ชั้นเรียนประถม-ประสมศาสตร์ประสานศิลป์-STEM-ตอนที่38

ความรวดเร็วของลูกโบวลิ่ง

ในการเล่นโบวลิ่ง (Bowling) มี “พลังโน้มถ่วง” (Gravity) ที่ดึงลูกโบวลิ่งลง แต่ก็มีพลังพื้น ที่รองรับพลังดัน (Push to support) ลูกโบวลิ่งขึ้น แต่ถ้าพื้นไม้ไม่แข็งพอ (อาทิ พื้นทำด้วยยางนิ่ม) พลังต้านก็อาจไม่สามารถดันลูกโบวลิ่งขึ้น โดยทั่วไปพลังโน้มถ่วงกับพลังต้านจากพื้นไม้จะมีความแข็งแกร่ง (Strength) เท่ากัน แต่อยู่ในทิศทางตรงกันข้าม

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ชั้นเรียนประถม-ประสมศาสตร์ประสานศิลป์-STEAM-ตอนที่37

การปรับความคิดยึดมั่น

เด็กพัฒนาความรู้สึกใน “สมรรถนะของตนเอง” (Self-efficacy) ในฐานะผู้เรียนรู้ และมีแนวโน้มมากกว่าเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน (Peer) ที่มีความคิดยึดมั่นแบบตายตัว (Fixed mind-set) ในการ (1) เรียนรู้เพื่อผลประโยชน์ของการเรียนรู้ (2) อดรนทนสู้ (Persist) ท่ามกลางความยากลำบาก และ (3) ยอมรับเสียงสะท้อน ว่าเป็นกลไก (Mechanism) ของการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ชั้นเรียนประถม-ประสมศาสตร์ประสานศิลป์-STEM-ตอนที่37

พลังเฉี่ยยของน้ำแข็งก้อน

ขั้นตอนแรกคือ การนำเอาน้ำแข็งก้อน (Ice cube) ที่ทำด้วยน้ำองุ่นหรือน้ำทับทิม (Pomegranate) ออกจากช่องแช่เข็ง (Freezer) ในตู้เย็น แล้วปล่อยให้ละลาย (Thaw) สักเล็กน้อยในชาม ประมาณ 10 นาที เพื่อมิให้เลอะ (Stain) บนโต๊ะเคาน์เตอร์ในครัว ให้เด็กวางถาดโลหะ (Metal tray) บนพื้นผิวราบเรียบ (Flat surface)

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ชั้นเรียนประถม-ประสมศาสตร์ประสานศิลป์-STEAM-ตอนที่36

การปรับความคิดยึดมั่น

เนื่องจากเด็กฉลาด (Smart) มักไม่ต้องการทำงานหนัก จึงมักปฏิเสธ (Reject) งานที่ท้าทายเมื่อเผชิญกับงานที่ต้องอาศัยการทำงานอย่างจริงจัง (Serious) อันที่จริงเด็กฉลาด (Bright) ผู้มีความคิดยึดมั่นแบบตายตัว (Fixed mind-set) มักจะเลือกงานง่ายในชั้นเรียน และ [ถ้ามีสิทธิเลือก] จะลงเรียนวิชาที่ง่ายกว่า

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ชั้นเรียนประถม-ประสมศาสตร์ประสานศิลป์-STEM-ตอนที่36

กฎการอนุรักษ์พลังงาน

กฎการอนุรักษ์ (Law of conservation energy) กล่าวว่า พลังไม่อาจเกิดขึ้นจากความว่างเปล่า (Nothing) และไม่อาจอันตรธานเป็นความสูญเปล่า แต่พลังงานสามารถ “แปลงโฉม” (Transform) จากรูปแบบหนึ่งไปยังอีกรูปแบบหนึ่งได้

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ชั้นเรียนประถม-ประสมศาสตร์ประสานศิลป์-STEAM-ตอนที่35

ความคิดยึดมั่น

นักวิจัยส่วนมากเชื่อว่า ผู้คนเกิดมาพร้อมกับความคิดยึดมั่นแบบเติบโตได้ (Growth mindset) สมองของคนเราได้รับการออกแบบให้เก็บข้อมูลจากสภาพแวดล้อม แล้วรวมเป็นหนึ่งเดียว (Consolidate) เพื่อให้เจ้าของสมองสามารถตัดสินใจได้ในการดำรงชีวิตอยู่

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ชั้นเรียนประถม-ประสมศาสตร์ประสานศิลป์-STEM-ตอนที่35

ติดตามลูกบอลที่กระดอน

ขั้นตอนต่อไปคือ การแขวนราวขึงม่านที่สามารถปรับสปริงได้ (Adjustable spring) บนทางเดินเหนือพื้นไม้หรือไวนิล (Vinyl) ประมาณ 1.5 เมตรจากพื้น แล้วช่วยเด็กตอกติดตะขอนอต (Screw hook) กับบอลยางแต่ละลูก จากนั้นตัดเชือกโดยแบ่งครึ่งออกเป็น 2 เส้น เส้นละ 1 เมตร แล้วผูกกับตะขอนอตของแต่ละลูก และผูกปลายเชือกแต่ละข้างกับราวขึงม่าน โดยให้มีช่วงห่าง (Space) ระหว่างเชือกทั้ง 2 เส้น พอสมควร

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ชั้นเรียนประถม-ประสมศาสตร์ประสานศิลป์-STEAM-ตอนที่34

ความคิดยึดมั่น

ในบางโอกาส เมื่อเด็กได้รับการท้าทายด้วยงานที่ต้องอาศัยการคิดเชิงกระจาย (Divergent) ก็มักจะสะดุด เนื่องจากปราศจากความคุ้นเคย (Familiarity) กับประเภทของการท้าทายนี้ แต่เขาก็ตระหนัก (Recognize) อย่างรวดเร็วว่า การพยายามแก้ปัญหา คงจะใช้เวลาและความพยายาม (Effort) มาก

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ชั้นเรียนประถม-ประสมศาสตร์ประสานศิลป์-STEM-ตอนที่34

ฟิสิกส์กับสิ่งล่องลอย

หลายคนคงเคยเล่นลูกบอลยาง (Rubber ball) ที่เหมาะกับฝ่ามือ (Fist) ซึ่งกระดอน (Bounce) ขึ้นสูงเมื่อเราขว้างปาไปที่พื้น คำถามที่ชวนสงสัยก็คือ บอลยางกระดอนได้ทุกลูกหรือ? นอกจากความสนุกสนานแล้ว เราได้เรียนรู้อะไรจากการกระดอน? การทดลองต่อไปนี้ จะช่วยตอบคำถามดังกล่าวได้

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ชั้นเรียนประถม-ประสมศาสตร์ประสานศิลป์-STEAM-ตอนที่33

วิจัยการคิดเชิงกระจาย

ประจักษ์หลักฐาน (Evidence) เพิ่มเติม ของการปรับไปตามประสบการณ์ (Plasticity) ของสมอง และการฝึกอบรมทางดนตรี จากการศึกษาบรรดาเด็กอายุ 6 ขวบ ที่ไม่เคยได้รับการสอนดนตรีมาก่อน กลุ่มหนึ่งประกอบด้วยเด็ก 15 คน ที่ได้รับการสอนส่วนตัว (Private) ครั้งละครึ่งชั่วโมงทุกสัปดาห์ เป็นเวลา 15 เดือน

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ชั้นเรียนประถม-ประสมศาสตร์ประสานศิลป์-STEM-ตอนที่33

ฟิสิกส์กับสิ่งล่องลอย

เป็นที่รับรู้กัน (Established) แล้วว่า พลังโน้มถ่วง (Force of gravity) ดึงกระดาษให้ตกลงสู่พื้นดิน แต่ในขณะที่กระดาษกำลังตกลงสู่พื้นดิน ก็มีอีกพลังหนึ่งที่แสดงบทบาทสำคัญ (Come into play) พลังนั้นคือ พลังของอากาศที่ผลักดันขึ้น โดยต้านทุกๆ ส่วนของพื้นผิวกระดาษ ซึ่งเป็นพลังเดียวกันที่ผลักดันขึ้นในการต้านร่มชูชีพ (Parachute) ของนักกระโดดร่ม (Sky-diver)

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ชั้นเรียนประถม-ประสมศาสตร์ประสานศิลป์-STEAM-ตอนที่32

วิจัยการคิดเชิงกระจาย

มักจะมีคำถามว่า การคิดเชิงกระจาย (Divergent) นั้น เปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสมอง (Brain structure) จริงหรือ? คำตอบดูเหมือน (Apparently) จะใช่ ประจักษ์หลักฐาน (Evidence) แรก มาจากการศึกษาบรรดานักดนตรี ดังตัวอย่างในการศึกษาหนึ่ง ที่มีการฉายแสงสมอง (Brain imaging) ของนักดนตรีมืออาชีพ (Professional musician) จำนมวน 30 คน

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ชั้นเรียนประถม-ประสมศาสตร์ประสานศิลป์-STEM-ตอนที่32

ความรวดเร็วกับแรงกระตุ้น

ความรวดเร็ว (Velocity) เป็นมาตรวัด (Measurement) ของทั้งการเคลื่อนไหว (Speed) และทิศทาง เมื่อวัตถุเปลี่ยนจากสภาวะอยู่นิ่งไปสู่สภาวะเคลื่อนไหว กฎทางฟิสิกส์กล่าวว่า มันจะทวีความเร่ง (Accelerate) กล่าวคือ การเร่งความเร็วของการเปลี่ยนแปลง วัตถุที่อยู่นิ่ง ไม่มีความเร็ว วัตถุที่เคลื่อนไหว มีความเร็ว

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ชั้นเรียนประถม-ประสมศาสตร์ประสานศิลป์-STEAM-ตอนที่31

การคิดเชิงกระจุกและกระจาย

การศึกษาด้วยการฉายรังสี (Imaging) ยืนยันว่า สมองที่มีจุดเชื่อมโยงของเส้นประสาท (Neural connection) กว้างขวาง (Extensive) กว่า จะแสดงให้เห็น (Demonstrate) ถึงความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) ที่เหนือกว่า ผู้มีจุดเชื่อมโยงของเส้นประสาทที่น้อยกว่า กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ผู้ที่มีการคิดเชิงกระจาย (Divergent) จะมีความคิดสร้างสรรค์ มากกว่าผู้ที่มีการคิดเชิงกระจุก (Convergent)

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ชั้นเรียนประถม-ประสมศาสตร์ประสานศิลป์-STEM-ตอนที่31

การวิ่งแข่งของน้ำผลไม้กระป๋อง

ในการเตรียมการทดลอง เราจะนำผลไม้ 1 กระป๋องไปแช่ไว้ในช่องแช่แเข็ง (Freezer) ส่วนอีก 1 กระป๋อง วางบนโต๊ะครัว (Kitchen countertop) เมื่อแน่ใจว่า กระป๋องที่แช่ไว้แข็งเต็มที่แล้ว ก็นำแผ่นไม้กระดานมาวางด้านหนึ่งบนกองหนังสือหรือนิตยสาร เพื่อให้เกิดการลาดเอียง (Incline) แล้วนำผลไม้ทั้ง 2 กระป๋องมาวิ่งแข่งกัน

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ชั้นเรียนประถม-ประสมศาสตร์ประสานศิลป์-STEAM-ตอนที่30

การคิดเชิงกระจุกและกระจาย

คำถามปลายเปิด (Open-ended) ต้องอาศัยสมองในการค้นหาผ่านเครือข่ายเส้นประสาท (Neural network) มากมาย (Numerous) สำหรับความคิด (Idea) ข้อมูล และกรอบการทำงาน (Framework) ที่ถูกเก็บกัก (Store) ไว้เพื่อช่วยสร้างคำตอบที่เป็นไปได้สำหรับโจทย์ที่ได้รับ

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ชั้นเรียนประถม-ประสมศาสตร์ประสานศิลป์-STEM-ตอนที่30

ฟิสิกส์ของวัตถุเคลื่อนไหว

การเคลื่อนไหว (Movement) ของวัตถุมีอยู่รอบตัวเรา ผู้คนเดิน (Pedestrian) บนเส้นทางริมถนน (Sidewalk) อาจเห็นคนเล่นกระดานสเก็ต (Skateboard) ผ่านไปมา หรือขณะที่เราถีบจักรยาน อาจพบรถยนต์วิ่งพลุกพล่าน (Heavy traffic) หรือเราอาจจะโดยสารเครื่องบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ชั้นเรียนประถม-ประสมศาสตร์ประสานศิลป์-STEAM-ตอนที่29

การคิดและการเรียนรู้

ในการคิดเชิงกระจาย (Divergent) เราจะให้เด็กสร้าง (Generate) ความคิดมากมายเกี่ยวกับหนทางที่เป็นไปได้ในการแก้ปัญหา โดยมักจะซอยย่อย (Break down) เป็นชิ้นส่วน (Component) และแสวงหาวิธีใหม่ในการมองปัญหาที่ลึกซึ้ง (Insight) แล้วนำชิ้นส่วนนั้นกลับมาประกอบเข้ากัน โดยอาศัยการคิดเชิงกระจุก (Convergent) เพื่อแก้โจทย์ในวิถีที่แตกต่างอย่างไม่เคยคาดคิดมาก่อน (Unexpected)

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ชั้นเรียนประถม-ประสมศาสตร์ประสานศิลป์-STEM-ตอนที่29

เปลไกวของนิวตัน

เมื่ออากาศภายในลูกโป่งถูกปลดปล่อย (Release) เพราะเราคลายนิ้วมือที่ปลายหลอด อากาศจะเคลื่อนย้ายไปตามหลอดกาแฟ แต่แท้จริงแล้ว อากาศถูกผลักดันโดยพลังการหดตัว (Deflation) ของลูกโป่ง กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ลูกโป่งผลักดันให้อากาศออก เรียกว่า “แรงกิริยา” (Action force) ส่วน “แรงปฏิกิริยา” (Reaction force) คือ พลังที่อากาศตอบโต้กลับยังลูกโป่ง ทำให้ลูกโป่งเคลื่อนไหว คู่พลังนี้คือ กฎข้อที่ 3 ของนิวตัน หากปราศจากแสดงออกแรงปฏิกิริยาแล้ว ลูกโป่งก็ไม่มีวันเคลื่อนไหว

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

ชั้นเรียนประถม-ประสมศาสตร์ประสานศิลป์-STEAM-ตอนที่28

การคิดและการเรียนรู้

อันที่จริง การบูรณาการศิลปะ (Arts integration) เป็นวิธีการสอน ที่ครูประถมศึกษา หรือครูสาขาวิชา STEM ใช้ศิลปะช่วยนักเรียนสร้าง (Construct) ความหมาย และสาธิตความเข้าใจในรูปแบบเฉพาะ (Particular) ของศิลปะ กับอีกสาขาวิชา (Subject area) หนึ่ง เพื่อสนองตอบวัตถุประสงค์เฉพาะ (Specific) ของทั้ง 2 สาขาวิชา

อ่านเนื้อหาทั้งหมด | แบ่งปันบน Facebook

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน