หน้าหลัก » Blogs » การตี...สร้างวินัยได้จริงหรือ (ตอนที่ 1)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


มาตรฐานแกนร่วม

เมื่อไม่นานมานี้ มีข่าวจากวิดีโอไวรัลที่แม่ชาวอยุธยาตีลูกชายวัยห้าขวบอย่างรุนแรงเนื่องจากขายของที่ระลึกบริเวณหน้าวัดมงคลบพิตรไม่ได้ เหตุการณ์นี้ถูกผู้คนที่ได้ชมวิดีโอนี้ประณามเป็นอย่างมาก ตามมาด้วยคำถามว่า การที่ผู้ปกครองลงโทษลูกด้วยการตีนั้นเหมาะสมหรือไม่ และตีแค่ไหนจึงจะเหมาะสม

ปัจจุบัน การลงโทษลูกด้วยการตีเป็นที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง นักวิชาการส่วนใหญ่เชื่อว่าการลงโทษด้วยการตีถือเป็นการทำร้ายร่างกายซึ่งก่อให้เกิดผลเสียหลายประการ อย่างไรก็ตาม หลายประเทศยังคงไม่มีการบังคับใช้กฎหมายห้ามผู้ปกครองลงโทษลูกด้วยการตี เช่น ประเทศไทย แคนาดา หลายรัฐในสหรัฐอเมริกา และ ออสเตรเลีย

ไม่เพียงแต่ประเทศไทยเท่านั้นที่มีปัญหาในเรื่องการลงโทษทางกายต่อเด็ก (Corporal punishment) ออสเตรเลียก็กำลังถูกคณะกรรมการสิทธิเด็กแห่งองค์การสหประชาชาติ (UN Committee on the Rights of the Child) จับตามองเช่นกัน โดยมีรายงานเรียกร้องให้ออสเตรเลียยกเลิกสิทธิของผู้ปกครองในการปลูกฝังวินัยเด็กด้วยการตีอย่างมีเหตุผล และขอให้ครูและผู้ดูแลเด็กทำรายงานแจ้งหากพบว่าผู้ปกครองคนใดลงโทษลูกด้วยการตี

มีการกล่าวถึงประเด็นดังกล่าวในรายงานฉบับแรกโดยนางเมแกน มิทเชล (Megan Mitchell) ข้าหลวงใหญ่ด้านเด็กและเยาวชนแห่งชาติของออสเตรเลียถึงรัฐสภาของออสเตรเลีย ซึ่งมีใจความว่า องค์การสหประชาชาติชี้แนะให้ออสเตรเลียยกเลิกการลงโทษทางกายต่อเด็กทุกรูปแบบ ในการนี้ นางเมแกน มิทเชลมีความเห็นว่า ออสเตรเลียควรมีการพูดคุยถึงเหตุผลว่าควรมีการลงโทษทางกายต่อไปหรือไม่ ทางหนึ่งที่จะทำได้คือการพิจารณาออกกฎหมายห้ามไม่ให้มีการลงโทษทางกาย นอกจากนั้น ควรให้เด็กมีโอกาสพูดถึงผลกระทบที่ได้รับจากการปลูกฝังวินัยด้วยลงโทษทางกายในปัจจุบัน และอนาคต

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ฯพณฯ โทนี แอบบ็อต (Tony Abbott) ไม่เห็นด้วยกับความคิดดังกล่าว โดยกล่าวว่าการตีเบาๆ เป็นสิ่งที่สอนเด็กได้ดีที่สุด เขาเห็นด้วยที่ว่าผู้ปกครองควรปฏิบัติต่อลูกอย่างดี แต่ไม่นั่นไม่ได้หมายถึงว่าผู้ปกครองจะตีลูกไม่ได้เลย และยอมรับว่า ตนเองก็ตีลูกบ้างเป็นครั้งคราวเช่นกัน แต่ตีเพื่อให้หลาบจำ ไม่ได้ตีให้เจ็บ

ด้าน The Royal Australasian College of Physicians (RACP) ไม่เห็นด้วยกับความเห็นของท่านนายกโทนี แอบบ็อต และเรียกร้องให้ออกกฎหมายห้ามลงโทษทางกายต่อเด็ก โดยให้เหตุผลว่า การลงโทษทางกาย เช่น การตี การเตะ หรือการเขย่าก่อให้เกิดผลเสียหลายประการ เช่น ภาวะซึมเศร้า ความก้าวร้าว ความวิตกกังวล และอาจทำให้เกิดการติดสารเสพติดได้ ในเรื่องนี้ ศาสตราจารย์ Kim Oates ผู้เชี่ยวชาญจากวิทยาลัยกุมารเวชศาสตร์สุขภาพเด็กของ RACP กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงกฎหมายในเรื่องนี้อาจช่วยลดปัญหาใหญ่ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับเด็กในอนาคตได้ และยังได้เล่าจากประสบการณ์ว่า กุมารแพทย์พบเห็นการกระทำทารุณต่อเด็กบ่อยครั้ง และหลายครั้งที่เริ่มจากการตีสั่งสอนที่ผู้ลงโทษขาดการควบคุมอารมณ์

การลงโทษทางกายนั้น ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายใน 33 ประเทศทั่วโลก เช่น ในประเทศนิวซีแลนด์ เป็นต้น และประเทศเหล่านี้จะมีวิธีการตรวจเด็กที่มีความเสี่ยงต่อการถูกกระทำทารุณได้อย่างรวดเร็ว ทำให้มีอัตราการตายของเด็กที่เกี่ยวข้องกับการทารุณกรรมต่ำ RACP กล่าวว่า การลงโทษทางกายเป็นเรื่องล้าสมัย และถือเป็นการละเมิดสิทธิเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในออสเตรเลีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีเพียงเด็กๆ เท่านั้นที่ไม่ได้รับการคุ้มครองจากความรุนแรงโดยมีกฎหมายรองรับ นอกจากนั้น RACP ยังเรียกร้องให้ผู้ปกครองหันมาใช้วิธีการที่ไม่รุนแรงในการปลูกฝังวินัยแก่บุตรหลานมากกว่า

แหล่งข้อมูล:

  1. Corporal Punishment In the Home http://en.wikipedia.org/wiki/Corporal_punishment_in_the_home [July 7, 2014]
  2. United Nations wants Australia to ban smacking, prosecute offending parents http://www.news.com.au/lifestyle/parenting/united-nations-wants-australia-to-ban-smacking-prosecute-offending-parents/story-fnet085v-1226780993923 [July 7, 2014]
  3. Tony Abbott Says, ‘Gentle Smack’ Can Be Good For Children http://www.abc.net.au/news/2013-12-12/abbott-says-gentle-smack-can-be-good-for-children/5151798 [July 7, 2014]

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน