หน้าหลัก » Blogs » การรู้เท่าทันสื่อ - บทเรียนจากอินเทอร์เน็ต (ตอนที่ 3 และตอนจบ)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


นอกจากนี้ ยังมีผู้มองการรู้เท่าทันสื่อ (Media literacy) ในฐานะการศึกษาภาษาอังกฤษรูปแบบใหม่ ด้วยการเรียนรู้ที่จะวิเคราะห์และตระหนักถึงคุณค่าของโฆษณา และภาพยนตร์ต่างๆ แบบเดียวกันกับที่เราเรียนบทกลอน เรื่องสั้น และนวนิยาย แล้วก็ยังมีพวกที่มองว่าการรู้เท่าทันสื่อเป็นวิธีหนึ่งในการให้โอกาสเด็กเล่าเรื่องราวของตนเอง และทำความเข้าใจเกี่ยวกับพลังอำนาจที่ก่อร่างสร้างเรื่องราวแห่งวัฒนธรรมและช่วงเวลาของเราได้ดีขึ้น

ทว่า ก็ยังมีทัศนคติเกี่ยวกับการรู้เท่าทันสื่อด้านอื่นๆ อีก ด้านที่แคบและมีปัญหา กล่าวคือ บางพวกมองว่าการรู้เท่าทันสื่อเป็นทางเลือกสำหรับเด็กที่เรียนไม่ดี ซึ่งสนใจแต่โทรทัศน์ [และอินเทอร์เน็ต] บ้างก็มองว่าเป็นการศึกษาสายวิชาชีพประเภทหนึ่ง ซึ่งเด็กสามารถเรียนรู้เพื่อเตรียมตัวทำงานในวงการโทรทัศน์ [และอินเทอร์เน็ต] เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพวกที่มองว่าการรู้เท่าทันสื่อนั้นเป็นหนทางหนึ่งที่จะทำให้เด็กๆ ตระหนักถึง “จิตใต้สำนึกแบบผิดๆ” ที่ระบบทุนนิยมได้ป้อนเข้ามาในจิตใจของเรา บางคนก็มองว่าการรู้เท่าทันสื่อเป็นเพียง “การตัดสินใจเลือกที่ถูกต้อง” ว่าจะดูหรืออ่านอะไรเท่านั้น และก็มีคนจำนวนมากเลยทีเดียว ที่คิดง่ายๆเพียงว่า หลักสูตรการศึกษาอเมริกันนั้นแน่นแล้ว และครูก็มีประสิทธิภาพไม่เพียงพอและมีภาระเกินพออยู่แล้ว เกินกว่าที่จะเหลือที่ว่างให้วิชาการรู้เท่าทันสื่อ

ในทางตรงกันข้าม ในทวีปยุโรป วิชาการรู้เท่าทันสื่อได้รับการบรรจุในสถานะอย่างเป็นทางการ ในประเทศอย่าง สหราชอาณาจักร แคนาดา ออสเตรเลีย สก็อตแลนด์ สเปน และชาติอื่นๆ ที่ซึ่งวิชาการรู้เท่าทันสื่อถือว่าเป็นภาคบังคับ ส่วนหนึ่งของวิชาฝ่ายศิลป์ตั้งแต่เกรด 7 ไปจนถึง 12 (หรือก็คือ มัธยมศึกษา 1- มัธยมศึกษา 6 ของไทยเรานั่นเอง)

ดังนั้น ตอนนี้การฝึกฝนที่ครูชาวอเมริกันกำลังได้รับในปัจจุบันนี้ ล้วนมีรูปแบบที่ชัดเจน ซึ่งถอดแบบมาจากนักวิชาการชาวอังกฤษหลายคน รวมทั้งครูชาวอังกฤษและแคนาดาอีกหลายคน ผู้ซึ่งได้ถ่ายทอดประสบการณ์การสอน การวิเคราะห์ และการสร้างสื่อให้แก่เยาวชน

อันเนื่องมาจากการกลับมาสนใจในเด็กและการศึกษาของประเทศสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ช่วงปี ทศวรรษ 1990 (พ.ศ. 2533) จึงได้มีสัญญาณแห่งการเติบโตและเคลื่อนไหวทางการรู้เท่าทันสื่อที่มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในประเทศดังกล่าว ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ตัวอย่างเช่น ในมลรัฐแคโรไลน่าตอนเหนือ วิชาการรู้เท่าทันสื่อได้ถูกรวมไว้ทั้งในหลักสูตรทักษะการสื่อสาร และในหลักสูตรทักษะข้อมูลสารสนเทศ

อย่างไรก็ตาม ในชุมชนเกือบทุกแห่งนั้น วิชาการรู้เท่าทันสื่อยังดำรงอยู่ได้ ก็เพียงเพราะพลังงานและความคิดริเริ่มของครูแค่คนเดียว ไม่ใช่เพราะการร่วมมือกันเป็นโครงการของทั้งชุมชน ณ ปัจจุบัน มีแผนการเพียงแผนเดียวที่ยังคงดำเนินต่อไป ใน ชุมชน Billerica ในมลรัฐ Massachusetts เป็นแผนการที่กำลังพัฒนาโครงการการรู้เท่าทันสื่อที่ลึกซึ้งและกว้างขวาง อันจะสามารถเข้าถึงเด็กนักเรียนในหลักสูตรตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย

การสำรวจครูในสหรัฐอเมริกา พบว่าอินเทอร์เน็ตช่วยให้การเรียนการสอนน่าสนใจมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้นักเรียนขาดทักษะในการวิเคราะห์ข้อมูล ในการสำรวจครั้งนี้ ครูยังเปิดเผยว่า นักเรียนยังขาดความรู้เท่าทันของข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต และเลือกที่จะเชื่อความรู้ออนไลน์มากเกินไป จึงต้องให้ความสำคัญต่อการศึกษาเรื่อง “การรู้เท่าทันสื่อ”

แหล่งข้อมูล

  1. Media Literacy in K - 12 Education - http://www.medialit.org/reading-room/teaching-media-literacy-yo-are-you-hip [2013, February 9].
  2. เปิดโพล “ครูมะกัน" ชี้ จุดดี และจุดด้อย ของอินเทอร์เน็ต !!! - http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1359362252&grpid=&catid=19&subcatid=1903 [2013, February 9].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน