สอนลูกเรื่องธงชาติไทย

สอนลูกเรื่องธงชาติไทย

การสอนลูกเรื่องธงชาติไทย (Teaching children about Thai flag) หมายถึง การจัดกิจกรรมเพื่อให้เด็กเกิดความรู้ความเข้าใจว่า ผืนผ้าสี่เหลี่ยมมีสัญลักษณ์สี 3 สี ได้แก่ สีแดง สีขาว และสีน้ำเงิน ประกอบด้วย แถบ 5 แถบ เป็นเครื่องหมายแทนชาติไทย ทั้งนี้เพราะธงชาติไทยเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นไทย ที่พลเมืองไทยทุกคนควรรู้จัก และปฏิบัติตนต่อธงชาติให้ถูกต้องตามระเบียบของบ้านเมือง เด็กๆ เป็นเยาวชนคนไทยเช่นกัน จึงสมควรอบรมเรื่องความเป็นพลเมืองที่ดีให้แก่เขา เพราะในสังคมที่เราอยู่นั้นจะมีกฎ หรือข้อบังคับให้เราอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข (มีความเคารพต่อกฎและระเบียบ) เมื่อเด็กๆ เจริญเติบโตขึ้น การมีสังคมจะเริ่มเกิดขึ้น นับตั้งแต่ความเป็นอยู่ในครอบครัว ที่เป็นสถาบันแห่งแรกของคนเรา และเมื่อออกสู่สังคมภายนอก การเรียนรู้เรื่องกฎระเบียบต่างๆจะขยายมากขึ้น การอบรมสั่งสอนเด็กก็ย่อมมีความจำเป็นมากขึ้น เรื่องกฎระเบียบมีอยู่ในชีวิตเด็กทุกเรื่อง เช่น การเดินทางด้วยเท้า เราควรเดินบนทางเท้าหรือเดินข้างถนน เหตุใดเราควรข้ามถนนที่ทางม้าลาย ทำไมเราต้องมีข้อตกลงเมื่อเล่นกระดานลื่นร่วมกัน เป็นต้น การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องธงชาติไทย เป็นการจัดกิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัยที่มีสาระเรื่องเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ รอบตัวที่เด็กควรทราบ ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2546 เพื่อให้เด็กรู้จักและฝึกระเบียบที่ควรปฏิบัติ

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องพืชที่มีพิษ

สอนลูกเรื่องพืชที่มีพิษ

การสอนลูกเรื่องพืชที่มีพิษ (Teaching children about poisonous plants) หมายถึง การจัดกิจกรรมเพื่อให้เด็กเกิดความรู้ ความเข้าใจเรื่องของพืชบางชนิดที่เป็นอันตรายต่อคนเราและสัตว์ พืชเหล่านี้เป็นพืชที่ประกอบด้วยสารพิษ เมื่อไปสัมผัสหรือบริโภคเข้าไป จะก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายมนุษย์หรือสัตว์ได้ โดยแสดงอาการต่างๆ ได้แก่ ระคายเคือง เจ็บปวด หรืออาจจะพิการ เป็นโรค และเสียชีวิตได้ สิ่งที่น่าสังเกตคือ พืชมีพิษอยู่ปะปนกับพืชทั่วไป บางชนิดเรานำมาปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับ ไม้กินผล เช่น ขนุน มะม่วง มะม่วงหิมพานต์ หนุมานนั่งแท่น ต้นคริสต์มาส ชวนชม โป้ยเซียน บอนสี เงินไหลมา เขียวหมื่นปี สาวน้อยประแป้ง โกสน จามจุรี ชวนชม ดาวเรือง ตีนเป็ด เทียนหยด บานบุรี บานเย็น บอนสี ยี่โถ รัก ลิ้นมังกร เป็นต้น การที่มีพืชลักษณะดังกล่าวอยู่ใกล้เด็ก หรือบางทีเด็กไปสัมผัสเข้า ด้วยความรู้ไม่เท่าทัน อันตรายจะเกิดขึ้นตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงขั้นเสียชีวิต จึงควรดูแลป้องกันเด็กด้วยการสอนผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสมตามวัย

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องการเรียงลำดับ

สอนลูกเรื่องการเรียงลำดับ

สอนลูกเรื่องการเรียงลำดับ (Teaching Children about ordering) หมายถึง การจัดกิจกรรมเพื่อให้เด็กเกิดทักษะการเปรียบเทียบสิ่งของที่มากกว่า 2 สิ่งขึ้นไป แล้วจัดเรียงลักษณะต่างๆ เช่น ขนาด ความยาว สี และผิว หรือเรียงลำดับตามความสำคัญ และความแตกต่างที่เป็นพื้นฐานความเข้าใจเกี่ยวกับจำนวน ทั้งนี้ในชีวิตประจำวันของเรา มีเรื่องที่ต้องจัดลำดับ หรือมีเหตุการณ์ที่แสดงการมาตามลำดับอยู่บ่อยครั้ง เช่น เมื่อตื่นนอนคนเราจะแปรงฟันก่อนที่จะไปรับประทานอาหาร บางคนอาจจะแปรงฟันแล้วจึงอาบน้ำต่อ ค่อยมารับประทานอาหาร การแต่งกายก็เป็นประสบการณ์ที่เด็กเรียงลำดับก่อน หลัง เช่น ใส่ถุงเท้าก่อนจึงมาสวมรองเท้า แล้วผูกเชือกหรือติดกระดุมรองเท้า เมื่อเด็กจะต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องการเรียงลำดับ จึงเป็นเรื่องที่ควรจัดกิจกรรมส่งเสริมประสบการณ์ให้แก่เด็ก เพื่อเด็กจะสามารถนำไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้ และเป็นพื้นฐานการเรียนชั้นสูงต่อไป

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ชั้นเรียนประถม-ประสมศาสตร์ประสานศิลป์-STEAM-ตอนที่30

การคิดเชิงกระจุกและกระจาย

คำถามปลายเปิด (Open-ended) ต้องอาศัยสมองในการค้นหาผ่านเครือข่ายเส้นประสาท (Neural network) มากมาย (Numerous) สำหรับความคิด (Idea) ข้อมูล และกรอบการทำงาน (Framework) ที่ถูกเก็บกัก (Store) ไว้เพื่อช่วยสร้างคำตอบที่เป็นไปได้สำหรับโจทย์ที่ได้รับ

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกให้ฉลาดกิน

สอนลูกให้ฉลาดกิน

การสอนลูกให้ฉลาดกิน (Teaching children to eat smart) หมายถึง การจัดกิจกรรมเพื่อให้เด็กเกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอาหารที่เมื่อรับประทานแล้วจะส่งผลต่อการการทำงานของระบบประสาทและการรับรู้สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้กระบวนการทำงานของสมองเกี่ยวกับการคิด จินตนาการ การตัดสินใจ การใช้เหตุผล และการแก้ปัญหาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สารอาหารสำคัญที่บำรุงสมองจะพบได้ในอาหารประเภทปลา ปลาทะเลน้ำลึก ปลาแมคเคอเรล ปลาซาร์ดีน ปลาทูน่า ข้าวโพด ถั่วเหลือง เมล็ดทานตะวัน ข้าวซ้อมมือ ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต จมูกข้าว นม ถั่วเหลือง บรอกโคลี เป็นต้น ซึ่งมีผลต่อการควบคุมความจำและการเรียนรู้ แหล่งอาหารโปรตีน มีในเนื้อสัตว์ อาหารทะเล อัลมอนต์ เมล็ดธัญพืช กล้วย แอปเปิล อาหารเหล่านี้ทำให้ร่างกายมีความตื่นตัวกระฉับกระเฉง มีสมาธิ ไวต่อการกระตุ้นรอบตัว

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ชั้นเรียนประถม-ประสมศาสตร์ประสานศิลป์-STEM-ตอนที่30

ฟิสิกส์ของวัตถุเคลื่อนไหว

การเคลื่อนไหว (Movement) ของวัตถุมีอยู่รอบตัวเรา ผู้คนเดิน (Pedestrian) บนเส้นทางริมถนน (Sidewalk) อาจเห็นคนเล่นกระดานสเก็ต (Skateboard) ผ่านไปมา หรือขณะที่เราถีบจักรยาน อาจพบรถยนต์วิ่งพลุกพล่าน (Heavy traffic) หรือเราอาจจะโดยสารเครื่องบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องปฏิทิน

สอนลูกเรื่องปฏิทิน

การสอนลูกเรื่องปฏิทิน (Teaching children about calendar) หมายถึง การจัดกิจกรรมเพื่อให้เด็กเกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งของชนิดหนึ่งที่เขียน หรือพิมพ์ วัน เดือน ปี ไว้ ด้วยการจัดระบบแบ่งช่วงเวลาให้เป็นวัน เดือน ปี โดยอาศัยหลักการทางดาราศาสตร์ ปฏิทินโดยทั่วไปมักจะพิมพ์เป็นช่วงของเวลาในหนึ่งปีให้คนเราใช้ดู และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันด้วยเพื่อความเข้าใจตรงกันในเรื่องวัน เดือน ปี ทั้งนี้ในสถานที่ต่างๆ หากเราสังเกตให้ดี เราจะเห็นสิ่งหนึ่งในสถานที่นั้นๆ คือ ปฏิทิน ปฏิทินอาจจะแขวนที่ฝาผนัง ภายในห้องใดห้องหนึ่งในบ้าน ในห้องเรียน บนโต๊ะทำงานของคุณครู ที่ร้านขายของ แม้แต่ในรถประจำทาง ปฏิทินจึงเป็นสิ่งของที่น่าสนใจว่า ทำไมคนเราจึงต้องมีปฏิทินไว้ที่ต่างๆ นั้นด้วย ดังนั้น การจัดกิจกรรมสอนลูกเรื่องปฏิทินจึงเป็นการจัดกิจกรรมเสริมสร้างข้อความรู้ ความเข้าใจพื้นฐานเรื่องปฏิทินให้แก่เด็กได้ว่า ปฏิทินเป็นสิ่งของที่จำเป็นเพื่อใช้ดูช่วงเวลาของวัน เดือน ปี ซึ่งเราใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวัน ดังที่ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)ได้กำหนดกรอบมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์ปฐมวัย ไว้ในมาตรฐาน ค.ป. 2.1 : เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัดความยาว น้ำหนัก ปริมาตร เงิน และเวลา

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ชั้นเรียนประถม-ประสมศาสตร์ประสานศิลป์-STEAM-ตอนที่29

การคิดและการเรียนรู้

ในการคิดเชิงกระจาย (Divergent) เราจะให้เด็กสร้าง (Generate) ความคิดมากมายเกี่ยวกับหนทางที่เป็นไปได้ในการแก้ปัญหา โดยมักจะซอยย่อย (Break down) เป็นชิ้นส่วน (Component) และแสวงหาวิธีใหม่ในการมองปัญหาที่ลึกซึ้ง (Insight) แล้วนำชิ้นส่วนนั้นกลับมาประกอบเข้ากัน โดยอาศัยการคิดเชิงกระจุก (Convergent) เพื่อแก้โจทย์ในวิถีที่แตกต่างอย่างไม่เคยคาดคิดมาก่อน (Unexpected)

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ชั้นเรียนประถม-ประสมศาสตร์ประสานศิลป์-STEM-ตอนที่29

เปลไกวของนิวตัน

เมื่ออากาศภายในลูกโป่งถูกปลดปล่อย (Release) เพราะเราคลายนิ้วมือที่ปลายหลอด อากาศจะเคลื่อนย้ายไปตามหลอดกาแฟ แต่แท้จริงแล้ว อากาศถูกผลักดันโดยพลังการหดตัว (Deflation) ของลูกโป่ง กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ลูกโป่งผลักดันให้อากาศออก เรียกว่า “แรงกิริยา” (Action force) ส่วน “แรงปฏิกิริยา” (Reaction force) คือ พลังที่อากาศตอบโต้กลับยังลูกโป่ง ทำให้ลูกโป่งเคลื่อนไหว คู่พลังนี้คือ กฎข้อที่ 3 ของนิวตัน หากปราศจากแสดงออกแรงปฏิกิริยาแล้ว ลูกโป่งก็ไม่มีวันเคลื่อนไหว

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ชั้นเรียนประถม-ประสมศาสตร์ประสานศิลป์-STEAM-ตอนที่28

การคิดและการเรียนรู้

อันที่จริง การบูรณาการศิลปะ (Arts integration) เป็นวิธีการสอน ที่ครูประถมศึกษา หรือครูสาขาวิชา STEM ใช้ศิลปะช่วยนักเรียนสร้าง (Construct) ความหมาย และสาธิตความเข้าใจในรูปแบบเฉพาะ (Particular) ของศิลปะ กับอีกสาขาวิชา (Subject area) หนึ่ง เพื่อสนองตอบวัตถุประสงค์เฉพาะ (Specific) ของทั้ง 2 สาขาวิชา

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ชั้นเรียนประถม-ประสมศาสตร์ประสานศิลป์-STEM-ตอนที่28

กฎของคู่พลัง

อะไรคือความหนาแน่นของน้ำ? อันที่จริง น้ำมีความหนาแน่น (Density) 1 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร (Cubic centimeter) [หรือ gm/cm3] ซึ่งหมายความถึง 1 กรัมของมวลสาร อันเป็นมาตรวัด (Measure) ว่า มีส่วนประกอบของน้ำอยู่มากน้อยเพียงใดในปริมาตร (Volume) 1 ลูกบาศก์เซนติเมตรของน้ำ

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ชั้นเรียนประถม-ประสมศาสตร์ประสานศิลป์-STEAM-ตอนที่27

การจัดระเบียบของสมอง

ในขณะเดียวกัน สมองซีกขวารวบรวมข้อมูลจากภาพ (Image) มากกว่าจากคำพูด (Word) และมองหารูปแบบการเห็น (Visual pattern) โดยแปรผล (Interpret) ภาษาผ่านบริบท (Context) อาทิ ภาษากาย (Body language) เนื้อหาตามอารมณ์ (Emotional content) และระดับเสียง (Tone of voice) แทนที่จะผ่านความหมายข้างเคียง (Lateral meaning)

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ชั้นเรียนประถม-ประสมศาสตร์ประสานศิลป์-STEM-ตอนที่27

สสารต่างชนิด

เมื่อเราพยายามวางวัตถุ (Object) บนน้ำที่เต็มถ้วย น้ำจะล้นถ้วย มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความหนาแน่น (Density) เพราะทุกสิ่งทุกอย่างครอบครอง (Occupy) พื้นที่ (Space) ในปริมาณหนึ่ง น้ำที่เต็มถ้วยครอบครองพื้นที่ทั้งหมดในถ้วย เมื่อเราพยายามเพิ่มบางสิ่งบางอย่างเข้าไปในพื้นที่นั้น ปริมาณบางส่วนของน้ำต้องล้นออกมา เพราะถูกแทนที่ (Displaced)

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ชั้นเรียนประถม-ประสมศาสตร์ประสานศิลป์-STEAM-ตอนที่26

การจัดระเบียบของสมอง

เรามักพูดถึงนักวิทยาศาสตร์ นักคณิตศาสตร์ และวิศวกรว่า เป็นบุคคลที่มีเหตุผล (Logical) ช่างวิเคราะห์ (Analytic) และแม่นยำ (Precise) ในทางตรงข้าม เรามักพูดถึงศิลปินว่า เป็นบุคคลที่สร้างสรรค์ (Creative) พิจารณาองค์รวม (Holistic) และจินตนาการเห็น (Visualized)

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ชั้นเรียนประถม-ประสมศาสตร์ประสานศิลป์-STEM-ตอนที่26

เลนส์นูนกับความหนาแน่น

เลนส์นูนเท่านั้น ที่จะสามารถขยายตัวอักษร และเป็นจริงก็ต่อเมื่อเราถือแผ่นกระดาษที่มีตัวอักษร (หรือวัตถุที่ต้องการขยาย) ให้อยู่ใกล้กว่าระยะทางเฉพาะ ซึ่งอยู่ด้านหลัง (Beyond) ตัวเลนส์ หากเราถือวัตถุห่างไกลจากตัวเลนส์ มันจะเริ่มมองไม่ชัด (Blur) อะไรคือระยะทางเฉพาะดังกล่าว ที่ทำให้การมองขุ่นมัว? คำตอบก็คือ “ความยาวจุดมุ่งเน้น” (Focal length)

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ชั้นเรียนประถม-ประสมศาสตร์ประสานศิลป์-STEAM-ตอนที่25

วิทยาศาสตร์มองศิลปะ

อัลเบิร์ต ไอนสไตน์ กล่าวว่า “ลำพังการตั้งคำถาม มักมีความสำคัญ (Essential) มากกว่าการแสวงหาคำตอบเสียอีก ซึ่งอาจเป็นเพียงเรื่องของทักษะทางคณิตศาสตร์ (Mathematical) หรือการทดลอง (Experimental) ส่วนการตั้งคำถามใหม่ๆ แสวงหาคำตอบใหม่ๆ หรือการแก้ปัญหาเก่าจากมุมมองใหม่ ๆ ต้องอาศัยจินตนาการสร้างสรรค์ (Creative imagination) ในการสร้างความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์”

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ชั้นเรียนประถม-ประสมศาสตร์ประสานศิลป์-STEM-ตอนที่25

การลอยตัวกับแว่นขยาย

แผ่นอลูมินัม (Aluminum foil) กับลูกบอลอลูมินัม ต่างก็ทำจากวัสดุเดียวกัน และเริ่มต้นด้วยขนาดเท่ากัน [กล่าวคือ มีมวลสารเท่ากัน] เพียงแต่ว่า แผ่นอลูมินัมมีบริเวณพื้นผิว (Surface area) ที่กว้างใหญ่กว่าลูกบอลอลูมินัมเท่านั้น แล้วความแตกต่างดังกล่าวมีความสำคัญไฉน?

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ชั้นเรียนประถม-ประสมศาสตร์ประสานศิลป์-STEAM-ตอนที่24

ศิลปะกับทักษะการเรียนรู้STEM

ความคิดริเริ่ม (Initiative) ของ STEM เป็นการขยายขอบเขตที่สมเหตุผล (Logical extension) ของกรอบการทำงาน (Framework) ที่นำเสนอโดยสภาการวิจัยแห่งชาติ (National Research Council : NRC) ของสหรัฐอเมริกา โดยได้รับการออกแบบเพื่อรับมือ (Address) กับจุดอ่อนที่มองเห็น (Perceived weakness) ในการศึกษาวิชาวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน ระดับ K – 12 [หรือ ระดับอนุบาล 1 ถึง มัธยมศึกษาปีที่ 6 ในประเทศไทย]

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ชั้นเรียนประถม-ประสมศาสตร์ประสานศิลป์-STEM-ตอนที่24

แรงกดดันกับแรงพยุงตัว

หากเรายืนอยู่บนเครื่องเล่นกระดอนขึ้น-ลง (Trampoline) เรากำลังใช้แรงกดดันไปที่บริเวณพื้นผิวของเครื่องเล่นดังกล่าว โดยเราจะเห็นผล (Effect) ของมัน เนื่องจากเครื่องเล่นขยายตัวในแนวที่ต่ำลง (Stretch down) ในทำนองเดียวกัน โมเลกุลอากาศกดทับบริเวณพื้นผิวของลูกโป่ง จนกระเด้งออก (Bounce off) แรงกดดันทำให้ลูกโป่งขยายตัวออก (Stretch out)

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ชั้นเรียนประถม-ประสมศาสตร์ประสานศิลป์-STEAM-ตอนที่23

STEMกับSTEAM

ศิลปะสามารถเสริมส่งการเรียนรู้ STEM ได้หลากหลายหนทางด้วยกัน ดังตัวอย่างเด่นชัด (Vivid) ต่อไปนี้

  • รูปทรงอันอลังการณ์ (Elegant) ของยอดกลมอาคารพื้นผิวโลก (Geodesic dome) สะท้อนถึงลูกฟุตบอล อาคารสถาปัตยกรรม และโครงสร้างของไวรัส
  • องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (National Aeronautics and Space Administration : NASA) ได้ว่าจ้างศิลปินในการออกแบบทัศนภาพ (Visual display) ที่นำเสนอข้อมูลดาวเทียม (Satellite) ที่ถูกต้องแม่นยำ แต่ง่ายต่อการเข้าใจสำหรับผู้ที่มิใช่นักวิทยาศาสตร์ (Non-scientist)
  • อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน
sirikul