สื่อและเครื่องเล่นยุคใหม่ของเด็กปฐมวัย

สื่อและเครื่องเล่นยุคใหม่ของเด็กปฐมวัย

สื่อและเครื่องเล่นยุคใหม่ของเด็กปฐมวัย (Media and playing materials for the preschooler) เป็นผลพวงของความเจริญก้าว หน้า และศักยภาพในการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่เกิดเป็นผลผลิตทางการเรียนรู้ให้แก่มนุษย์ชาติ เด็กปฐม วัยคือคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้รอดผลจากผลกระทบทั้งหลายเหล่านั้น ถึงเวลาแล้วที่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย จะต้องหันมาให้ความสนใจ และคิดใคร่ครวญถึงบทบาทหน้าที่ของแต่ละฝ่าย ในการร่วมเรียนรู้ พัฒนา และสนับสนุน ส่งเสริมการใช้สื่อและเครื่องเล่นยุคใหม่

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เด็กปฐมวัยท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงในยุคโลกาภิวัตน์

ยุคโลกาภิวัตน์

เด็กปฐมวัยท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงในยุคโลกาภิวัตน์ (Early Childhood in Globalization) หมายถึง วิธีการที่พ่อแม่ตอบสนองต่อเด็กทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา ที่แบ่งเป็นมิติของการควบคุมหรือเรียกร้องต่อเด็ก และการตอบสนองต่อเด็กในยุคสมัยที่ข้อมูลข่าวสารแพร่กระจายไปทั่วโลกอย่างไร้พรมแดน ดังนั้น ไม่ว่าจะอยู่ ณ จุดใด สามารถรับรู้ สัมผัส รับผลกระทบจากสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว กว้างขวาง สืบเนื่องมาจากการพัฒนาระบบสารสนเทศ อันเป็นยุคที่มีพัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงอย่างมากด้านเทคโนโลยีสื่อสารและคมนาคม ทำให้ประเทศต่างๆเข้ามาใกล้ ชิดกันมากขึ้น กระแสโลกทั้งในรูปของทุนและข้อมูล รวมทั้งค่านิยมบางประการ เช่น สิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม ได้ขยายตัวครอบคลุมไปทั่วโลก การเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อวิถีการดำเนินชีวิตของคนที่เป็นพลโลก รวมถึงประชากรที่อยู่ในวัยของการปูพื้นฐานสำคัญในด้านพัฒนาการ นั่นคือ เด็กในช่วงปฐมวัย พ่อแม่ผู้ปกครองต้องพร้อมรับต่อภาระในการอบรมเลี้ยงดูเด็กในยุคข้อมูลข่าวสารนี้ เพื่อให้เด็กปฐมวัยสามารถพัฒนาไปในทิศทางที่ถูกต้อง ไม่ตกเป็นเหยื่อของสื่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ ดังนั้นวิธีการอบรมเลี้ยงดูของพ่อแม่ จึงควรสอนลูกให้รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงและนำสื่อเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการเรียนรู้ และเป็นประโยชน์ในการดำรงชีวิต กรรอบรมเลี้ยงดูแบบให้ความรักเอาใจใส่และอยู่ใกล้ชิด แนะนำ ช่วยเหลือเด็ก จะเป็นวิธีการที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการเด็กให้เป็นไปตามที่พึงประสงค์ได้

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกให้เจริญศีลสมาธิปัญญา

สอนลูกให้เจริญศีลสมาธิปัญญา

สอนลูกให้เจริญศีล สมาธิ ปัญญา (Teaching Children about Morals, Attention, and Wisdom) หมายถึง การฝึกเด็กให้ใส่ใจสิกขาพัฒนาชีวิตอยู่ตลอดเวลา และการพัฒนาคนทั้งคนอย่างแท้จริง ต้องครบ ไตรสิกขา (ประกอบด้วยศีล สมาธิ ปัญญา) ซึ่งมนุษย์มีศักยภาพในการเรียนรู้ ฝึกหัด พัฒนาชีวิตของตนเอง ให้รู้เข้าใจ ให้ทำได้ ให้ทำเป็น และสามารถทำให้ดี ทำให้งาม ทำให้เป็นประโยชน์ การเรียนรู้ฝึกหัดเรียกสั้นๆ ว่า สิกขา คือ การศึกษาของชีวิต ที่จะต้องดำเนินไปตลอดชีวิต จนกว่าจะพัฒนาให้เป็นชีวิตที่สมบูรณ์ ที่ดีงาม มีความสุข สดใส ไร้ทุกข์ ด้วยการปฏิบัติดังนี้

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

กิจกรรมระหว่างการเดินทางไปโรงเรียนของเด็กปฐมวัย

กิจกรรมระหว่างการเดินทางไปโรงเรียนของเด็กปฐมวัย

กิจกรรมระหว่างการเดินทางไปโรงเรียน (Young Children's Activities on the Way to School) หมายถึง กิจกรรมเสริมสร้างพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย ซึ่งผู้มีหน้าที่รับส่งเด็กไปโรงเรียน อาจเป็นพ่อแม่ ผู้ปกครอง ผู้ใหญ่ที่รับ-ส่งเด็กจัดกิจกรรมในขณะเดินทาง จากบ้านไปถึงโรงเรียน ซึ่งเป็นเวลาช่วงเช้าประมาณ 05.00 น. – 08.00 น ในช่วงวันเปิดเรียน คือ ตั้งแต่วันจันทร์ ถึง วันศุกร์ อาจใช้ยานพาหนะเป็นรถยนต์ส่วนบุคคล รถรับส่งนักเรียน หรือรถโดยสารประจำทาง เป็นกิจกรรมที่เน้นให้เด็กได้ใช้ประโยชน์ช่วงเวลาระหว่างการเดินทาง เพื่อฝึกฝนทักษะชีวิต การช่วยเหลือตนเองในกิจวัตร ประจำ วัน การสอนเรื่องความปลอดภัย การจราจร การบูรณาการด้านคุณธรรม จริยธรรม ตลอดจนการเชื่อมโยงและบูรณาการการเรียนรู้ ให้เข้ากับการเรียนตามหัวเรื่องหรือหน่วยการเรียนรู้ของเด็กที่โรงเรียน กิจกรรมระหว่างการเดินทางไปโรงเรียนของเด็กปฐมวัย เป็นการใช้ประโยชน์ของช่วงเวลาที่ใช้เพื่อการเดินทาง ให้เกิดประโยชน์ต่อการเสริมสร้างพัฒนาการ และการเรียนรู้ของเด็ก ด้วยวิธีการที่พ่อแม่ ผู้ปกครอง ผู้ใหญ่ที่มีหน้าที่รับส่งเด็ก ได้ใช้เวลาในช่วงสำคัญนี้ในการฝึกฝนการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน การพัฒนาการคิด การใช้ภาษา ปลูกฝังคุณลักษณะที่ดี ตลอดจนการเชื่อมโยงและบูรณาการการเรียนรู้ตามหน่วยและเรื่องที่เด็กเรียนรู้ในโรงเรียน

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

งานอดิเรกสำหรับเด็กปฐมวัย

งานอดิเรกสำหรับเด็กปฐมวัย

งานอดิเรกสำหรับเด็กปฐมวัย (Hobbies for Young Children) หมายถึง กิจกรรมที่เด็กทำในยามว่าง ทั้งขณะอยู่ที่โรงเรียนและอยู่ที่บ้าน เป็นสิ่งที่เด็กสนใจ พึงพอใจ อยากทำ ซึ่งงานอดิเรกสำหรับเด็กปฐมวัย จะต่อยอดความสนใจมาจากสิ่งที่เด็กได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ จากหน่วยหรือหัวเรื่องที่เด็กได้เรียนรู้ในโรงเรียน และเด็กมีความสนใจอยากทำสิ่งนั้นเพิ่ม เติม เป็นการขยายประสบการณ์ที่กว้างขวางให้กับเด็ก และส่วนใหญ่กิจกรรมที่เป็นงานอดิเรกนั้น เป็นเรื่องของการเล่น เช่น การประดิษฐ์รถลากจูงหลังจากเด็กเรียนรู้เรื่องยานพาหนะ การประดิษฐ์กล่องใส่เครื่องเขียนจากเศษวัสดุหลังจากเรียนรู้หน่วยขยะ เป็นต้น งานอดิเรกจึงเน้นที่ความสนใจและความสนุกสนานเป็นหลัก มากกว่าที่จะได้ผลตอบแทนทางการเงินหรือสิ่งแลกเปลี่ยน งานอดิเรกมักจะเพิ่มพูนทักษะ ความรู้ และประสบการณ์ในด้านต่างๆ แต่จุดมุ่งหมายของการทำคือ ความพึงพอใจ สำหรับงานอดิเรกนั้นแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องแสงเทียม

การสอนลูกเรื่องแสงเทียม (Teaching Children about Artificial Light) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยว กับแสงสว่าง ที่เกิดจากการประดิษฐ์ของมนุษย์ด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อนำมาใช้แทนแสงธรรมชาติ เช่น แสงจากหลอดไฟฟ้า แฟลช (Flash) เทียนไข ไฟฉาย แสงรังสีต่างๆ ที่ใช้งานทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ เด็กจะได้เรียนรู้ว่า คนเราเกิดมาทุกคน จะมีความต้องการพื้นฐานในสิ่งจำเป็นต่างๆ เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ แต่คนเราจะแตกต่างจากสัตว์ ที่คนเรามีความคิดที่ฉลาด รู้จักสังเกตและค้นคว้า จนทำให้คนเรามีเครื่องใช้อำนวยความสะดวก ทั้งนี้เกิดจากคนสามารถค้นคิดประดิษฐ์สิ่งของเครื่องใช้ขึ้นมาใหม่ และหลายอย่างประดิษฐ์ขึ้นมาจะเลียนแบบธรรมชาติ เด็กๆจะเห็นแสงเหล่านี้อยู่ในชีวิตของเขา ทั้งในยามกลางวันและยามค่ำคืน เมื่ออยู่ในอาคาร แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ที่เป็นแสงธรรมชาติไม่สามารถส่องมาถึง แต่เขาสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆรอบตัว เช่น เห็นเพื่อน ของเล่น ขนม ฯลฯ เพราะไฟจากหลอดไฟ หรือโป๊ะไฟ เด็กแทบทุกคนจะมีประสบการณ์ที่เดินทางไปกลับโรงเรียน รถโดยสารที่เด็กนั่งจะหยุดหรือเคลื่อนที่ เมื่อเห็นแสงไฟจากสัญญาณจราจร บางครั้งรถแล่นผ่านบริเวณที่มีหมอกควัน คนขับรถจะเปิดไฟสว่างจากไฟหน้ารถ แสงสว่างในยามค่ำมืด ทำให้เด็กๆไม่หวาดกลัว เพราะมีแสงสว่างมาจากหลอดไฟ แสงเหล่านี้มาจากไหน ทำไมเราจะต้องมีแสงเหล่านี้อีก นอกเหนือจากแสงธรรมชาติแล้ว ความสงสัยที่ควรให้เด็กได้รับคำตอบ เป็นสิ่งที่ควรจัดประสบการณ์ให้แก่เด็กปฐมวัย เพื่อเป็นความรู้เบื้องต้นและเสริมสร้างทักษะการแสวงหาความรู้ให้แก่เขา

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องแสงธรรมชาติ

การสอนลูกเรื่องแสงธรรมชาติ (Teaching Children about Natural Light) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับแสง ซึ่งเป็นพลังงานรูปแบบหนึ่ง ที่สิ่งมีชีวิตรับรู้ได้ด้วยตา เป็นเหตุให้มองเห็นสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัวเรา ซึ่งได้จากแหล่งกำเนิดที่เกิดขึ้นเองธรรมชาติ ไม่ได้ปรุงแต่ง เช่น ดวงอาทิตย์ หรือแสงกลางวัน (Daylight) เป็นแหล่งกำเนิดแสงที่ให้สี ถูกต้องสวยงามตามธรรมชาติมากที่สุด แสงสว่างช่วยให้คนและสัตว์เห็นสิ่งต่างๆรอบตัว จึงดำรงชีวิตได้อย่างเป็นปกติสุข โดยเฉพาะคนเรามีความฉลาดที่สังเกตธรรมชาติ และนำธรรมชาติมาใช้ให้เกิดประโยชน์ แสงอาทิตย์เป็นแหล่งกำเนิดแสงธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในจักรวาล ส่องสว่างกระทบโลก ดวงดาว ดวงจันทร์ เราจึงเห็นดวงจันทร์ ดวงดาวบนท้องฟ้าส่องแสงสว่าง นอกจากนี้ พืชและสัตว์บางชนิดก็มีแสงตามธรรมชาติ การศึกษาหาความรู้เรื่องแสงจากธรรมชาติเพื่อรู้ว่า สิ่งนั้นคืออะ ไร มีอะไรบ้างที่เป็นแสงธรรมชาติ มีประโยชน์และโทษเช่นไร และเรานำไปใช้ประโยชน์ให้เหมาสมอย่างไร เป็นเรื่องสำ คัญที่ควรเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย การเรียนรู้เรื่องแสงจากธรรมชาติ เป็นส่วนหนึ่งของสาระที่ควรเรียนเกี่ยวกับธรรมชาติรอบตัว ที่กำหนดไว้ในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 สาระดังกล่าวควรจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ให้เด็กสามารถดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพ ตลอดจนส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาการเด็กให้ครอบคลุมทุกด้าน

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องแสงและเงา

แสงจากดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว แสงจากพืชและสัตว์บางชนิด และแหล่งกำเนิดแสงอื่นๆที่คนเราทำขึ้น เช่น จากการจุดไฟ เปิดไฟฟ้า เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกและจักรวาล และเป็นประโยชน์ที่ทำให้คนเราดำรงชีวิตอยู่ได้ เพราะมีแสงสว่างช่วยให้คนเรามองเห็น และแสงทำให้เกิดเงา ร่มเงาก็เป็นประโยชน์สำหรับสิ่งที่มีชีวิตทั้งหลาย ได้อาศัยคลายร้อน ในขณะเดียวกัน หากไม่รู้ถึงโทษของสิ่งเหลานี้ ก็จะทำให้เกิดอันตรายจากการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เช่น การที่เด็กๆเพ่งมองดวงอาทิตย์ที่ส่องแสงแรงจ้า ก็จะเป็นอันตรายแก่สายตา หรือการที่ปล่อยให้แสงแดดแผดเผาผิวกาย ก็เป็นอันตรายต่อผิวหนังคือ เกิดแผลไหม้เกรียม แสงอาจเกิดจากการเผาไหม้ของวัตถุเช่น เทียน แก๊ส น้ำมัน พืช แสงเหล่านี้อาจเกิดการเผาไหม้เองตามธรรมชาติ และเกิดจากมนุษย์ทำให้เกิด เมื่อเกิดแล้ว จะทำให้มลภาวะเป็นพิษในโลกนี้ ดังนั้น ธรรมชาติเรื่องแสงและเงาเป็นเรื่องใกล้ตัว อยู่ในชีวิตประจำวันของเรา จึงควรได้จัดประสบการณ์ให้แก่เด็กปฐมวัย

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องกลางวัน-กลางคืน

การสอนลูกเรื่องกลางวัน กลางคืน (Teaching Children about Day and Night) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้ และเห็นถึงสภาพธรรมชาติที่มีกลางวันซึ่งเป็นระยะเวลาตั้งแต่ย่ำรุ่งถึงย่ำค่ำ หรือตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนพระอาทิตย์ตก และกลางคืนซึ่งหมายถึงระยะเวลาตั้งแต่ย่ำค่ำถึงย่ำรุ่ง หรือตั้งแต่พระอาทิตย์ตกจนพระอาทิตย์ขึ้น สลับเปลี่ยนหมุนเวียนไปทุกวันๆ ในยามกลางวันคนเราจะเห็นสิ่งต่างๆ จะรู้สึกอบอุ่นและร้อน ตามลำดับเวลาที่ดวงอาทิตย์เปลี่ยนตำแหน่ง เห็นท้องฟ้าสว่าง มีก้อนเมฆเคลื่อนไปบนท้องฟ้า จนกระทั่งดวงอาทิตย์ลับหายไปจากขอบฟ้า คนเราจะเห็นดวงจันทร์ และดวง ดาวมาแทน อากาศรอบตัวเราจะค่อยๆเย็นลง เราจะรู้สึกหนาว จะเข้าไปอยู่ในบ้านเพื่อความอบอุ่น ท้องฟ้าจะมืด เด็กๆได้ไปโรงเรียนในเวลากลางวัน และได้เล่นสนุกสนาน แต่ในเวลากลางคืน ทุกคนจะนอนหลับพักผ่อน ความมืดทำให้เรามองอะ ไรไม่เห็นหรือไม่ชัดเจน เด็กๆมักกลัวความมืด กลัวสัตว์บางชนิดส่งเสียงมาโดยเราไม่เห็นตัวมัน เรื่องราวเหล่านี้อยู่ในชีวิต ประจำวันของคนเราทุกคน สภาพกลางวันกลางคืนเป็นธรรมชาติที่เกิดขึ้นทุกวัน และส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของคน พืช สัตว์ จึงเป็นเรื่องใกล้ตัวเด็กที่เด็กๆควรเรียนรู้ หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 จึงกำหนดไว้ในโครงสร้างของหลักสูตร ให้เด็กปฐมวัยได้เรียนสาระเกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตัวเด็ก ซึ่งเรื่องกลางวัน กลางคืน เป็นเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวกับธรรมชาติดังที่กล่าวมา ที่ควรจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพิ่มพูนประสบการณ์ให้แก่เด็กปฐมวัย

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องแหล่งน้ำ

การสอนลูกเรื่องแหล่งน้ำ (Teaching Children about Sources of Water) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้ถึงบริเวณที่มีน้ำสะสมอยู่บนพื้นผิวโลก เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ได้แก่ ทะเล แม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง น้ำตก ซึ่งอยู่ในสาระธรรมชาติรอบตัวที่เด็กควรรู้ เพื่อการดำรงชีวิตให้เป็นปกติสุข เพราะมนุษย์กับธรรมชาติมีความสัมพันธ์กัน มนุษย์ดำรงชีวิตอยู่ท่ามกลางธรรมชาติแวดล้อมทุกประเภท มีการพึ่งพากันทั้งทางตรงและทางอ้อม เด็กๆควรได้รับการปลูกฝังให้มีความรู้ ความเข้าใจในคุณค่าของทะเล แม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง น้ำตก และมีส่วนร่วมรักษาดูแล พร้อมๆกับการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำเหล่านี้อย่างถูกต้องเหมาะสม โดยบ้าน โรงเรียน และชุมชนร่วมมือจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ที่ส่งเสริมให้เด็กได้ค้นหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับธรรมชาติด้วยวิธีการหาความรู้ จากการสังเกต และการสืบเสาะหาความรู้อย่างมีความสุข

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

พ่อแม่ทะเลาะกัน

ปัญหาพ่อแม่ทะเลาะกัน (Parental Conflict Problems) หมายถึง ปัญหาความขัดแย้งกันระหว่างพ่อกับแม่ มีขอบเขตตั้งแต่การโต้เถียงกันด้วยคำสบประมาท การทะเลาะเบาะแว้ง ไปจนถึงการใช้ความรุนแรงในครอบครัว (Domestic Violence) ซึ่งหมายถึง เหตุการณ์อันเกิดจากพฤติกรรมการข่มขู่ ก้าวร้าว และทารุณระหว่างพ่อแม่หรือสมาชิกในครอบครัว อย่างไรก็ตาม ความหมายดังกล่าวไม่ได้รวมถึงความเสียหายข้างเคียงที่บ่อนทำลายเด็กซึ่งได้รับการเลี้ยงดูในสภาพแวดล้อมที่เป็นอันตรายทั้งต่อร่างกายและจิตใจ แม้ว่าพ่อแม่จะไม่สามารถจัดการกับความขัดแย้งระหว่างกันได้ แต่อย่างน้อยที่สุด พ่อแม่ก็สามารถช่วยควบคุมและลดผลกระทบที่ลูกอาจได้รับจากความไม่ลงรอยกันของผู้ปกครองด้วยการหลีกเลี่ยงการแสดงออกซึ่งความขัดแย้งกันอย่างเปิดเผยต่อหน้าลูก อย่างไรก็ตาม การช่วยให้ลูกปรับตัวในสังคมได้ดี ไม่ใช่การสร้างภาพที่สมบูรณ์แบบให้แก่ลูก แต่เป็นการสอนให้เด็กรู้จักการควบคุมอารมณ์ และการแก้ปัญหาด้วยเหตุผล เพื่อรักษาไว้ซึ่งความมั่นคงของครอบครัว ดังนั้น พ่อแม่ควรแสดงให้เด็กเห็นว่าการขัดแย้งระหว่างบุคคลไม่ใช่เรื่องผิด แต่ต้องมีขอบเขต โดยทุกครั้งที่ทะเลาะกัน พ่อแม่ควรตระหนักอยู่เสมอว่า ลูกคือคนสำคัญที่สุดที่พ่อแม่ต้องใส่ใจ ผู้ปกครองสามารถทะเลาะกันได้เป็นเรื่องปกติ แต่หากทะเลาะกันรุนแรงเกินไป หรือบ่อยเกินไปย่อมไม่ใช่เรื่องปกติที่ควรเกิดขึ้นในบ้าน ผู้ปกครองสามารถทำผิดพลาดได้ แต่ก็ไม่ใช่ผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า หรือหากจะโกรธกัน ก็ไม่ควรให้ทิฐินั้นมากระทบความมั่นคงของครอบครัว ทั้งนี้ เพราะปัญหาดังกล่าวไม่ได้มีสาเหตุมาจากใครอื่น หากแต่เกิดจาก “พ่อแม่” ดังนั้นถ้าพ่อและแม่รักและหวังดีกับลูกจริง พ่อแม่ต้องปรับปรุงตนเอง รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างกันและกัน โดยตระหนักเสมอว่าทุกคำพูดหรือการกระทำที่พ่อแม่แสดงต่อกันต่อหน้าลูก ก็คือการแสดงต่อลูกเช่นกัน อีกทั้งการดึงลูกเข้ามามีส่วนร่วมในปัญหาด้วย ย่อมไม่ต่างจากการทำร้ายลูกทางตรงแต่อย่างใด

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกให้รักความเป็นไทย

รักความเป็นไทย หมายถึง คุณลักษณะที่แสดงออกถึงความภาคภูมิใจ เห็นคุณค่า ร่วมอนุรักษ์สืบทอดภูมิปัญญาไทย ขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะและวัฒนธรรม ใช้ภาษาไทยในการสื่อสารได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ผู้ที่รักความเป็นไทย จะมีความภาคภูมิใจ เห็นคุณค่า ชื่นชม มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ สืบทอด เผยแพร่ภูมิปัญญาไทย ขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะและวัฒนธรรมไทย มีความกตัญญูกตเวที ใช้ภาษาไทยในการสื่อสารอย่างถูกต้องเหมาะสม

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องอากาศ

การสอนลูกเรื่องอากาศ (Teaching Children about weather) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็ปฐมวัยได้เรียนรู้ถึงส่วนผสมของก๊าซต่างๆและไอน้ำ รู้คุณสมบัติของอากาศว่าไม่มีสี ไม่มีรสชาติ และไม่มีกลิ่น ก๊าซที่มีอยู่มากและจำเป็นต่อสิ่งที่มีชีวิตคือก๊าซออกซิเจนที่มีอยู่ในอากาศรอบๆตัวเราทุกหนทุกแห่ง อากาศมีอยู่ในบ้านและบริเวณ มีอยู่ในโรงเรียน บริเวณรอบโรง เรียน กลางป่า เขา ชายทะเล แม่น้ำ น้ำตก สวน และอื่นๆ

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ความคาดหวังของผู้ปกครองเมื่อส่งลูกเข้าโรงเรียนอนุบาล

ความคาดหวังของผู้ปกครองเมื่อส่งลูกเข้าโรงเรียนอนุบาล (Expectations of Parents When Enrolling Their Children in Kindergartens) หมายถึง ความปรารถนาหรือการตั้งเป้าหมายของผู้ปกครองว่า เมื่อลูกเข้าเรียนในโรงเรียนอนุบาลแล้ว ลูกจะต้องมีคุณสมบัติและความสามารถต่างๆตามที่ต้องการ เช่น สามารถอ่าน คัด เขียน คำนวณทางคณิตศาสตร์ได้ เป็นต้น ทั้งนี้ การจัดการศึกษาในระดับปฐมวัย เป็นการจัดการศึกษาที่มุ่งให้การศึกษาควบคู่กับการให้การอบรมเลี้ยงดูเด็ก ให้มีพัฒนา การแบบองค์รวมทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา เป็นไปตามวัยอย่างเต็มศักยภาพ ภายใต้การบริหารจัดการด้านหลักสูตร ที่มีความเหมาะสมกับช่วงวัยของเด็ก ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือของครู ผู้ปกครอง และชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาให้กับเด็กในวัยนี้ ผู้ปกครองเด็กปฐมวัยถือเป็นบุคคลสำคัญที่สุดในการร่วมมือกับครูและโรง เรียน เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการของเด็กให้เป็นไปตามมาตรฐานการเรียนรู้ในระดับปฐมวัย ดังนั้น ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะพัฒนาการการเรียนรู้และความคาดหวังของผู้ปกครอง ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การจัดการศึกษาในวัยนี้ ประ สบความสำเร็จตามเป้าหมายได้อย่างมีคุณภาพ

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เพลินพัฒนาโมเดล

เพลินพัฒนาโมเดล (Plearnpattana Model) หรือ “ชุมชนเรียนรู้ครูเพลินพัฒนา” เป็นรูปแบบการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่เกิดขึ้นในโรงเรียนเพลินพัฒนาซึ่งเป็นโรงเรียนทางเลือก เปิดสอนตั้งแต่ระดับก่อนวัยเตรียมอนุบาล จนถึงระดับมัธยมศึก ษาปีที่ 6 โดยจัดการเรียนรู้ในแนวบูรณาการ ผสานแนวคิดด้านการศึกษาที่หลากหลาย อาทิ การเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน (Brain-based Learning) ทฤษฎีพหุปัญญา (Multiple Intelligences) การเรียนรู้แบบ Active Learning และจิตตปัญญาศึกษา สร้างนวัตกรรมทางการศึกษาด้วยพลังของความรู้ปฏิบัติของชุมชนเรียนรู้ครู (Professional Learning Community)

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องน้ำท่วม

การสอนลูกเรื่องน้ำท่วม (Teaching Children about Floods) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กเกิดการเรียนรู้เกี่ยวกับการไหลล้นของน้ำ ซึ่งทำให้แผ่นดินจมอยู่ใต้น้ำ น้ำท่วมอาจเป็นผลจากปริมาตรน้ำภายในแหล่งน้ำ เช่น แม่น้ำหรือทะเลสาบ ซึ่งไหลล้นหรือทะลายคันดิน เป็นผลให้น้ำบางส่วน ออกจากขอบเขตตามปกติของมัน ในขณะที่ขนาดของทะเลสาบหรือแหล่งน้ำอื่นมีความแตกต่างกันตามการเปลี่ยนแปลงของหยาดน้ำฟ้า และการละลายของหิมะตามฤดูกาล แต่น้ำนั้นไม่ใช่อุทกภัยที่สำคัญ เว้นแต่น้ำนั้นออกมาคุกคามพื้นที่ดินที่มนุษย์ใช้ เช่น หมู่บ้าน หรือพื้นที่อยู่อาศัยอื่น น้ำท่วมยังเกิดขึ้นในแม่น้ำได้ เมื่อการไหลนั้นเกินความจุของฝั่งน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่หัวเลี้ยว (bend) หรือทางน้ำโค้งตวัด (meander) อุทกภัยมักทำความเสียหายแก่บ้านและธุรกิจ หากตั้งอยู่ในที่ราบน้ำท่วมถึงตามธรรมชาติ ขณะที่ความเสียหายอันเกิดจากอุทกภัยนั้นแท้จริงแล้วหมดไปได้ โดยการย้ายออกจากแม่น้ำหรือแหล่งน้ำ ทั้งนี้ อุทกภัยหรือน้ำท่วม ถือเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่สร้างความเสียหายให้กับคนไทยทุกปี สถานการณ์นี้ยังคงทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ การสอนเรื่องน้ำท่วมให้กับเด็กปฐมวัย ควรจัดการเรียนรู้ให้เด็กได้เข้าใจถึงสาเหตุของการเกิดน้ำท่วม การร่วมกันแก้ปัญหาน้ำท่วม การเตรียมตัวและปรับตัวให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในช่วงที่เกิดปัญหาน้ำท่วม อีกทั้งควรปลูกฝังคุณลักษณะที่ดีให้เกิดขึ้นกับเด็ก จากการเรียนรู้ในเรื่องดังกล่าวนี้ด้วย

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องทราย

การสอนลูกเรื่องทราย (Teaching Children about Sand) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้คุณสมบัติของทรายว่า มีลักษณะเป็นเศษหินที่มีลักษณะร่วนซุย ไม่เกาะตัวกัน มีตั้งแต่ขนาดเล็กที่สุด มีชื่อเรียกต่างๆ ได้แก่ ทรายขี้เป็ดทรายละ เอียด จนขนาดใหญ่ที่เราเรียกว่าก้อนกรวด ทรายที่เกาะตัวจำนวนมากอยู่ตามธรรมชาติบริเวณเดียวกับทะเล คือชายหาด เป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งที่มีชีวิตคือพืช และสัตว์ เป็นแหล่งอาหาร เป็นที่วางไข่ของสัตว์บางประเภท สำหรับคนเราได้ประโยชน์จากทรายหลากหลาย โดยเฉพาะเด็กปฐมวัยใช้ทรายเป็นสื่อการเรียนรู้ได้อย่างน่าสนใจ

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สอนลูกเรื่องฤดูกาล

การสอนลูกเรื่องฤดูกาล (Teaching Children about Seasons) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้ถึง การแบ่งช่วงเวลาในหนึ่งปีตามสภาพอากาศ แต่ละฤดูกาลจะมีสภาพอากาศที่แตกต่างกันไป เกิดขึ้นจากการโคจรรอบดวงอาทิตย์ของโลก ความร้อนจากดวงอาทิตย์ การระเหยของน้ำบนผิวโลก และการเคลื่อนที่ของอากาศ ในแต่ละภูมิภาคจะมีช่วงฤดู กาลแตกต่างกัน สำหรับประเทศไทยมี 3 ฤดูกาลคือ ฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว แต่ภาคใต้ของประเทศไทยมีเพียง 2 ฤดู คือ ฤดูร้อน และฤดูฝน ฤดูกาลเป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นในโลกนี้ เด็กจึงควรรู้จักและเข้าใจสภาพธรรมชาติของฤดูกาล เพื่อได้อยู่อย่างมีความสุขกับธรรมชาติ การสอนให้เด็กเข้าใจธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงถูกบรรจุลงในหลักสูตรการศึกษาปฐม วัย พุทธศักราช 2546 ในสาระที่เด็กควรเรียนรู้ เรื่องธรรมชาติรอบตัว ซึ่งเรื่องฤดูกาลเป็นเรื่องหนึ่งที่เด็กจะต้องเรียนรู้จากสภาพจริงในชีวิตประจำวัน และกิจกรรมอื่นๆที่ครูออกแบบตอบสนองความสนใจของเด็ก รวมทั้งพ่อแม่ที่จะสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตให้แก่ลูกเรื่องฤดูกาลเช่นกัน

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

การพัฒนาเด็กและครอบครัวในศตวรรษที่21

เมื่อสังคมโลกมีการเปลี่ยนแปลง กระบวนทัศน์ในการพัฒนาเด็กในมิติของสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมแบบเดิม อาจต้องถูกทับซ้อนด้วยแนวคิด รูปแบบวิธีการ ความเชื่อ และเทคโนโลยีที่ผุดเกิดขึ้นใหม่ๆตามยุคสมัย เด็กและครอบครัวจำ เป็นต้องข้ามผ่านวันเวลาที่ผันเปลี่ยน และยืนหยัดอยู่ให้ได้ในสังคมสมัยใหม่ บ่มฟักคุณลักษณะที่พึงมีอย่างเหมาะสม ให้กับทรัพยากรมนุษย์ของวันนี้และอนาคตข้างหน้า ให้สมบูรณ์แบบอย่างเต็มกำลัง

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

การจัดการในชั้นเรียนระดับปฐมวัย

การจัดการชั้นเรียน (Classroom management) หมายถึง การจัดระบบการใช้งานในชั้นเรียนทั้งหมด ที่เกี่ยวข้องกับการกำ หนดกฎ กติกาของห้อง การปฐมนิเทศเพื่อทำความเข้าใจแก่เด็ก การกำหนดขนาดของครุภัณฑ์ สื่อเครื่องเล่น และสิ่งอำนวยความสะดวกตามขนาด ปริมาณและคุณลักษณะที่สอดคล้องกับการใช้งาน และที่สำคัญที่สุดคือ การบริหารพื้นที่ของครู เพื่อ ให้การใช้งานของเด็กกลุ่มใหญ่หรือกลุ่มเล็กเป็นไปอย่างมีคุณภาพ

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน