สอนลูกเรื่องภาวะโลกร้อน

สอนลูกเรื่องภาวะโลกร้อน

สอนลูกเรื่องภาวะโลกร้อน (Teaching Children about Global Warming) หมายถึงการจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับภาวะที่โลกมีอุณหภูมิสูงขึ้นเนื่องจากก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มขึ้น เพราะมนุษย์ทำกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวกับการเผาผลาญเชื้อเพลิงและการใช้สารเคมี ทำให้รังสีของดวงอาทิตย์ถูกก๊าซเรือนกระจกกักเก็บไว้ ทำให้อุณหภูมิของโลกเพิ่มขึ้น ซึ่งมีผลกระทบให้สภาพอากาศในโลกเปลี่ยนแปลงผิดไปจากเดิม เช่น เกิดภัยธรรมชาติ หรือโรคระบาด จึงส่งผลให้คนเสียชีวิต การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับการลดสภาวะโลกร้อน ทำให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้ถึงสาเหตุที่โลกร้อน และวิธีการลดภาวะโลกร้อนด้วยการนำของใช้หรือของเล่นมาใช้ซ้ำหรือดัดแปลงใหม่เป็นสิ่งใหม่ วิธีดังกล่าวสามารถปลูกฝังนิสัยที่ดีๆให้เด็กได้รู้จักรักของ ประหยัด อดทน และช่วยลดขยะหรือสิ่งเหลือใช้ที่เกิดขึ้นในโลก ตลอดจนช่วยลดการใช้พลังงานหรือสารเคมีที่นำมาผลิตสิ่งของใหม่ ซึ่งมีผลกระทบที่ทำให้เกิดเรือนกระจกไปบังการสะท้อนกลับของรังสีจากดวงอาทิตย์ การแก้ปัญหาเรื่องโลกร้อนเป็นหน้าที่ของทุกคนในโลกนี้ การจัดกิจกรรมลดสภาวะโลกร้อนโดยเน้นเด็กเป็นสำคัญ เป็นกิจกรรมที่น่าสนใจที่บ้านและครอบครัวจะส่งเสริมการเรียนรู้ให้แก่เด็กได้เป็นอย่างดี

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

สอนลูกเรื่องอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

สอนลูกเรื่องอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Teaching Children about Environment Conservation) หมายถึงการจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับการใช้สิ่งต่างๆที่อยู่รอบๆตัวของคนเราอย่างฉลาด และพัฒนาสิ่งแวดล้อมทั้งสิ่งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตจับต้องได้และจับต้องไม่ได้ เช่น สัตว์ พืช อากาศ ภูเขา ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะมีอิทธิพลและส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็น อยู่ของคนเรา เพราะการดำรงชีวิตของคนต้องพึ่งสิ่งแวดล้อมมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและต่อเนื่องไปถึงอนาคต แต่เมื่อคน เราใช้สิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น ประกอบกับความเป็นอยู่ของคนเรามีเครื่องอำนวยความสะดวก แต่กลับให้โทษต่อสิ่งแวดล้อม จึงเป็นปัญหาที่คนในสังคมได้มาศึกษาหาทางใช้สิ่งแวดล้อมอย่างฉลาดและต้องพัฒนาสิ่งแวดล้อมให้มีคุณภาพ เพื่อสร้างเสริมประโยชน์แก่มนุษย์ตลอดไปเรียกว่า การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยวิธีการให้ความรู้ ปลูกฝังทัศนคติที่ดี และเน้นการปฏิบัติร่วมกันทั้งสังคมโดยเริ่มตั้งแต่วัยเด็ก

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องการจัดการขยะ

สอนลูกเรื่องการจัดการขยะ

การสอนลูกเรื่องการจัดการขยะ (Teaching Children about Waste Disposal) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับการขยะด้วยการเรียนรู้ประเภทของขยะ การคัดแยกขยะ การนำขยะไปกำจัดหรือทำลายอย่างถูกวิธี และการนำขยะไปใช้ประโยชน์ต่างๆ เช่น การนำวัสดุเหลือใช้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ (Reuse) หมายถึง การนำวัสดุหรือสิ่งของที่ไม่ได้ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ที่อาจใช้ในลักษณะเหมือนเดิมหรือไม่เหมือนเดิมก็ได้ อาจดัดแปลงวัสดุนั้นให้ใช้ประโยชน์ได้หลาก หลายรูปแบบ วัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ เช่น กระดาษ ขวดแก้ว ขวดพลาสติก เป็นต้น รีไซเคิล (Recycle) หมายถึง การจัดการวัสดุเหลือใช้ที่กำลังจะเป็นขยะ โดยนำไปผ่านกระบวนการแปรสภาพโดยเฉพาะการหลอมเพื่อให้เป็นวัสดุใหม่ แล้วนำกลับมาใช้ได้อีก ซึ่งวัสดุที่ผ่านการแปรสภาพนั้นจะเป็นผลิตภัณฑ์หรือผลผลิตใหม่ก็ได้

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องการเที่ยวงานรื่นเริง

สอนลูกเรื่องการเที่ยวงานรื่นเริง

การสอนลูกเรื่องการเที่ยวงานรื่นเริง (Teaching Children about Partying) หมายถึงการจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับงานที่จัดขึ้นเพื่อการฉลอง งานเลี้ยง สังสรรค์ โดยมุ่งเน้นให้ผู้มาเที่ยวหรือร่วมงานมีความสุข สนุกสนาน ผ่อนคลายทางด้านอารมณ์ ภายในงานจะมีการจัดกิจกรรมต่างๆมากมาย ทั้งการละเล่น ดนตรี ความบันเทิงในรูปแบบต่างๆ งานรื่นเริงนับว่าเป็นงานที่อยู่คู่กับวิถีการดำรงชีวิตของคนไทยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เช่น การจัดงานรื่นเริงในวันสงกรานต์ วันลอยกระทง วันขึ้นปีใหม่ งานบุญเผวส งานวันสารทเดือนสิบ งานประเพณีชักพระหรือลากพระ งานวันออกพรรษา งานฤดูหนาว งานรื่นเริงที่จัดขึ้นมีคุณค่าต่อการสืบทอดประเพณีและวัฒนธรรมอันดีให้คงอยู่คู่เมืองไทยตลอดไป ขณะเดียวกันงานรื่นเริงที่จัดขึ้นยังเป็นการเสริมสร้างการเรียนรู้ในเรื่องต่างๆให้กับเด็กปฐมวัยได้ เช่น การเที่ยวงานอย่างปลอดภัย การรักษาวินัยและกำกับตนเอง พฤติกรรมการบริโภคอาหารและโภชนาการที่ดี

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องไฟฉาย

สอนลูกเรื่องไฟฉาย

การสอนลูกเรื่องไฟฉาย(Teaching Children about Flashlight) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับ เครื่องทำความสว่างประกอบด้วยอุปกรณ์สำคัญคือ จานฉายรูปโค้งสำหรับสะท้อนแสงและหลอดไฟฟ้า ซึ่งบรรจุอยู่ในเรือนกรอบกับสิ่งให้พลังงานที่ก่อให้เกิดแสงสว่าง และหลอดไฟซึ่งบรรจุอยู่ในกรอบกับสิ่งให้พลังงานก่อให้เกิดแสงสว่าง มีหลายชนิด ชนิดที่ถือติดตัวไปมาได้มักทำในรูปกระบอก ทั้งนี้เพราะการจัดสิ่งแวดล้อมที่ดีเป็นเรื่องจำเป็นในการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้เจริญเติบโตเป็นเด็กที่มีคุณภาพ กล่าวคือเป็นผู้ที่พัฒนาทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคมและสติปัญญาได้อย่างเหมาะสมตามวัย ในยุคปัจจุบันสิ่งแวดล้อมสำหรับเด็กปฐมวัยเกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้เพราะความก้าวหน้าทางวิทยาการด้านเทคโนโลยี มีผลให้เกิดมีเครื่องใช้ที่จำเป็นและอำนวยความสะดวกสบายให้คนเรา ดังนั้น การสร้างความรู้ ความเข้าใจ และวิธีใช้เครื่องเทคโนโลยีบางชนิดให้แก่เด็กปฐมวัยจึงเป็นเรื่องจำเป็น ดังเช่น ไฟฉาย ที่คนเราสร้างสรรค์ขึ้น มา เป็นเครื่องใช้ที่ให้แสงสว่างซึ่งเป็นประโยชน์ในชีวิตประจำวัน ดังนั้นการนำเรื่องไฟฉายมาจัดกิจกรรมให้แก่เด็กปฐมวัยจึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจส่งเสริมพัฒนาการเด็กได้ตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตร

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

พหุปัญญา

พหุปัญญา

พหุปัญญา (Multiple Intelligences) หมายถึง ปัญญาหลากหลายด้านของมนุษย์ ซึ่งเป็นการอธิบายความสามารถของสมองมนุษย์แต่ละคนว่า สามารถแสดงศักยภาพด้านใดออกมาบ้าง เงื่อนไขสำคัญของการสร้างความฉลาดให้เด็กในแต่ละด้านคือ ทำพื้นฐานการเรียนรู้ จดจำ และเข้าใจ ผ่านประสาทสัมผัสที่ครบทั้ง 6 ช่องทาง ทั้งนี้ ผู้ใหญ่จำนวนมากเข้าใจว่า เด็กเรียนรู้ผ่านตา (เห็นภาพ รูปทรง สี ตำแหน่ง ตัวหนังสือ ฯลฯ) กับหู (ได้ยินเสียง รับคลื่น ฯลฯ) เท่านั้น จึงมักสอนลูกๆด้วยการชี้ชวนให้ดู สั่งสอนอบรม (คือพูดให้ฟัง หรือ ปล่อยให้ดูทีวี ดูรายการสารคดี หรืออ่านหนังสือ ฯลฯ) และมักละเลยการจัดประสบการณ์ที่จะให้ได้ครบทั้ง 6 ช่องทาง คือ การดมกลิ่น การรับรส การรับความรู้สึก อุณหภูมิ รับสัมผัสผ่านผิวหนังทุกส่วนทั่วร่างกาย และความรู้ สึกภายใน (ตื่นเต้น ชอบ ไม่ชอบ กลัว วูบวาบ) หากเราจัดประสบการณ์ให้เด็กไม่ครบ การเรียนรู้ก็ขาดวิ่น เสมือนเราแต่งตัวให้เด็กแค่ใส่เสื้อกับกางเกง แต่ขาดรองเท้า ถุงเท้า หมวก ฯลฯ อยากให้ลูกดูสวย น่ารัก เตะตาคนอื่น แต่เราให้ความสนใจเพียงบางเรื่อง ที่เหลือให้ลูกไปคลำทางเอาเอง แล้วเราก็ตั้งความหวังว่าลูกเราจะเก่งเมื่อโตขึ้น พอไปโรงเรียนก็พบว่า ทำไมไม่เก่งอย่างใจเราปรารถนา ก็ส่งไปกวดวิชา ซึ่งก็สายไปแล้ว เพราะเลยเวลาที่สำคัญในชีวิตที่จะปูพื้นฐานแล้ว ไปกวดวิชา ครูกวดวิชาก็สอนได้เฉพาะวิธีทำข้อสอบ ให้สอบเข้าได้ แล้วโตขึ้นจะเป็นอย่างไร ในเมื่อทักษะสำคัญหลายๆด้านไม่ได้รับการพัฒนาตั้งแต่เล็ก เลยเวลาพัฒนาก็จะซ่อมสร้างใหม่ได้ยาก

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม

การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม

การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับเด็กปฐมวัย (Using Innovation and Technology for Young Children) เป็นสิ่งที่ครูและพ่อแม่พบเห็นได้อยู่ตลอดเวลาในปัจจุบัน ซึ่งเทคโนโลยีในที่นี้คือ อุปกรณ์และเครื่องมืออิเลคทรอนิคส์หรือดิจิตอลที่ใช้ส่งข้อมูลต่างๆอย่างเช่นโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต เครื่องเล่นเพลงและดีวีดี รวมอยู่ด้วย ทั้งนี้ เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทสำคัญทั้งในแง่ของการใช้ชีวิตและการศึกษาของเด็กเล็กเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน ดังนั้น พ่อแม่และครูควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมให้เหมาะสมกับวัยเด็กเล็ก

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องโทรศัพท์

สอนลูกเรื่องโทรศัพท์

การสอนลูกเรื่องโทรศัพท์ (Teaching Children about Telephone) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้ เกี่ยวกับการส่งสัญญาณเสียงพูดจากเครื่องโทรศัพท์ติดตั้งที่บ้านหรือในอาคารและโทรศัพท์ไร้สาย ไปยังที่อีกแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างไกลกัน โดยเครื่องโทรศัพท์มีสายตัวนำไฟฟ้าและอำนาจแม่เหล็กไฟฟ้าโยงติดต่อถึงกัน ทั้งนี้เนื่องจากการอยู่ร่วมกันในสังคมมีความจำเป็นที่ต้องติดต่อสื่อสารกัน เพื่อสร้างความสัมพันธ์โดยการถ่ายทอดความคิด ความรู้ ประสบการณ์ของตนเองไปยังคนอื่น และรับทราบความคิดความรู้จากคนอื่นเช่นกัน การสื่อสารของคนเราในสังคมมี 3 ลักษณะที่สำคัญ คือ

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ปัญหาเด็กติดการ์ตูน

ปัญหาเด็กติดการ์ตูน

ปัญหาเด็กติดการ์ตูน (Children's Addiction to Cartoons) หมายถึง เด็กที่มีพฤติกรรมการแสดงออกทางความชื่นชอบในการ์ตูนมากเกินไป จนอาจส่งผลเสียทางด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิต การ์ตูนส่วนใหญ่มักเป็นการ์ตูนที่ฉายบนหน้าจอโทรทัศน์ หากจะให้จับคู่ “เด็ก” กับ “การเมือง” อาจจะฟังดูขัดแย้ง แต่ถ้าหากเป็น “เด็ก” กับ “การ์ตูน” คำคู่นี้ดูสอด คล้องและแยกกันไม่ออกเลยทีเดียว ไม่ว่ากี่ยุคสมัยเปลี่ยนผ่าน การ์ตูนก็ยังคงเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับเด็ก การ์ตูนในสมัยคุณปู่คุณย่าของพวกเราอาจยังไม่น่าจูงใจให้เด็กๆมีอาการติดงอมแงมได้ เพราะยังขาดสีสันและการเคลื่อนไหวที่เป็นธรรมชาติ (Natural motion) แต่หากพูดถึงการ์ตูนในยุคปัจจุบันแล้ว เทคโนโลยีการสร้างสรรค์ตัวการ์ตูนนั้นก้าวไกลไปมาก การออกแบบตัวการ์ตูน การโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ ไปจนถึงตารางเวลาของการฉายผ่านรายการการ์ตูน ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เด็กสามารถติดตามได้ง่ายดายขึ้น

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ภัยจากสัตว์และแมลงรบกวนภายในบ้าน

ภัยจากสัตว์และแมลงรบกวนภายในบ้าน

ปัญหาสัตว์และแมลงรบกวนภายในบ้าน (Threats from Household Pests) หมายถึง การที่สิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์ซึ่งเข้ามาอยู่อาศัยอยู่ในบ้านหรือบริเวณรอบๆตัวบ้าน สิ่งมีชีวิตเหล่านี้มักสร้างความรำคาญใจให้แก่ผู้อยู่อาศัยภายในบ้าน สร้างความสกปรก หรือสร้างความเดือดร้อนให้แก่เด็กเล็กภายในบ้าน อาจรวมถึงมาทำลายทรัพย์สินภายในบ้าน เช่น กัดแทะกระดาษ กล่อง ข้าวของจนเสียหาย ทำให้ฟูกนอนขึ้นรา รวมถึงเป็นพาหะนำโรคร้าย (Disease vector) มาสู่ลูกในรูปแบบที่พ่อแม่คาดไม่ถึง สิ่งมีชีวิตเหล่านี้อาจมีขนาดเล็กจนต้องส่องดูด้วยแว่นขยาย หรือมีขนาดใหญ่เสียจนสร้างความหวาด ระแวง หรืออาจเป็นสัตว์ที่มีพิษ (venomous pests) ซึ่งรบกวนจนถึงคุกคามชีวิตของเด็กและผู้อยู่อาศัยภายในบ้าน เช่น ยุง มด ปลวก หนู นก เห็บ เหา ตะขาบ หรือสุนัขจรจัด เป็นต้น

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

การจัดค่ายนันทนาการสำหรับเด็กปฐมวัย

การจัดค่ายนันทนาการสำหรับเด็กปฐมวัย

การจัดค่ายนันทนาการสำหรับเด็กปฐมวัย (Recreation Camping for Young Children)หมายถึง การจัดค่ายแบบค้างแรมสำหรับเด็กก่อนถึงวัยเรียน โดยเน้นการจัดค่ายนอกสถานที่เป็นส่วนใหญ่ ภายใต้การดูแลของพ่อแม่ผู้ปกครองหรือคุณครู ซึ่งกิจกรรมของค่ายนันทนาการช่วยเปิดโอกาสให้เด็กที่อาศัยอยู่ในเมืองได้ออกมาสัมผัสกับบรรยากาศของธรรมชาติ โดยการจัดค่ายนันทนาการสำหรับเด็กอาจจัดในพื้นที่กลางแจ้งหรือบริเวณใกล้แหล่งธรรมชาติ เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้สิ่งต่างๆพร้อมกับใกล้ชิดธรรมชาติไปในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ การจัดค่ายนันทนาการมักรวบรวมกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อเสริม สร้างและพัฒนาทักษะต่างๆให้กับเด็กๆ อาทิ การพายเรือ การปีนเขา การเดินป่า หรือการว่ายน้ำ เป็นต้น

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องวันแม่

สอนลูกเรื่องวันแม่

การสอนลูกเรื่องวันแม่ (Teaching Children about Mother's Day) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้ เกี่ยวกับวันแม่แห่งชาติซึ่งรัฐบาลไทยกำหนดให้เป็นสำคัญวันหนึ่งในรอบปฏิทินประจำปี คือวันที่ 12 สิงหาคมตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ด้วยมุ่งหมายให้ลูกได้ตระหนักถึงความสำคัญของแม่ผู้ให้กำ เนิดและแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อแม่ ดอกไม้ที่ใช้เป็นสัญลักษณ์วันแม่คือดอกมะลิ ที่มีกลีบดอกสีขาว กลิ่นหอม และออกทั้งปี เหมือนความรักของแม่ที่มีความบริสุทธิ์และยั่งยืน

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เล่นปนเรียน

เล่นปนเรียน

การจัดการเรียนรู้แบบเล่นปนเรียน (Play and Learn) หมายถึง วิธีการจัดกิจกรรมให้กับเด็กปฐมวัยโดยยึดหลักจิตวิทยาและธรรมชาติของเด็กที่ชอบเล่นอยู่แล้ว ด้วยการใช้เทคนิควิธีการบูรณาการสาระความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ที่ต้องการให้เกิดกับเด็ก และการเล่นให้เข้าด้วยกัน ทำให้เด็กได้เล่น แสดงออก ได้ร้องเพลง ทำให้เด็กรู้สึกสนุกสนาน อยากเรียนรู้มากขึ้น การเล่นปนเรียนเป็นการเล่นที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็กทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญ ญาภายใต้การอำนวยความสะดวก สนับสนุน ชี้แนะ ช่วยเหลือของครูในด้านต่างๆ เพื่อให้การเรียนรู้แบบเล่นปนเรียนเกิดประโยชน์ต่อเด็กมากที่สุด

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

การวัดและการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย

การวัดและการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย

การวัดและการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย (Developmental assessment and evaluation for early childhood children) หมายถึง กระบวนการที่จัดทำขึ้นเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับพัฒนาการของเด็กตลอดจนการดูแลและเรียนรู้เกี่ยว กับสภาพแวดล้อมต่างๆ เพื่อที่จะช่วยให้พัฒนาการของเด็กได้พัฒนาไปอย่างดีที่สุด ก่อนอื่นควรทำความรู้จักกับคำจำกัดความของการวัดและการประเมินพัฒนาการของเด็ก ซึ่งมีความหมายและวัตถุประสงค์แตกต่างกันไป

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

การเรียนรู้ด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า

การเรียนรู้ด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า

การเรียนรู้ด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า (Learning with the Five Senses) หมายถึง การจัดกิจกรรมประจำวันทั้ง 6 ตามตารางการจัดกิจกรรมประจำวันระดับปฐมวัย เพื่อให้เด็กได้

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

กิจกรรมพัฒนากล้ามเนื้อเล็ก

กิจกรรมพัฒนากล้ามเนื้อเล็ก

กิจกรรมพัฒนากล้ามเนื้อเล็ก (Fine-Motor Development Activities) หมายถึง กิจกรรมที่ส่งเสริมความสามารถในการควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อมือและตาให้ทำงานอย่างประสานสัมพันธ์ที่ดี ได้แก่ กิจกรรมที่เด็กได้หยิบจับสิ่งของ ตุ๊กตา เครื่องเล่น ตลอดจนการช่วยตนเองในการแต่งตัว การทำความสะอาดร่างกาย การรับประทานอาหาร ตลอดจนกิจกรรมศิลปะต่างๆที่เด็กได้ทำที่โรงเรียนเพื่อการพัฒนาของกล้ามเนื้อเล็ก ซึ่งหมายถึงการเปลี่ยนแปลงความสามารถในการควบคุมและการทำงานประสานสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกล้ามเนื้อมือและตาในการทำกิจกรรมต่างๆที่ต้องใช้มือและตาในการบังคับควบคุม เช่น การหยิบจับสิ่งของ การหิ้วหรือถือของ การร้อยพวงมาลัย การจับดินสอหรือสีในการวาดรูปหรือขีดเขียนในเด็กปฐมวัย

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

การขาดทักษะการคิดวิเคราะห์

การขาดทักษะการคิดวิเคราะห์ (Lack of Critical Thinking) เป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทยในปัจจุบัน เด็กปฐมวัยเกิดมาพร้อมกับเซลล์สมอง 1 แสนล้านเซลล์ที่พร้อมได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสม เพื่อให้มีพื้นฐานของสมองที่เอื้อต่อการเรียนรู้โดยสัมพันธ์กับการพัฒนาด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ จิตใจ และด้านสังคม การคิดเป็นหัวใจของการพัฒนาในทุกๆด้าน เด็กปกติและเด็กพิเศษทุกคนควรได้รับการประเมินและส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ เพื่อให้เขาประสบความสำเร็จและก้าวหน้าในการเรียนรู้และอยู่รอดทั้งในวันนี้และในอนาคต

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ถามอย่างไรให้ลูกคิดเป็น

ถามอย่างไรให้ลูกคิดเป็น

การถามลูกให้คิดเป็น (Teaching Children about Critical Thinking) หมายถึงการจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้พัฒนาสติ ปัญญาและการคิดของเด็ก เนื่องจากการได้รับการฝึกฝนในด้านการคิด การใช้คำถามเพื่อให้เด็กได้คิดหาคำตอบถือเป็นการฝึกฝนการทำงานของสมอง คำถามที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาการคิดให้กับเด็กคือ

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องสิ่งของที่เป็นอันตราย

สอนลูกเรื่องสิ่งของที่เป็นอันตราย

การสอนลูกเรื่องสิ่งของที่เป็นอันตราย (Teaching Children about Dangerous Things) หมายถึงการจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งที่เป็นอันตรายต่อเด็กจำนวน 5 ชนิด ได้แก่ ของมีคม ยาและเวชภัณฑ์ สารเคมีและเชื้อเพลิง เครื่องใช้ ไฟฟ้า อาหารและเครื่องดื่มต่างๆ ที่เด็กใช้หรือบริโภคเข้าไปแล้วทำให้ได้รับบาดเจ็บทางร่างกายและเกิดอาการเจ็บป่วยได้ ทั้งนี้เพราะสวัสดิภาพและความปลอดภัย (Safety) มีความสำคัญเป็นลำดับแรกของการจัดการศึกษาปฐมวัย การจัดประสบ การณ์ให้เด็กมีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะและเจตคติที่ดีต่อการรักษาความปลอดภัยมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการสอนให้เด็กเรียนรู้สิ่งของที่เป็นอันตรายจะช่วยให้เด็กสามารถป้องกันตนเองให้มีความปลอดภัย และช่วยลดความกังวลแก่ครูและผู้ปกครองในเรื่องสวัสดิภาพของเด็กลงได้

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

อัตลักษณ์ทางเพศในเด็กผู้ชาย

อัตลักษณ์ทางเพศในเด็กผู้ชาย

อัตลักษณ์ทางเพศในเด็กผู้ชาย (Gender Identity in boys) หมายถึง สำนึกและการรับรู้เพศสภาพที่เกิดขึ้นต่อตนเองตามลักษณะทางกายภาพความเป็นชาย (Physical Appearance) ที่มีมาตั้งแต่กำเนิด โดยปกติแล้วเด็กทั่วไปจะเริ่มแสดงออกตามเพศสภาพของตนเองให้เห็นนับตั้งแต่อายุ 8 – 10 เดือน หลังจากนั้นพ่อแม่จะเป็นผู้ช่วยเติมเต็มอัตลักษณ์เพื่อบ่งชี้บท บาททางเพศ (Indication of gender role)ให้เด่นชัดยิ่งขึ้น กล่าวคือ เมื่อเด็กเกิดมาเป็นเพศชาย พ่อแม่ก็จะเลี้ยงดูและส่งเสริมพฤติกรรมแสดงออกแบบผู้ชาย เช่นเดียวกัน เมื่อเด็กเกิดมาเป็นเพศหญิง พ่อแม่ก็จะเลี้ยงดูและส่งเสริมพฤติกรรมแสดงออกที่อ่อนโยนแบบผู้หญิง โดยการเลี้ยงดูเหล่านี้อาจมีตัวแบบมาจากพ่อและแม่หรือคนใกล้ตัว หรือบุคคลที่พ่อแม่อยากให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ลูก บทบาททางเพศในวัยเด็กส่วนใหญ่มักถูกกำหนดตามความพึงพอใจของผู้ปกครอง (Parental Preference and Satisfaction) เช่น พ่อสนับสนุนให้ลูกชายเตะฟุตบอลหรือเล่นกอล์ฟ เพราะเห็นว่าเป็นกีฬาที่แสดงออกถึงความทะมัด ทะแมงและเป็นกีฬาที่พ่อชอบ แม่มักชอบให้ลูกสาวเป็นลูกมือช่วยทำครัว เพราะเห็นว่าเป็นงานถนัดของเพศหญิงและอยากปลูกฝังให้ลูกสาวโตไปเป็นแม่ศรีเรือนที่ดี ทว่าหากลูกเริ่มมีพฤติกรรมต่อต้านกิจกรรมที่พ่อแม่ส่งเสริม และเริ่มแสดงพฤติ กรรมที่บ่งบอกถึงความพอใจในเพศสภาพแบบตรงกันข้าม เช่น ลูกชายไม่ชอบเตะบอลแต่ชอบงานเย็บปักถักร้อย ซึ่งตามมุมมองของคนส่วนใหญ่ งานเย็บปักถักร้อยนั้นเป็นงานถนัดของผู้หญิง หรือลูกชายชอบสังเกตพฤติกรรมของแม่เวลาแต่ง หน้าและเล่นเครื่องสำอาง เป็นต้น แน่นอนว่าพฤติกรรมที่เริ่มแสดงออกถึงความเบี่ยงเบนทางเพศเหล่านั้นล้วนสร้างปัญหาความหนักอกหนักใจให้แก่ผู้ปกครองเป็นแน่ อย่างไรก็ตามเด็กที่มีพฤติกรรมการแสดงออกทางเพศที่เบี่ยงเบนมักเป็น “เด็กผู้ชาย” เนื่องจากสังคมหรือผู้คนส่วนใหญ่มักจับตามองเด็กชายที่แสดงออกคล้ายเด็กผู้หญิงมากกว่าเด็กผู้หญิงที่ห้าวหรือแสดงออกคล้ายเด็กผู้ชาย ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วเด็กทั้งสองเพศมีการรับรู้และมีการแสดงออกทางเพศที่เบี่ยงเบนเหมือนกัน แต่ทว่าสังคมได้ขีดเส้นใต้คำว่า “ตุ๊ด” และ “กระเทย” ไว้ชัดเจนกว่า

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน