กเขียนหนังสือ วาดรูป เขียนตัวเลข จึงถูกกำหนดไว้เป็นกิจกรรมสำหรับผู้เรียน โดยมีเครื่องเขียนเป็นเครื่อง มือที่จำเป็นด้วย เครื่องเขียนจึงเป็นสิ่งของใกล้ตัวที่เด็กปฐมวัยควรรู้จักจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็ก

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องผลิตภัณฑ์จากพืช

สอนลูกเรื่องผลิตภัณฑ์จากพืช

สอนลูกเรื่องผลิตภัณฑ์จากพืช (Teaching Children about Plant Products) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งที่ทำมาจากพืช โดยการแปรรูปด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ถั่วอบ ข้าวพอง น้ำตาล กะทิ แป้ง น้ำมัน น้ำมันหอม เชือก กระดาษ แผ่นไม้เล่นตัดต่อ (jigsaw) ไม้บล็อก (block) ผ้าฝ้าย เป็นต้น พืชเป็นสิ่งมีชีวิตและคนเราได้ใช้ประโยชน์จากพืชเพื่อดำรงชีวิต ในอดีตคนเรานำพืชมาใช้โดยตรง ต่อมาเมื่อความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเจริญก้าวหน้า คนเราจึงได้นำความรู้มาทำพืชให้เป็นสิ่งใหม่เรียกว่า “ผลิตภัณฑ์จากพืช” เพื่อใช้เป็นปัจจัยสี่และอื่นๆ โดย

  • ปัจจัยแรก ใช้เป็นอาหาร ด้วยการนำมาแปลงสภาพให้คงคุณค่าแม้จะเก็บเกี่ยวมานานแล้ว
  • ปัจจัยที่สอง ใช้เป็นที่อยู่ของครอบครัวและอาจใช้เป็นสถานที่ในการทำงานประกอบอาชีพด้วย
  • ปัจจัยที่สาม ใช้เป็นเครื่องนุ่งห่มเพื่อป้องกันสภาพอากาศและอันตรายอื่นๆ ตลอดจนแสดงถึงวัฒนธรรมประเพณี บ่งบอกถึงความก้าวหน้าของผู้ผลิตและผู้สวมใส่ ปัจจุบันสังคมได้ให้ความสำคัญกับเครื่องนุ่งห่ม เพื่อใช้บ่งบอกสถานที่ทำงาน โรงเรียนหรือเป็นการทำกิจกรรมเฉพาะ เช่นการว่ายน้ำ การแพทย์ การป้องกันอัคคีภัย ฯ
  • และปัจจัยที่สี่คือยารักษาโรค แต่เดิมคนใช้พืชเป็นยารักษาโรคเรียกว่า “สมุนไพร” ถึงแม้ต่อมาการแพทย์เจริญก้าวหน้าและมีการค้นคว้าผลิตยาจากเคมีสังเคราะห์ แต่ก็ยังมีการใช้สารตั้งต้นจากสมุนไพร
    • ดังนั้น ผลิตภัณฑ์จากพืชจึงเป็นสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัวเด็ก สมควรที่จะเรียนรู้ ทั้งชนิด ลักษณะและประโยชน์อย่างเหมาะสม สิ่งสำคัญคือพวกเขาจะได้รู้คุณค่าของพืชด้วย

      อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องเชื้อเพลิง

สอนลูกเรื่องเชื้อเพลิง

สอนลูกเรื่องเชื้อเพลิง (Teaching Children about Fuel) การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับ วัสดุที่นำ ไปเผาไหม้หรือแปรเปลี่ยนเพื่อนำมาซึ่งพลังงาน เช่น น้ำมัน แก๊ส แก๊สหุงต้ม ซึ่งคนเราค้นพบการใช้เชื้อเพลิงมานานมากแล้ว เชื้อเพลิงเป็นประโยชน์ที่ช่วยทำให้อาหารสุก นำมาใช้เพื่อพิงไฟให้ตนเองและสัตว์เลี้ยง การค้นพบเชื้อเพลิงทำให้คน เรามีความสุขสบายมากขึ้น แต่เอย่างไรก็ตามเชื้อเพลิงก็ได้พัฒนามาตลอดเพราะเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องใช้คู่กับเครื่องใช้ที่อำนวยความสะดวกของคนเรา ได้แก่ เครื่องหุงต้ม เครื่องใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม และยานพาหนะเพื่อการคมนาคมขน ส่ง เป็นต้น เชื้อเพลิงจึงเป็นสิ่งของที่อยู่ใกล้ตัวเด็ก มีให้เห็นทั้งในบ้านและในชุมชน แต่เนื่องจากเชื้อเพลิงเป็นวัสดุใดๆที่นำ ไปเผาไหม้หรือแปรเปลี่ยนเพื่อนำมาซึ่งพลังงาน เชื้อเพลิงจึงมีทั้งคุณและโทษที่เราต้องเรียนรู้เพื่อใช้ให้ถูกวิธีและระมัดระวังการเผาไหม้มิให้เกิดอันตราย เชื้อเพลิงธรรมชาติที่มีอยู่ในโลกนี้เป็นสิ่งที่เกิดจากการสะสมของซากพืชซากสัตว์มานานนับล้านปี เมื่อนำมาใช้ก็จะหมดไป จึงเป็นเรื่องที่ฝึกให้คนเรารู้คุณค่าของเชื้อเพลิง และต้องใช้อย่างประหยัด ตลอดจนให้รู้ปัญหาเรื่องภาวะโลกร้อนเพราะเกิดจากการใช้เชื้อเพลิงเหล่านี้ และแก้ปัญหาด้วยการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ดังนั้นการจัดบท เรียนให้แก่เด็กจึงต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์ของเนื้อเรื่องของเชื้อเพลิงกับเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงและการใช้เชื้อเพลิงที่เหมาะสมเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโลก

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องกระดาษ

สอนลูกเรื่องกระดาษ

สอนลูกเรื่องกระดาษ (Teaching Children about Paper) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับวัตถุแผ่นบางๆ โดยทำจากเปลือกไม้ ฟาง เศษผ้าและอาจมีส่วนผสมอย่างอื่น เพื่อช่วยให้ได้คุณสมบัติของกระดาษตามต้องการ กระดาษเป็นสิ่งที่อยู่รอบๆตัวเด็กและลักษณะของกระดาษเป็นสิ่งที่น่าสนใจ สามารถนำมาเป็นสื่อการเรียนรู้ให้แก่เด็กได้รู้จักและสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้เกิดแนวคิดว่ากระดาษมีรูปร่าง ลักษณะ สี พื้นผิว ขนาด ปริมาณเป็นอย่างไร รวมทั้งยังสามารถนำมาผลิตเป็นของใช้ ของเล่นและอื่นๆที่เป็นประโยชน์ในชีวิต เรื่องกระดาษจึงเป็นสาระหนึ่งที่น่าสนใจจัดการเรียนรู้ให้แก่เด็กปฐมวัย

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องวัสดุรอบตัวเรา

สอนลูกเรื่องวัสดุรอบตัวเรา

สอนลูกเรื่องวัสดุรอบตัวเรา (Teaching Children about Materials) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งของ ทั้งของใช้และของเล่นที่อยู่ในชีวิตประจำวัน ซึ่งมีลักษณะที่แตกต่างกันทั้งขนาด รูปร่าง น้ำหนัก สี กลิ่น ฯ สิ่งของเหล่านี้ทำมาจากวัสดุจากธรรมชาติ ทั้งจากสิ่งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต คือ พืช สัตว์ ดิน หิน ทราย แร่ธาตุต่างๆ และวัสดุที่คนเราทำขึ้นใหม่เรียกว่าวัสดุสังเคราะห์ เพื่อทดแทนวัสดุธรรมชาติที่มีปริมาณน้อยลง โดยดัดแปลงสิ่งที่เป็นธรรมชาติและทำขึ้นใหม่ เกิดเป็นวัสดุหลากหลายลักษณะ จึงมีความจำเป็นที่ควรให้เด็กปฐมวัยรู้จักและสามารถใช้วัสดุอย่างง่ายๆเหมาะสมตามวัย รวมถึงเป็นการป้องกันเด็กให้ปลอดภัยจากการหยิบจับวัสดุอันตรายรอบตัว โดยพ่อแม่และครูควรแนะนำเด็กให้รู้จักวัสดุที่ใช้ในชีวิตประจำวัน จากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่โรงเรียนอย่างเป็นกระบวน การ

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องยานพาหนะ

สอนลูกเรื่องยานพาหนะ

สอนลูกเรื่องยานพาหนะ (Teaching Children about Vehicle) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับ วัตถุหรือสิ่งประดิษฐ์ที่สามารถเคลื่อนย้ายขนส่งไปได้ ยานพาหนะส่วนใหญ่สร้างขึ้นโดยมนุษย์ อาทิ จักรยาน รถยนต์ จักรยาน ยนต์ รถไฟ เรือ และเครื่องบิน เป็นต้น ยานพาหนะมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของคนมาตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน เพราะคนเราใช้ยานพาหนะขับเคลื่อนพาคนและสิ่งของต่างๆจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง ช่วยให้เกิดความสะดวกสบาย ทำงานได้รวด เร็ว ปัจจุบันยานพาหนะได้พัฒนาขึ้นตามความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการ ทำให้คนเราสามารถเดินทางไปได้ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ยานพาหนะจึงเป็นสิ่งหนึ่งที่นำมาใส่ไว้ในบทเรียนให้เด็กได้เรียนรู้ทั้งใน

  • เรื่องสิ่งประดิษฐ์ที่มนุษย์สร้างขึ้นใช้ประโยชน์
  • หรือหน่วย เรื่องคมนาคม ซึ่งเป็นการเดินทางของคนเราได้ใช้ยานพาหนะที่พัฒนาขึ้นมาใช้แทนแรงของคนและสัตว์
  • และหน่วย เรื่องพลังงานเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นของจำเป็นสำหรับใช้ในยานพาหนะ

การกำหนดเรื่องราวเกี่ยวกับยานพาหนะให้แก่เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้จึงเป็นเรื่องพื้นฐานที่ควรให้เด็กได้มีความรู้เกี่ยวกับสิ่งต่างๆรอบตัว ตามโครงสร้างของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องวันพ่อ

สอนลูกเรื่องวันพ่อ

การสอนลูกเรื่องวันพ่อ (Teaching Children about Father's Day) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับวันสำคัญซึ่งเกี่ยวเนื่องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน คือวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี มีจุดมุ่งหมายให้ประชาชนชาวไทยระลึกถึงพระคุณของพ่อแห่งแผ่นดินคือพระมหากษัตริย์ไทยที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณนานัปการต่อประเทศชาติ และพ่อผู้ให้กำเนิดของเด็กซึ่งถือเป็นบุคคลผู้มีพระคุณมีบทบาทสำคัญต่อครอบครัวและสังคม สมควรที่ผู้เป็นลูกจะเคารพเทิดทูนและตอบแทนพระคุณด้วยความกตัญญู รัฐบาลจึงกำหนดให้วันพ่อเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของสังคมไทย โดยใช้ “ดอกพุทธรักษา” เป็นสัญลักษณ์ของวันพ่อแห่งชาติ ดังนั้นการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเด็กปฐมวัยจึงควรให้กำหนดหน่วยการเรียนรู้เรื่องวันพ่อไว้ด้วย

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เพลงกล่อมเด็ก

เพลงกล่อมเด็ก

เพลงกล่อมเด็ก (Lullabies) หมายถึง เพลงที่ใช้ร้องกล่อมให้เด็กนอนหลับ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เด็กหลับเร็วขึ้น และหลับอย่างมีความสุข ไม่รู้สึกว่าถูกทอดทิ้ง เนื้อร้องจะมีความอ่อนโยน อ่อนหวาน แสดงความห่วงใย ความเอ็นดู อบรมสั่งสอนให้เด็กเป็นคนดี กตัญญูรู้คุณคน ให้มีความเมตตากรุณาต่อสัตว์ รู้จักความถูกต้องสิ่งใดควรกระทำหรือไม่ควรกระทำ โดยมุ่งหวังให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพคือ มีความรู้คู่คุณธรรม โดยบทเพลงกล่อมเด็กจะไม่มีคำว่าด่าหรือเปรียบเปรยเด็กไปในทางที่ไม่ดี จะกล่าวในสิ่งที่ดีงามทั้งสิ้น เพลงกล่อมเด็กยังมีคุณค่าต่อการเสริมสร้างพัฒนาการทางอารมณ์และจิตใจ ช่วยให้เด็กมีความอ่อนโยน มองโลกในแง่ดี มีคุณธรรม จริยธรรม สร้างจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ อีกทั้งยังช่วยให้เด็กได้รับการพัฒนาทักษะภาษา คำศัพท์ และโวหารง่ายๆ จากเนื้อหาของเพลงกล่อมเด็กนั้นๆด้วย

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ลูกเครียด

ลูกเครียด

ความเครียด (Stress) คือ อาการตอบสนองต่อเหตุการณ์หรือปัจจัยอันก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายและจิตใจในด้านลบ ซึ่งอาการเครียดสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกคนโดยไม่จำกัดเพศหรือวัย ทั้งนี้ความเครียดในระดับเล็กน้อยอาจเป็นเรื่องดี เพราะอาจแปรเปลี่ยนเป็นแรงกระตุ้นในชีวิตได้ อย่างไรก็ตาม ความเครียดที่มากเกินไปย่อมรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน โดยจะส่งผลเสียต่อทั้งสุขภาพร่างกาย ความรู้สึกนึกคิด และพฤติกรรมการแสดงออก แม้ว่าความเครียดจะเกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัย อย่างไรก็ตาม ผู้ใหญ่มักมองว่าโลกเด็กมีแต่ความสนุกสนานและไร้กังวล ทั้งนี้เพราะเด็กไม่ต้องแบกรับ ภาระการทำงานเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวซึ่งเป็นปัจจัยหลักของเครียดในผู้ใหญ่ ด้วยเหตุนี้ผู้ใหญ่จึงควรรับรู้ว่าเด็กก็มีความรู้สึกนึกคิดไม่ต่างไปจากผู้ใหญ่ เพราะแม้แต่เด็กเล็กๆก็อาจมีความวิตกกังวลและตกอยู่ในภาวะเครียดได้เช่นกัน

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ลูกมีความบกพร่องทางการมองเห็น

ลูกมีความบกพร่องทางการมองเห็น

ความบกพร่องทางการมองเห็น (Visual Impairment) คือการสูญเสียการมองเห็น (Vision Loss) จนถึงระดับหนึ่ง อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากความสามารถในการมองเห็นที่มีอยู่อย่างจำกัด ซึ่งอาจเกิดจากโรค (Disease) การบาดเจ็บ (Trauma) รวมถึงความผิดปกติที่มีมาตั้งแต่กำเนิด (Congenital conditions) หรือเสื่อมสภาพในภายหลัง (Degenerative conditions)

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องการเพาะปลูก

สอนลูกเรื่องการเพาะปลูก

การเพาะปลูก (Cultivation) หมายถึง การจัดกิจกรรมที่เน้นให้เด็กได้ลงมือกระทำด้วยการใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าในการเรียนรู้ในกระบวนการของการเพาะปลูก เริ่มตั้งแต่การเตรียมเครื่องมือที่ใช้ในการเตรียมดิน การเตรียมแปลงผักหรือกระถางสำหรับปลูก การเพาะต้นกล้า การปลูก การบำรุงดูแลรักษา พรวนดิน ใส่ปุ๋ย รดน้ำ เพื่อให้พืชผักที่ปลูกเจริญเติบโต จนกระทั่งสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตมาใช้ประโยชน์ในการประกอบอาหารเพื่อรับประทาน ซึ่งในขั้นตอนต่างๆของการเพาะปลูก เด็กเป็นผู้ลงมือปฏิบัติในทุกขั้นตอน ทำให้เกิดความรู้สึกรับผิดชอบ ภาคภูมิใจในการสิ่งที่ได้ทำจนเกิดเป็นความตระหนักและรับรู้ในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เด็กอ้วน

เด็กอ้วน

ภาวะน้ำหนักเกิน (Overweight) หรือโรคอ้วน (Obesity) หมายถึง การสะสมของไขมันที่ผิดปกติหรือมากเกินไป จนอาจก่อให้ เกิดผลเสียต่อร่างกาย มักเกิดจากการบริโภคอาหารมากเกินไป ควบคู่กับการขาดการเคลื่อนไหวร่างกายหรือกิจกรรมทางกาย (Physical Activity) ส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถเผาผลาญพลังงานที่ได้รับไปได้ทั้งหมด จึงเกิดเป็นไขมันสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย และนำไปสู่ภาวะโรคอ้วนในที่สุด แม้ว่าน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นไม่กี่กิโลกรัม อาจไม่มากพอที่จะเป็นสาเหตุของโรคอ้วนได้ แต่ก็ถือเป็นสัญญาณเตือนถึงน้ำหนักที่อาจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหากไม่เปลี่ยนวิธีการบริโภคหรือหันไปออกกำลังกายบ้าง ซึ่งโดยปกติแล้วการวัดค่าความอ้วนสามารถกระทำได้ด้วยการคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index: BMI) แล้วจึงนำไปเปรียบเทียบกับตาราง BMI ตามอายุ หากเกินกว่าเปอร์เซ็นไทล์ที่ 95 ของเกณฑ์จะถือว่าอ้วน ซึ่งภาวะโภชนาการเกินหรือโรคอ้วนในเด็กส่วนใหญ่มักพบตั้งแต่ในช่วงอายุ 5 - 6 ขวบ และเด็กที่อ้วนมักมีแนวโน้มเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่อ้วน นอกเสียจากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคและออกกำลังกายอย่างเคร่งครัด

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ลูกไม่รับประทานผัก

ลูกไม่รับประทานผัก

ผัก (Vegetables) คือ หนึ่งในปัจจัยหลักของการมีสุขภาพดี ทั้งนี้เนื่องจากในผักมีเส้นใย วิตามิน เกลือแร่ และสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) ซึ่งไม่อาจพบได้ในอาหารประเภทอื่นยกเว้นผักผลไม้ อย่างไรก็ตาม การทำให้เด็กชื่นชอบและมีนิสัยการรับประทานผักเป็นประจำถือเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งของผู้ใหญ่ เพราะตามธรรมชาติแล้วเด็กย่อมสนใจอาหารรสชาติหวานมากกว่าผักซึ่งมักมีรสชาติขม ทั้งนี้เมื่อเด็กมีพฤติกรรมเรื่องมากหรือเลือกรับประทานอาหารโดยหลีกเลี่ยงผัก นอกจากจะทำให้พ่อแม่ต้องปวดหัวทุกครั้งเมื่อเวลาอาหารมาถึง ยังส่งผลถึงพฤติกรรมการรับประทาน (Dietary Behavior) ในอนาคตของเด็กอีกด้วย อย่างไรก็ตาม อาการไม่ยอมรับประทานผักของเด็กไม่จัดว่าเป็นปัญหาที่น่าหนักใจนัก หากเป็นผลมาจากพฤติกรรมเลือกรับประทานอาหารแบบปกติ (Normal Picky Eating) เพราะถือเป็นอาการหนึ่งที่มักเกิดขึ้นในกระ บวนการเจริญเติบโตของเด็ก ที่สำคัญนิสัยการรับประทานผักยังเป็นสิ่งที่พ่อแม่สามารถสร้างให้กับลูกได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม หากปัญหาการไม่รับประทานผักของลูกเกิดจากพฤติกรรมเลือกรับประทานอาหารแบบผิดปกติ (Selective Eating Disorder) การเยียวยาด้วยความร่วมมือระหว่างพ่อแม่และโรงเรียนนั้นไม่สามารถตอบโจทย์ได้ การพาเด็กเข้ารับการรักษาจากแพทย์อย่างถูกวิธีจึงเป็นสิ่งจำเป็น

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ปัญหาพฤติกรรมการลอกเลียนแบบ

ปัญหาพฤติกรรมการลอกเลียนแบบ

พฤติกรรมการลอกเลียนแบบในเด็ก (Imitation Behavior in children) ในเชิงจิตวิทยาหมายถึง การแสดงออกทางพฤติกรรมของเด็กที่ถูกกระตุ้นด้วยระบบการรับรู้ของร่างกาย (Perception system) จากแบบอย่าง (Model) ที่คอยดึงความสนใจและชี้นำให้เด็กปฏิบัติตาม หากจะพูดถึงพฤติกรรมการลอกเลียนแบบในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ลูกสัตว์จะเฝ้าสังเกต จดจำ และลอกเลียนแบบการกระทำของสมาชิกรุ่นพี่ ส่วนมนุษย์นั้น การลอกเลียนแบบเกิดขึ้นจากประสบการณ์ที่ค่อยๆสั่งสมในแต่ละวัน สมองส่วนที่เรียกว่า “เซลล์กระจกเงา” (Mirror Neuron) ซึ่งเป็นระบบการทำงานของสมองที่ทำงานแบบ เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม (When in Rome, do as Roman do) เมื่อเด็กเห็นพฤติกรรมดังกล่าวซ้ำๆในสภาพแวดล้อมเดิมๆ เด็กจะเริ่มลอกเลียนแบบพฤติกรรมทางสังคมดังกล่าว (Reproduction of social conduct) ตัวอย่างเช่น เมื่อเห็นผู้อื่นหาวเด็กก็มักจะหาวตาม เป็นต้น ทั้งนี้เซลล์กระจกเงาเป็นเสมือนไมโครชิพที่ฝังลึกในสมองของมนุษย์ที่มีอยู่ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ที่ก่อให้เกิดสัญชาตญาณและความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องอาหารขยะ

สอนลูกเรื่องอาหารขยะ

อาหารขยะ (Junk Food) หมายถึง อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการน้อย ประกอบไปด้วยแป้ง น้ำตาล ไขมันและเกลือสูง ให้พลังงานสูง มีเส้นใยอาหารต่ำ ใช้เรียกอาหารปรุงสำเร็จได้หลายอย่างทั้งอาหารหวานและอาหารคาว ตั้งแต่ลูกกวาด น้ำอัดลม น้ำหวาน ขนมกรุบกรอบทั้งหลาย แฮมเบอร์เกอร์ มันฝรั่งทอด เป็นต้น การรับประทานอาหารขยะเหล่านี้เป็นประจำ เพิ่มความเสี่ยงให้ร่างกายได้รับพลังงานเกินความต้องการ เป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิด โรคอ้วน โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคมะเร็งได้ และอาจเป็นสาเหตุทำให้ร่างกายขาดสารอาหาร วิตามินและเกลือแร่ที่จำเป็นต่อการทำงานของระบบต่างๆในร่างกาย เช่น มีผลต่อระบบภูมิคุ้มกันทำให้ต้านทานโรคได้น้อยลงเช่นกัน นอกจากนี้การรับประทานอาหารขยะ จะทำให้ได้ใยอาหารน้อย ทำให้การขับถ่ายไม่เป็นปกติ จะเห็นว่าอาหารบางอย่างที่จัดอยู่ในจำพวกอาหารจานด่วน ขณะเดียวกันก็มีลักษณะที่เป็นอาหารขยะได้ด้วย

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน