หน้าหลัก » Blogs » การตี...สร้างวินัยได้จริงหรือ (ตอนที่ 2 และตอนจบ)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


มาตรฐานแกนร่วม

ในความเป็นจริงแล้ว การลงโทษทางกายต่อเด็ก เช่น การตี นั้นมีผลดีหรือผลเสียต่อความประพฤติของเด็กกันแน่ แต่ละประเทศและแต่ละภูมิภาคจะมีทัศนคติในเรื่องนี้แตกต่างกันไป เช่น ชาวอเมริกันและอังกฤษส่วนใหญ่ยังยอมรับการตีบุตรหลานได้ ส่วนในสวีเดนนั้น ก่อนมีการยกเลิกการลงโทษทางกายต่อเด็กในปี 1979 ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าการตีเป็นสิ่งสำคัญในการอบรมสั่งสอนเด็ก แต่สิบเจ็ดปีหลังจากนั้น ในปี 1996 จำนวนของประชาชนที่เห็นด้วยกับการตีลดน้อยลงไปมาก

ส่วนผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการ นั้น ไม่เห็นด้วยกับการลงโทษทางกายต่อเด็ก เนื่องจากผลวิจัยหลายชิ้นได้แสดงให้เห็นว่าการลงโทษทางกายต่อเด็กไม่ก่อให้เกิดผลดี ทั้งยังมีผลเสียหลายประการ เช่น ภาวะวิตกกังวล การติดแอลกอฮอล์ เป็นต้น

ผศ. ซูซาน โมโลนี่ (Susan Moloney) ประธานของ Pediatrics and Child Health Division ที่ Royal Australasian College of Physicians (RACP) และเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ที่ Griffith University กล่าวว่า การลงโทษทางกายต่อเด็กนั้น ไม่จำเป็นต้องถึงขั้นทารุณกรรมก่อนก็สามารถทำให้เด็กรู้สึกทุกข์ทรมานทางใจและส่งผลต่อพฤติกรรมได้ ไม่มีเกณฑ์ใดที่จะกำหนดได้ว่าต้องตีเด็กกี่ทีจึงจะไม่กระทบกระเทือนจิตใจ และนิยามของคำว่า “การตี” ของแต่ละบุคคลจะแตกต่างกันไป เช่น บางคนอาจมีความเห็นว่าตีเบาๆ ก็เพียงพอ แต่สำหรับบางคน การตีคือต้องให้เจ็บ เป็นต้น ดังนั้น ไม่ควรจะตีเด็กเลย

ประสบการณ์จากการถูกทำโทษทางร่างกายสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพทางกายเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เช่น โรคหัวใจ โรคอ้วน และโรคข้ออักเสบ เป็นต้น นอกจากผลกระทบต่อสุขภาพกายแล้ว การทำโทษทางกายยังส่งผลต่อจิตใจอีกด้วย มีงานวิจัยกล่าวว่า เด็กที่ถูกตีบ่อยๆ ในช่วงอายุสามขวบมีแนวโน้มที่จะเป็นเด็กก้าวร้าวเมื่อมีอายุห้าขวบ การลงโทษทางกายยังทำให้เด็กระมัดระวังความประพฤติเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่เท่านั้น ไม่ได้ช่วยให้เด็กหยุดความประพฤติที่ไม่เหมาะสม

เท่าที่ผ่านมา ยังไม่พบงานวิจัยหรือรายงานใดที่มีหลักฐานว่า การลงโทษทางกายช่วยให้เด็กมีพัฒนาการหรือสุขภาพที่ดีขึ้น Andrew Greenfield นักจิตวิทยาเด็กกล่าวว่า การตีเพียงแค่ทำให้เด็กเข้าใจผิดว่าการตีผู้อื่นเป็นเรื่องไม่ผิดแปลกแต่อย่างใด “อาจได้ผลระยะสั้นสำหรับผู้ปกครอง แต่การตีไม่ได้สอนอะไรจริงๆ จังๆ แก่เด็กมากนัก คือ การที่คุณตีลูกเพราะอยากให้พวกเขากลัว แล้วกันลูกออกจากสิ่งต่างๆ รอบด้วยด้วยความกลัวไม่สำเร็จหรอก” เขากล่าว

อย่างไรก็ตาม เขากล่าวต่อไปว่า ไม่ใช่เพียงแค่ไม่ตีลูกอย่างเดียวแล้วจะปลูกฝังวินัยได้สำเร็จ หากผู้ปกครองยังตะโกนและตะคอกใส่ลูกอยู่ ก็ไม่ประสบผลสำเร็จเช่นเดียวกัน

ปัจจุบันนี้ กฎหมายในหลายแระเทศ เช่น ออสเตรเลีย มีการระบุไว้คร่าวๆ ว่า ผู้ปกครองสามารถใช้กำลังแต่พอควรในการอบรมสั่งสอนบุตรหลาน แต่มีอยู่ไม่กี่รัฐเท่านั้น เช่น รัฐนิวเซาท์เวลส์ ที่ระบุระดับของ “การใช้กำลังแต่พอควร” อย่างชัดเจน ในเรื่องนี้ RCPA แสดงความคิดเห็นว่าว่า การใช้กำลังแต่พอควรเช่นนั้นสามารถเพิ่มระดับไปสู่การใช้กำลังอย่างเต็มที่หาผู้ปกครองไม่ระมัดระวังที่จะควบคุมอารมณ์ ผศ. ซูซาน โมโลนี่ กล่าวเพิ่มเติมว่า สาเหตุหนึ่งของการเสียชีวิตในทารกเกิดจากการลงโทษทางร่างกายที่เกินขอบเขตไป

โดยสรุปแล้ว การตี หรือการทำโทษทางร่างกายต่อเด็กวิธีต่างๆ มีผลเพียงเพื่อให้เด็กหลาบจำและเกรงกลัวเพียงชั่วครู่เท่านั้น แต่ส่งผลเสียทั้งทางร่างกายและจิตใจในระยะยาว สาเหตุหนึ่งคือ เมื่อผู้ปกครองทำโทษบุตรหลายนั้น มักจะอยู่ในอารมณ์โกรธซึ่งควบคุมได้ยากยิ่ง ดังนั้น ก่อนตัดสินใจทำโทษบุตรหลานด้วยการตี ควรคิดถึงผลเสียที่จะตามมาด้วย มิฉะนั้น ผลที่ได้ในระยะยาว อาจไม่ได้เป็นไปตามที่คาดไว้

แหล่งข้อมูล:

  1. Corporal Punishment In the Home http://en.wikipedia.org/wiki/Corporal_punishment_in_the_home [July 8, 2014]
  2. United Nations wants Australia to ban smacking, prosecute offending parents http://www.news.com.au/lifestyle/parenting/united-nations-wants-australia-to-ban-smacking-prosecute-offending-parents/story-fnet085v-1226780993923 [July 8, 2014]
  3. Tony Abbott Says, ‘Gentle Smack’ Can Be Good For Children http://www.abc.net.au/news/2013-12-12/abbott-says-gentle-smack-can-be-good-for-children/5151798 [July 8, 2014]

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน