หน้าหลัก » บทความ » การบ้านสำหรับเด็กปฐมวัย (Homework for Young Children)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

การบ้านสำหรับเด็กปฐมวัย (Homework for Young Children) หมายถึง แบบฝึกหัดหรือชิ้นงานที่ครูปฐมวัยออก แบบ เพื่อมุ่งให้เด็กได้ฝึกทักษะเกี่ยวกับภาษา คณิตศาสตร์ สังคมศึกษา วิทยาศาสตร์ และการสร้างเสริมลักษณะนิสัย โดยแบบฝึกหัดที่จัดให้จะมีเนื้อหาสัมพันธ์กับหน่วยการเรียนรู้ในแต่ละวัน หรือภาระงานที่ครูมอบหมายให้เด็กปฐมวัยนำกลับ ไปทำที่บ้าน ไปศึกษาค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติม หรือสิ่งที่จะต้องไปจัดเตรียม จัดหา อาจเป็นวัตถุสิ่งของหรือวัสดุอุปกรณ์ สื่อการเรียนการสอนที่สัมพันธ์กับหน่วยการเรียนรู้ในแต่ละสัปดาห์ ซึ่งแบบฝึกหัดหรือภาระงานทั้งหมดที่ครูมอบหมายให้กับเด็ก จะได้รับการติดตามประเมินว่า เด็กมีความก้าวหน้า และมีความรับผิดชอบมากน้อยเพียงใด อีกทั้งการมอบหมายการ บ้านให้เด็กไปทำที่บ้าน จะเน้นการให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในฐานะเป็นผู้สอนเด็ก ผู้ให้กำลังใจเด็ก ผู้ให้การสนับสนุนและช่วยเหลือเด็ก เพื่อให้เด็กประสบความสำเร็จในการทำการบ้านแต่ละครั้ง และเพื่อสร้างเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ของเด็กด้วย

การบ้านสำหรับเด็กปฐมวัยมีความสำคัญอย่างไร?

การจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัยยึดหลักการจัดประสบการณ์ผ่านการเล่น โดยยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง สนองความต้องการ ความสนใจ ความแตกต่างระหว่างบุคคล และยึดบริบททางสังคมที่เด็กอาศัยอยู่ ให้ความสำคัญกับกระบวน การและผลผลิต มีการประเมินพัฒนาการเด็กอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ความร่วมมือในการพัฒนาเด็กจากทุกภาคส่วน ส่วนการจัดกิจกรรมประจำวันนั้น จะจัดกิจกรรมประจำวันได้หลากหลายรูปแบบ ผ่านสาระการเรียนรู้แบบบูรณาการเป็นหน่วยหรือหัวเรื่อง การเรียนรู้แบบหน่วยส่วนใหญ่จะใช้เวลา 1 สัปดาห์ต่อหน่วยการเรียน แต่สำหรับการเรียนรู้แบบหัวเรื่อง จะจัดเป็นการเรียนรู้แบบโครงการ ซึ่งระยะเวลาอาจมากน้อยขึ้นอยู่กับความสนใจที่จะสืบค้น หรือต้องการพิสูจน์ในสิ่งที่ต้องการเรียน รู้ ซึ่งอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ หรือบางครั้งอาจใช้เวลาเป็นเดือนก็ได้ การจัดกิจกรรมประจำวันตามหน่วยการเรียนรู้ ครูจะ ต้องจัดเตรียมสื่อวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำกิจกรรม

เช่น กิจกรรมการเรียนรู้หน่วยอาหารแป้ง ครูจัดให้เด็กทำกิจกรรมประ กอบอาหารที่จำเป็นต้องใช้สื่อที่เป็นของจริง หรือวัสดุเครื่องปรุงที่ต้องนำมาทำขนมบัวลอยไข่หวาน ซึ่งวัสดุอุปกรณ์ในการปรุงอาหารอาจจะต้องให้เด็กมีส่วนร่วมในการนำมาจากบ้าน จากการขอความร่วมมือผู้ปกครองหรือชุมชน ดังนั้น การมอบ หมายให้เด็กร่วมกันรับผิดชอบในการจัดหาวัสดุอุปกรณ์ หรือเครื่องปรุงในการนำมาประกอบอาหาร ถือเป็นการบ้านอย่างหนึ่งสำหรับเด็กปฐมวัย

นอกจากนี้ การให้การบ้านสำหรับเด็กปฐมวัย จะเป็นเรื่องที่มีความสัมพันธ์กับหน่วยการเรียน เช่น การเรียนรู้เรื่องน้ำ ซึ่งเป็นการเรียนรู้แบบโครงการที่เด็กต้องการรู้ว่า น้ำมาจากแหล่งใดบ้าง ครูอาจมอบหมายเป็นการบ้านให้เด็กไปสืบค้นจากการสอบถามผู้ปกครอง การค้นคว้าจากสื่อสิ่งพิมพ์ หรือระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต สิ่งเหล่านี้ถือเป็นการบ้านสำหรับเด็กปฐมวัยทั้งสิ้น นอกจากครูจะมอบหมายงานในลักษณะดังกล่าวแล้ว การบ้านของเด็กปฐมวัยอาจเป็นรูป แบบของการออกแบบกิจกรรมที่ครูจัดให้เด็กได้ไปทำต่อที่บ้านโดยการให้การบ้านที่เป็นแบบฝึกหัดง่ายๆ เหมาะสมกับวัยเด็ก เช่น การวาดภาพ การโยงเส้นจับคู่ การระบายสี การบ้านในลักษณะดังกล่าวจะมีเนื้อหาที่สัมพันธ์กับหน่วย โดยเป็นวิธี การเสริม หรือเพิ่มเติมความคิดรวบยอด ให้เด็กมีความเข้าใจในการเรียนรู้แบบหน่วยหรือหัวเรื่องให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น แต่การ บ้านสำหรับเด็กปฐมวัยจะไม่ใช่การฝึกให้เด็กคัด อ่านเขียน เรียนเลขคณิตที่ขั้นที่ยากต่อความเข้าใจหรือไม่สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็ก นอกจากนี้ การมอบหมายการบ้านให้กับเด็กยังเป็นการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างครู เด็ก และผู้ปก ครอง ซึ่งสอดคล้องกับหลักการของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546

การบ้านมีประโยชน์ต่อเด็กปฐมวัยอย่างไร?

การบ้านสำหรับเด็กปฐมวัย ทั้งการบ้านในส่วนของการมอบหมายให้เด็กช่วยจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์การเรียน เพื่อนำมาใช้ในการจัดกิจกรรมที่โรงเรียน หรืออาจเป็นแบบฝึกหัดที่ครูให้เพิ่มเติม โดยมอบหมายให้เด็กนำงานไปทำที่บ้าน ซึ่งลักษณะจะเหมือนกับแบบฝึกหัดที่โรงเรียน แต่การบ้านสำหรับเด็กปฐมวัยจะเน้นให้ผู้ปกครองได้รับรู้ และให้โอกาสในการมีส่วนร่วมในการทำการบ้านร่วมกับเด็กด้วย ดังนั้น การบ้านสำหรับเด็กปฐมวัยควรมีคุณค่าและประโยชน์ต่อเด็กปฐมวัยดังนี้

  • การบ้านช่วยขยายมโนทัศน์การเรียนรู้ให้กับเด็ก ในสิ่งที่ได้เรียนรู้ให้มีความเข้มข้นมากขึ้น เช่น การเรียนรู้หน่วยสัตว์บก แล้วครูให้การบ้านเด็กไปวาดภาพระบายสีภาพสัตว์บกที่เด็กรู้จักคนละ 2 ชนิด จะทำให้เด็กมีความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องสัตว์บกมากยิ่งขึ้น หรือครูให้เด็กไปทำแบบฝึกหัดจับคู่ภาพสัตว์กับอาหารของสัตว์ชนิดนั้นๆ เป็นต้น
  • ช่วยส่งเสริมให้เด็กมีคุณธรรมด้านความรับผิดชอบ การที่ครูมอบหมายการบ้านให้เด็กรับผิดชอบไปทำ ไม่ว่าจะเป็นการบ้านประเภทการเตรียมสื่ออุปกรณ์มาใช้ที่โรงเรียน หรือการบ้านประเภททำแบบฝึกหัด จะเป็นการช่วยย้ำเตือนเด็กให้เป็นคนที่มีความรับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย ช่วยให้เด็กมีความกระตือรือร้น และพยายามทำงานที่ได้รับมอบ หมายให้สำเร็จทันตามเวลา
  • ช่วยให้เด็กได้เรียนรู้อย่างมีความหมายและสอดคล้องกับการเรียนรู้ตามสภาพจริง ส่วนใหญ่การบ้านที่ครูมอบ หมายให้เด็กไปทำที่บ้าน จะเป็นเนื้อหาที่สอดคล้องสัมพันธ์กับเรื่องหรือหน่วยการเรียนที่กำลังเรียนอยู่ ดังนั้น เนื้อหาในแบบฝึกหัดหรือสิ่งที่ครูมอบหมายให้เด็กไปจัดเตรียมหรือจัดหาจึงมีความสัมพันธ์กัน ซึ่งถือเป็นการเรียนรู้ที่มีความหมายต่อเด็กด้วย ทำให้การเรียนรู้นั้นมีความคงทนในการเรียนรู้ เนื่องจากสอดคล้องกับบริบททั้งในด้านเนื้อหาและการปฏิบัติของเด็ก
  • เป็นการสร้างสานสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครู นักเรียน และผู้ปกครอง การมอบหมายการบ้านให้กับเด็กปฐมวัยที่เน้นการให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการบ้านนั้น ทั้งการมอบหมายให้เด็กไปสืบค้นข้อมูลจากการถามผู้ปกครอง การให้ผู้ปก ครองช่วยเด็กในการจัดเตรียมสื่อวัสดุอุปกรณ์ หรือให้ผู้ปกครองอ่านคำสั่งหรือคำชี้แจงให้กับเด็ก หรือมีส่วนร่วมในการประเมินการทำงานของเด็ก จะทำให้ผู้ปกครองมีความรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าต่อการมีส่วนร่วมในการศึกษาเล่าเรียนของลูก รู้เกี่ยวกับแนวทางในการจัดการเรียนการสอนของครูที่โรงเรียน ทำให้ผู้ปกครองเข้าใจครู โรงเรียน และการจัดการศึกษาของโรงเรียนมากขึ้น เป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างโรงเรียน ผู้ปกครอง และชุมชนมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียน
  • เป็นการตอบสนองต่อพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 และหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 ที่เน้นให้ผู้ปกครองและชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
  • ช่วยให้ผู้ปกครองมีความเข้าใจในพัฒนาการด้านต่างๆของเด็กมากขึ้น และพร้อมที่จัดกิจกรรมเพื่อสนับสนุนหรือส่งเสริมให้สอดคล้องกับพัฒนาการและความสามารถของเด็ก เช่น ถ้าผู้ปกครองรู้ว่าเด็กจับสีเทียนไม่ถนัด ก็อาจจะปรึกษาครูและหาแนวทางส่งเสริมความสามารถของเด็ก ด้วยการหาดินน้ำมันมาให้เด็กได้ปั้น เพื่อฝึกให้เด็กสามารถใช้กล้ามเนื้อมือให้แข็งแรงได้
  • ช่วยให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการประเมินพัฒนาการเด็ก และเห็นการพัฒนาของเด็กในด้านต่างๆ การมอบหมายการบ้านให้เด็กไปทำที่บ้าน และให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการทำการบ้านของเด็ก จะช่วยให้ผู้ปกครองเห็นพัฒนาการของเด็ก และสามารถประเมินความสามารถของเด็ก และนำสิ่งที่ได้จากการประเมินมาใช้เป็นข้อมูลสำหรับโรงเรียน มาใช้ในการพัฒนาเด็กให้มีพัฒนาการที่เหมาะสมกับวัยต่อไป
  • การให้การบ้านกับเด็กปฐมวัยจะช่วยให้เด็กมีพัฒนาการในด้านต่างๆเร็วขึ้น การบ้านที่มีความเหมาะสมกับพัฒนา การของเด็ก ไม่ยากจนเกินไป จะช่วยส่งเสริมให้เด็กได้รับการพัฒนาให้มีพัฒนาการเป็นไปได้เร็วขึ้น และถ้าผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการทำการบ้านของเด็กแล้ว จะเป็นวิธีการที่ช่วยให้ปัญหาในเรื่องการเรียนการสอนคลี่คลายไปได้ ซึ่งกุลยา ตันติผลาชีวะ กล่าวว่า การที่พ่อแม่มีส่วนร่วมในกิจกรรมที่ครูมอบหมายให้จากโรงเรียน จะช่วยให้เกิดสายสัมพันธ์ที่ดีภายในครอบครัว ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาเด็กในด้านอื่นๆด้วย เพราะผู้ปกครองและครูเปรียบเสมือนหุ้นส่วนในการดูแลสร้างเสริมและพัฒนาเด็ก บ้านและโรงเรียนเป็นแหล่งทรัพยากรของเด็กที่จะต้องมีปฏิสัมพันธ์กัน ครอบครัวเป็นหลักในการช่วยจัด การพฤติกรรม การสร้างสรรค์ และการเรียนรู้ที่ดีสำหรับเด็กให้เหมาะสมกับที่บ้านและที่โรงเรียน

ครูออกแบบการบ้านหรือมอบหมายงานให้เด็กปฐมวัยอย่างไร?

การมอบหมายงานหรือการให้เด็กไปทำแบบฝึกหัดที่บ้าน เป็นการเพิ่มทักษะด้านต่างๆให้กับเด็ก การทำการบ้านไม่ใช่งานหลักสำหรับเด็กปฐมวัย แต่เป็นการฝึกหรือเตรียมความพร้อมให้กับเด็ก ให้มีวินัยในการเรียนประการหนึ่ง กับอีกประการหนึ่งเป็นสายใยระหว่างบ้านและโรงเรียน เพื่อให้ผู้ปกครองได้รับรู้เกี่ยวกับการเรียนของเด็ก และมีส่วนร่วมกับโรง เรียนในการเสริมสร้างการเรียนรู้ให้กับเด็ก ลักษณะการบ้านจะเป็นการสังเกตสิ่งแวดล้อมที่บ้านของเด็ก เป็นการทำแบบฝึก หัดอย่างง่ายๆตามระดับพัฒนาการตามวัยของเด็ก ดังนั้น การให้การบ้านสำหรับเด็กปฐมวัยจึงมีความหมาย และสร้างแรงจูง ใจให้กับเด็ก สร้างเจตคติที่ดีให้กับเด็กที่มีต่อโรงเรียน และเป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเด็กกับครอบครัว ด้วยเหตุนี้การออกแบบการบ้านให้กับเด็กปฐมวัย หรือการมอบหมายงานให้เด็กไปทำที่บ้าน จึงมีลักษณะดังนี้

  • การบ้านงานที่มอบหมายให้กับเด็กปฐมวัยสอดคล้องกับหน่วยการเรียนรู้และมีความหมายกับเด็ก ซึ่งหมายถึงการให้งานหรือการบ้านที่มีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กันกับสิ่งหรือเรื่องที่เด็กกำลังเรียนรู้ เช่น การเรียนรู้หน่วยสัตว์เลี้ยง ครูจะให้การบ้านที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงที่บ้านของเด็ก ให้เด็กไปวาดภาพสัตว์เลี้ยงที่บ้าน ไปสอบถามผู้ปกครองว่าสัตว์เลี้ยงมีกี่ชนิด อะไรบ้าง หรือให้ไปศึกษาว่าสัตว์เลี้ยงแต่ละชนิดกินอะไรเป็นอาหาร ฯลฯ
  • การออกแบบการบ้านที่สร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้ของเด็ก เช่น เด็กกำลังเรียนรู้หน่วยน้ำ แล้วให้เด็กไปสำรวจดูว่าน้ำมาจากไหนบ้าง เด็กอาจต้องไปสำรวจหรือศึกษานอกสถานที่กับผู้ปกครอง โดยการไปดูแหล่งน้ำ เช่น แม่น้ำ น้ำตก โรงงานผลิตน้ำดื่ม เป็นต้น
  • การออกแบบการบ้านหรือมอบหมายงาน ครูจะคำนึงถึงระดับการศึกษา ความสามารถ และบริบทของผู้ปกครองและครอบครัวของเด็ก จะไม่มอบหมายงานในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เช่น ในท้องถิ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ให้ไปสำรวจทะเล เป็นต้น แต่จะคำนึงถึงว่าสิ่งที่มอบหมายให้นั้น เป็นเรื่องราวที่เป็นไปได้ในการศึกษาของเด็ก
  • การบ้านหรือการมอบหมายงานให้กับเด็กไปทำที่บ้าน จะเน้นการให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในฐานะที่เป็นผู้สอน ในฐานะเป็นผู้ให้กำลังใจ ในฐานะเป็นผู้สนับสนุนช่วยเหลือ เช่น การมีคำชี้แจงที่ให้ผู้ปกครองได้ร่วมปฏิบัติกับเด็ก เป็นต้น
  • ถ้าเป็นการบ้านประเภทแบบฝึกหัด ซึ่งเป็นสิ่งที่ครูมอบหมายให้เด็กไปทำเพื่อฝึกฝนหรือทบทวนเนื้อหาที่ได้เรียนไปแล้ว จะเป็นแบบฝึกหัดที่สอดคล้องกับความสามารถและความแตกต่างระหว่างบุคคล ซึ่งเร้าและสร้างแรงจูงใจให้กับเด็ก สอดคล้องกับหลักจิตวิทยาการเรียนรู้ของเด็ก เช่น กฎแห่งผล ที่ให้เด็กทราบผลของการกระทำในทันที เพื่อจะได้มีแรงจูงใจในการทำสิ่งอื่นๆที่ยากขึ้นต่อไป กฎแห่งการฝึกหัดที่ให้เด็กได้ทำแบบฝึกหัดอย่างต่อเนื่อง และเป็นการกระทำซ้ำ เพื่อจะได้ช่วยให้เกิดการเรียนรู้ที่คงทนถาวร
  • ภาษาที่ใช้หรือคำสั่งในแบบฝึกหัดเป็นภาษาที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน ทำให้เด็กและผู้ปกครองเข้าใจได้ง่ายและนำ ไปปฏิบัติได้ง่าย

พ่อแม่ ผู้ปกครองมีส่วนร่วมหรือสนับสนุนให้เด็กทำการบ้านได้อย่างไร?

พ่อแม่ ผู้ปกครองมีส่วนสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมและร่วมพัฒนาเด็ก โดยร่วมมือกับครูและทางโรงเรียน โดยการมีส่วนร่วมในการทำงานหรือกิจกรรมที่ได้รับมอบหมายจากครูร่วมกับเด็ก หรือให้การสนับสนุนช่วยเหลือเด็ก สำหรับบท บาทของพ่อแม่ ผู้ปกครองในการมีส่วนร่วมหรือสนับสนุนให้เด็กทำการบ้านมีดังนี้

  • พ่อแม่ควรมีบทบาทในฐานะผู้สอนเด็กในการทำการบ้าน โดยการเป็นผู้ช่วยครูในการสอนการบ้านเด็กที่บ้าน ให้คำอธิบายและชี้แจงเกี่ยวกับการบ้านให้เด็กฟังในแต่ละวัน มีส่วนร่วมกับครูในการแก้ปัญหาเกี่ยวกับการเรียนของเด็ก และให้คำปรึกษากับเด็กเกี่ยวกับการบ้านเมื่อเด็กไม่เข้าใจ
  • พ่อแม่มีบทบาทในฐานะผู้ให้กำลังใจแก่เด็กในการทำการบ้าน โดยการให้คำชมเชยเมื่อเด็กทำการบ้านได้สำเร็จ ดู แลและสนใจในการเรียนของเด็กทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน ให้ความสนใจในการบ้านของเด็กในแต่ละวัน ร่วมงานหรือกิจ กรรมที่ครูประจำชั้นมอบหมายให้เด็กไปทำที่บ้าน เช่น ถ้าครูมอบหมายให้เด็กช่วยนำวัสดุหรือสื่อที่ใช้ประกอบการเรียนมาเรียนในวันต่อไป พ่อแม่ ผู้ปกครองควรสนใจและจัดหาให้กับเด็ก เพื่อให้เด็กได้รู้สึกภาคภูมิใจและมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอน
  • พ่อแม่ ผู้ปกครองควรมีบทบาทในฐานะผู้ช่วยเหลือแก่เด็กในการทำการบ้าน โดยการจัดหาอุปกรณ์ในการทำการ บ้านร่วมกับเด็ก ในบางครั้งการบ้านที่ครูมอบหมายให้ อาจเป็นการช่วยจัดหาหรือเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ พ่อแม่จึงควรช่วยจัด หาวัสดุ อุปกรณ์ ซึ่งเป็นการบ้านของเด็กตามที่ได้รับมอบหมาย ช่วยเสนอและชี้แนะเด็กในการทำการบ้าน ในกรณีที่เห็นว่าเด็กยังทำไม่ถูกต้องหรือไม่เข้าใจ ช่วยอธิบายวิธีการทำการบ้านให้เด็กฟัง และดูแลเอาใจใส่เด็กตลอดเวลาในขณะที่เด็กทำการบ้าน
  • พ่อแม่ ผู้ปกครองมีบทบาทในฐานะผู้ให้การสนับสนุนเด็กในการทำการบ้าน โดยการสนับสนุนและให้ความร่วม มือกับครูในการทำการบ้านร่วมกับเด็กที่บ้าน สนับสนุนในการเรียนรู้ของเด็กทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน สนับสนุนให้ทุกคนในครอบครัวสนับสนุนการทำการบ้านของเด็ก และฝึกให้เด็กรับผิดชอบและช่วยเหลือตนเองในการทำการบ้าน

เกร็ดความรู้เพื่อครู

ในการมอบหมายการบ้านให้กับเด็กปฐมวัย ครูปฐมวัยควรคำนึงถึงหลักของพัฒนาการตามวัยของเด็ก หลักจิต วิทยาการเรียนรู้ของเด็ก ความเหมาะสมของการบ้านที่สอดคล้องกับหน่วยการเรียนรู้ บริบทของนักเรียน และระดับการศึก ษาของผู้ปกครอง ทั้งนี้ ลักษณะของการบ้านควรเน้นการให้ผู้ปกครองได้มีส่วนร่วมในการปฏิบัติกิจกรรม เพื่อให้ผู้ปกครองได้มีบทบาททั้งเป็นผู้สอน ผู้ให้กำลังใจ สนับสนุนช่วยเหลือเด็กให้ประสบความสำเร็จในการทำการบ้านในแต่ละครั้ง อีกทั้ง ยังต้องให้ผู้ปกครองได้มีส่วนร่วมในการประเมินผลการทำการบ้านของเด็ก และร่วมรับผิดชอบในการจัดการศึกษาของโรง เรียนอีกด้วย เพื่อที่จะช่วยสร้างเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างครู เด็ก และผู้ปกครอง

บรรณานุกรม

  1. กุลยา ตันติผลาชีวะ. (2542). การศึกษาสำหรับผู้ปกครองเด็กปฐมวัย. กรุงเทพฯ : ม.ป.พ.
  2. ภรณี คุรุรัตนะและคณะ. (2542). การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย (3- 5 ปี) แนวคิดของกลุ่มนักการศึกษา. กรุงเทพฯ : เซเว่น พริ้นติ้ง กรุ๊ป.
  3. มณเทียน ทุมพันธ์. (2546). บทบาทการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองเด็กปฐมวัยที่ใช้การบ้านแบบมีส่วนร่วม.ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (การศึกษาปฐมวัย). กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร ถ่ายเอกสาร.
  4. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2547). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546.กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  5. Steinberg, A. (1990, March/ April). “What to do about homework,” The Harvard Education Letter.VI (2) : 3 – 8.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน
Poonpawan Rojjana pear