เด็กปฐมวัย-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่196

การสอนเด็กด้อยความสามารถ

ในสหรัฐอเมริกา มี 3 ประเด็นที่กำลังได้รับความสนใจกันอยู่ในขณะนี้ ประเด็นแรกเป็นเรื่องของการเรียนรู้ด้วยความร่วมมือ (Co-operative learning) ในเด็กที่ด้อยความสามารถ (Disability) อันมีส่วนประกอบ (Component) ดังนี้

  • การพึ่งพาซึ่งกันและกันในเชิงบวก (Positive interdependence) – สมาชิกในกลุ่มกำหนดจุดมุ่งหมายร่วมกัน (Mutual goal) แบ่งงานกันตามข้อกำหนดล่วงหน้า (Pre-requisite) แบ่งปันวัสดุและทรัพยากร รับบทบาทร่วมกัน (Shared role) และให้เสียงสะท้อน (Feedback) ซึ่งกันและกัน
  • อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เด็กปฐมวัย-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่195

การสอนเด็กด้อยความสามารถ

ความคิดต่อไปนี้จะช่วยให้ครูสอนเด็กด้อยความสามารถ (Disability) และสร้างบริบท (Setting) ที่เอื้ออำนวยต่อการสอนในชั้นเรียนคละ (Inclusive) เพื่อเพิ่มพูน (Enhance) การศึกษาของเด็กนักเรียนทุกคน

  • ตอกย้ำ (Accentuate) ในเชิงบวก – หนึ่งในกลยุทธ์ที่ได้ประสิทธิผลมากที่สุดคือ การเน้นย้ำว่า เด็กสามารถทำได้ แทนสิ่งที่เด็กทำไม่ได้ เด็กด้อยความสามารถมี “สมรรถนะพิเศษ” (Talent) และความสามารถเช่นเดียวกับเด็กอื่นๆ โดยใช้ตัวอย่างและวัสดุที่จับต้องได้ (Concrete)
  • อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เด็กปฐมวัย-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่194

การสอนเด็กด้อยความสามารถ

การออกแบบเพื่อมวลชน หรืออารยสถาปัตย์ (Universal design : UD) ความยืดหยุ่นคือ กุญแจสำคัญ ตัวอย่างเช่น ในวิชาคณิตศาสตร์ จากมาตรฐานแกนร่วม (Common Core Standards : CCS) ในการแก้โจทย์ที่เป็นกลุ่มคำ (Word) โดยใช้สื่อที่หลากหลาย อาทิ การบอกทิศทางด้วยวาจา ภาพแสดง (Chart or Diagram) หนังสือนิทาน (Story book) บล็อก (Block) หรือแม้กระทั่งกิจกรรมปรุงอาหาร

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เด็กปฐมวัย-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่193

เด็กสมาธิสั้น

รัฐบัญญัติการศึกษาแก่ผู้ด้อยความสามารถ (Individuals with Disabilities Act : IDEA) ในสหรัฐอเมริกา ได้รวม

(1) การออกแบบเพื่อมวลชน หรืออารยสถาปัตย์ (Universal Design : UD) หรือกระบวนการทำให้สภาพแวดล้อมในชั้นเรียน และหลักสูตรที่เด็กทุกคนสามารถเข้าถึงได้ (Accessible)

(2) การสนองตอบต่อการสอน (Response to Instruction : RIT) หรือวิธีการหลากหลาย (Multiple approach) สำหรับการค้นหาแต่เนิ่นๆ (Early identification) เด็กที่มีความจำเป็นทางการเรียนรู้และพฤติกรรม พร้อมด้วยการสนับสนุนอย่างเต็มที่

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เด็กปฐมวัย-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่192

เด็กสมาธิสั้น

เด็กสมาธิสั้น (Attention deficit hyperactivity disorder : ADHD) มักมีปัญหาในการ (1) ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมในชั้นเรียน (2) กำหนดว่าอะไรสำคัญ และ (3) มุ่งเน้นในงานที่ได้รับมอบหมาย (Assigned) เนื่องจากเด็กสมาธิสั้น อาจหันเหความสนใจ (Distract) ได้ง่าย จากเด็กปรกติอื่นๆ หรือจากกิจกรรมที่เกิดขึ้นใกล้ๆ กัน

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เด็กปฐมวัย-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่191

เด็กสมาธิสั้น

การบริหารเวลา (Time management) เป็นทักษะที่จำเป็น (Essential) สำหรับเด็กสมาธิสั้น (Attention deficit hyperactivity disorder : ADHD) เนื่องจากเขามีแนวโน้มที่จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือในการบริหารเวลา ต่อไปนี้ เป็นข้อแนะนำ (Tip) ในการช่วยเด็กสมาธิสั้นให้เรียนรู้ที่จะบริหารเวลาอย่างได้ประสิทธิผล

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เด็กปฐมวัย-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่190

เด็กสมาธิสั้น

เมื่อเด็กที่มีสมาธิสั้น (Attention deficit, hyper-activity disorder : ADHD) ไม่ได้รับการรักษา (Untreated) เขาจะมีแนว

โน้มมากกว่าเพื่อนสมาธิสั้นที่ได้รับความช่วยเหลือ (หรือเพื่อนที่มิได้เป็นเด็กสมาธิสั้น) ที่จะไม่ประสบความสำเร็จทางการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาหรืออุดมศึกษา

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เด็กปฐมวัย-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่189

เด็กสมาธิสั้น

แม้ว่า สมาธิสั้น (Attention deficit, hyper-activity disorder : ADHD) จะเป็นภาวะผิดปรกติที่ได้รับการศึกษาวิจัยมากมาย แต่สาเหตุที่แท้จริงยังไม่มีใครทราบอย่างแน่นอน องค์การอนามัยโลก (World Health Organization : WHO) ประมาณการว่า ADHD มีผลกระทบต่อผู้คนถึง 39 ล้านในปี พ.ศ. 2556 และกระทบต่อเด็กประมาณ 6 ถึง 7%

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เด็กปฐมวัย-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่188

เด็กสมาธิสั้น

คำว่า “สมาธิสั้น” (Attention deficit, hyper-activity disorder : ADHD) มักใช้ในการในการอ้างถึงเด็กที่ได้รับการวินิจฉัยว่า ถูกครอบงำด้วยการไม่มีสมาธิ (Pre-dominantly inattentive) ซึ่งเป็นเด็กที่มักจะ . . .

  • ไม่ให้ความสนใจอย่างใกล้ชิดแก่รายละเอียด หรือมักทำผิดพลาดในงานหรือกิจกรรมอื่นๆ ในโรงเรียน
  • ไม่สามารถมีสมาธิในงาน (Task) หรือกิจกรรมการเล่น
  • ดูเหมือนว่า จะไม่ได้ฟัง เมื่อมีคนพูดด้วย
  • อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เด็กปฐมวัย-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่187

จากเด็กออทิสติกสู่เด็กสมาธิสั้น

การสร้างแรงกดดัน (Compression) ต่อร่างกาย [อาทิ การแกว่งไกวชิงช้า การปีนป่าย และการกระโดด] เพื่อให้เกิดความรู้สึกสบายขึ้น (Comfortable) เป็นการสนองตอบ (Elicit) ต่อภาษาและทางสังคม (Social reciprocity) และสมาธิร่วม (Joint attention) ที่สามารถทำเป็นรายบุคคล เป็นกลุ่ม หรือร่วมกับพ่อแม่ เพื่อการบำบัด (Therapy) ที่ได้ผล

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เด็กปฐมวัย-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่186

เด็กออทิสติก

ในการตอกย้ำ (Reinforce) พฤติกรรม นักบำบัด (Therapist) จะวิเคราะห์พฤติกรรมประยุกต์ (Applied behavior analysis : ABA) โดยเริ่มลำดับ (Sequence) เป็นกระบวนการของ (1) สิ่งกระตุ้น (Stimuli) (2) การสนองตอบ (Response) และ (3) การให้รางวัล (Reward)

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เด็กปฐมวัย-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่185

เด็กออทิสติก

การศึกษาวิจัยเสนอแนะว่า ออทิสติก (Autism) เป็นผลมาจากการแทรกแซง (Interference) ของพัฒนาการของสมอง ซึ่งมีสาเหตุมาจากความบกพร่อง (Glitch) ในยีน (Gene) ที่จัดระเบียบการเติบโตของสมอง และนำทางเซลประสาท (Neuron) ให้สื่อสารกันในช่วงที่ทารกในครรภ์ (Fetus) วิวัฒนาอยู่ในมดลูก (Uterus)

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เด็กปฐมวัย-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่184

เด็กออทิสติก

ออทิสติก (Autism) เป็นการด้อยความสามารถจากพัฒนาการ (Developmental disability) ที่ซับซ้อนในระหว่าง 3 ปีแรกของชีวิต อันเป็นผลจากความผิดปรกติทางประสาท (Neurological disorder) ที่กระทบต่อการทำงาน (Function) ตามปรกติของสมอง ส่งผลให้กระทบพัฒนาการในเรื่องปฏิสัมพันธ์ (Interaction) ทางสังคมและทักษะการสื่อสาร

ออทิสติกกระทบเด็กแต่ละคนที่แตกต่างกันในแต่ละระดับ (Varying degrees) ปัจจุบัน ออทิสติกได้รับการวินิจฉัยแล้วพบว่า มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นในเด็กชายมากกว่าเด็กหญิง 4 เท่า แม้เรายังไม่ทราบสาเหตุว่า ทำไม? การพบเห็นออทิสติกไปทั่ว (Prevalent) ไม่ได้ถูกจำกัดโดยเชื้อชาติ ภูมิภาค หรือสถานะทางเศรษฐกิจ-สังคม (Socio-economic)

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เด็กปฐมวัย-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่183

เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก

All-Turn-It Spinner – เป็นเครื่องมือการเรียนรู้ [มีลักษณะเป็นวงกลมคล้ายหน้าปัดนาฬิกาขนาดใหญ่ที่ออกแบบให้เปลี่ยนแผ่นภาพหน้าปัดได้หลากหลาย ตรงกลางมีลูกศรหมุนชี้ภาพได้โดยรอบ-บ.ก.]ในชั้นเรียนคละ (Inclusion) ที่ยอมให้เด็ก มีส่วนร่วมในบทเรียนเรื่องตัวเลข สี รูปทรง (Shape) การจับคู่ และการเรียงลำดับ (Sequence) นอกจากนี้ ยังเป็นเครื่องที่ควบคุมการหมุนของลูกศรโดยสวิตช์สำหรับการใช้มือ (Manipulative) อย่างง่าย และมีทางเลือกในเรื่องแผ่นภาพหน้าปัด (Overlay) สติ๊กเกอร์ (Sticker) และหนังสือที่สามารถสั่งซื้อต่างหากได้

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เด็กปฐมวัย-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่182

เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก

รัฐบัญญัติให้การศึกษาสำหรับเด็กด้อยความสามารถ (Individuals with Disabilities Education Act : IDEA) สนับสนุนให้ผู้พัฒนาโปรแกรมการศึกษาสำหรับเด็กแต่ละคน (Individualized education program : IEP) กำหนดว่า เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก (Assistive technology) เป็นสิ่งที่เหมาะสมในการสนองตอบความจำเป็นของเด็กหรือไม่?

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เด็กปฐมวัย-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่181

การศึกษาของเด็กด้อยความสามารถ

ทารกและวัยเตาะแตะที่ด้อยความสามารถ ได้รับบริการแทรกแซง (Intervention) เพื่อแก้ไขแต่เนิ่นๆ ผ่านแผนการให้บริการครอบครัวแต่ละบุคคล (Individualized family service plan : IFSP) ซึ่งประกอบด้วย . . .

เด็กปฐมวัย-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่180

การศึกษาของเด็กด้อยความสามารถ

โปรแกรมการศึกษาสำหรับเด็กแต่ละคน (Individualized education program : IEP) มีหลากหลายจุดประสงค์ด้วยกัน กล่าวคือ

  • พิทักษ์เด็กและพ่อแม่ โดยให้แน่ใจว่า มีแผนงานรองรับการให้บริการ (Service delivery)
  • รับประกันว่า เด็กจะได้รับแผนที่ปรับเฉพาะ (Tailor) ไปตามจุดเด่นจุดแข็ง (Strength) จุดด้อยจุดอ่อน (Weakness) และวิถีการเรียนรู้ (Learning style) ของเขา
  • อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เด็กปฐมวัย-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่179

การศึกษาของเด็กด้อยความสามารถ

IDEA กำหนดหลักพื้นฐาน 6 ประการ ให้ครูปฏิบัติตาม ดังนี้

  1. หลักการที่ห้ามเด็กถูกปฏิเสธ (Zero reject principle) – IDEA เรียกร้องให้มีการศึกษาแก่เด็กทุกคน มิให้ใครถูกปฏิเสธที่จะได้รับการศึกษาที่เหมาะสมจากรัฐ รัฐบัญญัติ (Act) ห้ามโรงเรียนปฏิเสธที่จะรับเด็กด้อยความสามารถ
  2. การประเมินผลที่ไม่เลือกปฏิบัติ (Non-discriminatory) – โรงเรียนจะต้องประเมินผลโดยปราศจากอคติ (Bias) อันเนื่องจากวัฒนธรรมหรือเชื้อชาติ เพื่อกำหนดว่า เด็กด้อยความสามารถหรือไม่? ถ้าเป็นเด็กด้อยความสามารถจริง ต้องมีการประเมินผลอย่างไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อกำหนดประเภทของการศึกษาพิเศษและบริการที่เด็กสมควรได้รับ
  3. อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เด็กปฐมวัย-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่178

การศึกษาของเด็กด้อยความสามารถ

ในสหรัฐอเมริกา รัฐบัญญัติให้การศึกษาเด็กด้อยความสามารถ (Individuals with Disabilities Education Act : IDEA) ว่าด้วยรัฐและหน่วยราชการต่างๆ ต้องจัดให้มีบริการแก่เด็กด้อยความสามารถ ในด้านการศึกษาพิเศษ อันเป็นมาตรการแทรกแซงเพื่อแก้ไข (Intervention) แต่เนิ่นๆ ในเด็กเยาว์วัย

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

เด็กปฐมวัย-ดูแลอย่างไรไปสู่ความเป็นเลิศ-ตอนที่177

ความจำเป็นของเด็กพิเศษ

การสนับสนุน (Scaffolding) – ใช้การสนับสนุนเป็นกลยุทธ์ ในการปฐมนิเทศน์ (Orientation) และในการสอนเด็กที่ด้อยความสามารถ เมื่อเด็กเรียนรู้ที่จะใช้มือเป็นสัญลักษณ์ (Sign) แทนการพูด และเลือกสิ่งที่เขาต้องการพูดบนกระดานภาพ ครูสามารถให้ความช่วยเหลือเด็ก เพื่อเรียนรู้การสนองตอบตามลำพัง

กรณีของโรงอาหาร (Cafeteria) ปฏิกิริยาแรกของครูอาจเป็นการเปิดกล่องน้ำผลไม้ เช็ดปากหรือเสื้อผ้าที่เลอะเทอะ แต่ถ้าเด็กต้องเรียนรู้การดูแลตนเอง เขาก็จำเป็นต้องฝึกปรือทักษะการช่วยตัวเอง (Self-help) เหล่านี้ รางวัลตอบแทนที่เด่นชัดก็คือ เมื่อเด็กเปิดกล่องของตนเองได้ เขาจะโบกมือด้วยความดีใจ (Delight) และมองไปที่ครูเพื่อแสวงหาคำชมเชย

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน