หน้าหลัก » Blogs » การรู้เท่าทันสื่อ - บทเรียนจากอินเทอร์เน็ต (ตอนที่ 2)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ภัยอันตรายที่เกิดจากการไม่ทันคิดให้รอบคอบเกี่ยวกับสื่อนั้นใหญ่หลวงนักสำหรับเด็กเล็กๆ ซึ่งถือเป็นผู้รับสารกลุ่มที่ ใหญ่ที่สุด แต่ในขณะเดียวกัน ก็รู้เดียงสาน้อยที่สุดในบรรดาผู้รับสารของชาติ ดังนั้น ความล้มเหลวในการสอนการรู้เท่าทันสื่อ (Media Literacy) ให้เด็กๆ เพื่อให้เพวกเขาสามารถวิเคราะห์ อย่างมีวิจารณญาณเมื่อเห็นหรือสิ่งใด เท่ากับว่า เราปล่อยให้การมองโลกที่กำลังเติบโตของพวกเขา ถูกควบคุมโดยคนอื่นไกลที่ไม่ได้มีค่านิยมหรือการมองโลกแบบเดียวกับเรา

จุดประสงค์ของการรู้เท่าทันสื่อ จึงมุ่งมอบอำนาจในการเข้าใจสื่อสารมวลชน และวิธีการทำงานของสื่อให้เด็กๆ เพื่อว่าพวกเขาจะสามารถเข้าใจแง่มุมสำคัญแง่มุมหนึ่งในชีวิตของพวกเขาได้นั่นเอง เหมือนกับที่ลัทธิเต๋ากล่าวไว้:

“การมอง ก็อย่างหนึ่ง

การเห็นในสิ่งที่มอง ก็อีกอย่างหนึ่ง

การเข้าใจในสิ่งที่เห็น ก็เป็นประเด็นที่สาม

การเรียนรู้จากสิ่งที่เข้าใจ ก็ยังเป็นอย่างอื่นที่ต่างออกไป

แต่การปฏิบัติตามสิ่งที่เรียนรู้มา คือสิ่งเดียวที่สำคัญ”

ในหลากหลายชั้นเรียนของประเทศสหรัฐอเมริกา นักวิชาการศึกษาจำนวนมากกำลังช่วยกันปลูกฝังทักษะที่จำเป็นในการรับมือกับสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยสื่อหลากหลายของเด็กนักเรียน ทั้งหมดก็เนื่องมาจากพวกเขาตระหนักดีว่า “การรู้เท่าทันสื่อ” นั้น จะต้องรวมถึงความสามารถในการ “อ่าน” และ “เขียน” อย่างมีทักษะด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคำนึงถึงการครอบงำของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เน้นภาพเป็นหลัก

อันที่จริงแล้ว แนวความคิดที่มีพลังของการรู้เท่าทันสื่อเป็นแรงผลักดัน ที่ขับให้ผู้นำทางการศึกษารับเอาคำจำกัดความที่ครอบคลุมของการรู้เท่าทันสื่อ ว่าเป็น “ความสามารถในการเข้าถึง วิเคราะห์ ประเมิน และสร้างการสื่อสารในหลากหลายรูปแบบ” จากการประชุมที่จัดโดยสถาบันแอสเพน (Aspen) ในปี พ.ศ. 2535

การรู้เท่าทันสื่อประกอบด้วยการอ่าน เขียน พูด และฟัง การมองสิ่งต่างๆ อย่างมีวิจารณญาณ และความสามารถในการสร้างข้อความของตนเอง โดยใช้เทคโนโลยีหลากหลาย การรู้เท่าทันสื่อจึงไม่ใช่วิชาความรู้สาขาใหม่ แต่เป็นการรู้หนังสือในยุคสารสนเทศ [เฟื่องฟู]

นักวิชาการศึกษามีเหตุผลมากมายในการเพิ่มวิชาการรู้เท่าทันสื่อเข้ามาในหลักสูตรการศึกษา พวกหนึ่งมองว่าการรู้เท่าทันสื่อเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่ง ที่จะช่วยสร้างความเกี่ยวโยงกับการศึกษาร่วมสมัย และความเชื่อมโยงระหว่างชั้นเรียนกับวัฒนธรรม เพื่อที่ว่านักเรียนจะได้เห็นว่าแก่นสำคัญและประเด็นต่างๆ นั้น ก้องกังวานในการเรียนวรรณคดี ประวัติศาสตร์และสังคมอย่างไร

ในขณะที่บางพวกมองว่าการรู้เท่าทันสื่อเป็นทักษะการมีชีวิตรองของพลเมืองทักษะหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต่อผู้บริโภคที่คิดเป็น และต่อพลเมืองที่มีประสิทธิภาพในยุคที่มีสื่อเป็นแรงขับเคลื่อนพลังสูงเช่นนี้ ส่วนพวกที่เหลือก็มองการรู้เท่าทันสื่อในฐานะที่เป็นการปกป้องเด็กจากภัยอันตรายและสิ่งชั่วร้าย ซึ่งเกิดจากการเสพสื่อโทรทัศน์ [และอินเทอร์เน็ต] ที่มากเกินพอดี นอกจากนี้ยังมองว่าการรู้เท่าทันสื่อเป็นเหมือนยาต้านพิษจากการครอบงำ บงการ และโฆษณาชวนเชื่อทั้งหลายแหล่

แหล่งข้อมูล

  1. A Few Words about "Media Literacy" - http://www.cmp.ucr.edu/education/programs/digitalstudio/studio_programs/vidkids/medialit.html [2013, February 7].
  2. Media Literacy in K - 12 Education - http://www.medialit.org/reading-room/teaching-media-literacy-yo-are-you-hip [2013, February 7].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน