หน้าหลัก » Blogs » การศึกษาแบบบ้านเรียน หรือ Homeschooling (ตอนที่ 2)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ในช่วงเวลาเดียวกันนี้เอง นักวิชาการทางการศึกษา Raymond และ Dorothy Moore ก็ได้เริ่มทำวิจัยเกี่ยวกับการศึกษาด้านปฐมวัย โดยงานวิจัยดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า การส่งเด็กเข้าเรียนในโรงเรียนรัฐและเอกชนก่อนอายุ 8 – 12 ปี ไม่เพียงแต่จะทำให้ประสิทธิผลต่างๆ ไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ แต่ยังทำให้เกิดผลเสียกับเด็กด้วย

นักวิจัยทั้งสองได้ตีพิมพ์ผลการวิจัยที่กล่าวว่า การศึกษาในโรงเรียนได้ทำร้ายเด็กเล็กทั้งทางด้านวิชาการ ด้านสังคม ด้านสภาวะจิตใจ และด้านจิตวิทยา งานวิจัยดังกล่าวเผยว่า การกระทำผิดของเด็กและเยาวชน ภาวะสายตาสั้น และปัญหาด้านพฤติกรรม ล้วนเป็นผลมาจากการที่เด็กเข้าเรียนในโรงเรียนเร็วเกินไป

นอกจากนี้ Raymond และ Dorothy Moore ยังให้เหตุผลว่า สายใยและพัฒนาการทางอารมณ์ที่ลูกจะได้ร่วมกันสร้างกับพ่อแม่ที่บ้าน จะถูกตัดขาดหากพวกเขาเข้าเรียนในโรงเรียนเร็วเกินไป พวกเขายังได้ให้คำแนะนำว่า ถ้าพ่อแม่อยากจัดการเรียนการสอนที่บ้าน ก็ไม่ควรจะพยายามทำให้บ้านกลายเป็นโรงเรียน และไม่ควรทำให้บ้านกลายเป็นที่ของการศึกษาขั้นพื้นฐานทางวิชาการ แต่ควรทำให้บ้านและการเรียนการสอนในบ้านเป็นที่สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต และเป็นที่ที่ทุกคนในครอบครัวได้ทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน เป็นส่วนหนึ่งของกันและกันในชีวิตประจำวันมากกว่า

ในบทเรียนหรือหน่วยการเรียนหนึ่งๆ จะมีการนำวิชาต่างๆ เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ศิลปะ ภูมิศาสตร์ มารวมไว้ในหัวข้อเดียวกัน เช่น ชาวอินเดียนแดง ปลาวาฬ หรือกรุงโรม โดยการเตรียมหน่วยการเรียนหรือบทเรียนต่างๆ นั้นจะปรับเปลี่ยนไปตามอายุหรือระดับชั้นของนักเรียน พ่อแม่อาจจะเตรียมบทเรียนเองหรือซื้อมาก็ได้

ยกตัวอย่างเช่น ในหน่วยการเรียนเรื่องอินเดียนแดง สำหรับวิชาวรรณกรรมจะเรียนเรื่องตำนานอินเดียนแดง ในวิชาศิลปะจะเรียนเรื่องการปั้นหม้อ การร้อยลูกปัดแบบอินเดียนแดง สำหรับวิชาภูมิศาสตร์ก็จะสอนเรื่องที่อยู่หรือถิ่นฐานของอินเดียนแดงชนเผ่าต่างๆ ในอดีต วิชาสังคมจะสอนเรื่องวัฒนธรรมที่ต่างกันของอินเดียนแดงเผ่าต่างๆ และในวิชาวิทยาศาสตร์จะสอนเรื่องพืชต่างๆ ที่ชาวอินเดียนแดงนำมาใช้ประโยชน์

บางคนใช้คำว่า “Unschooling” สำหรับการเรียนที่ไม่ใช่ระบบโรงเรียน หรือ Radical unschooling สำหรับขั้นตอนการศึกษา ที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับโรงเรียน ส่วนคำว่า "Natural learning" หรือการเรียนรู้โดยธรรมชาติ เป็นหนึ่งในรูปแบบการเรียนรู้ที่เด็กๆ จะได้รับความรู้ที่มาจากเรื่องที่พวกเขาสนใจเอง โดยมีพ่อแม่เป็นผู้ช่วยให้เด็กๆ ได้ทำกิจกรรมและได้เรียนรู้ประสบการณ์ต่างๆ

การเรียนเช่นนี้จะไม่เน้นไปที่หนังสือตำราเรียน และไม่ใช้เวลามากไปกับการสอน แต่เป็นการเน้นไปที่ช่วงเวลาในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ของเด็กผ่านกิจกรรมในชีวิตประจำวัน โดยพ่อแม่มีหน้าที่คอยช่วยสร้างทักษะที่จำเป็นสำหรับเด็กๆ ในขณะเดียวกันเด็กๆ ก็มีหน้าที่ตั้งคำถามและเรียนรู้สิ่งต่างๆ ไปด้วย

John Holt นักวิชาการทางการศึกษาชาวอเมริกันได้อธิบายนิยามของคำว่า Unschooling ไว้ว่า หมายถึงแนวทางการศึกษา ที่พ่อแม่ไม่ได้ใช้อำนาจในการกำหนดการเรียนและการศึกษาของลูก แต่พ่อแม่จะมีส่วนร่วมกับลูกและช่วยเหลือลูกในสิ่งที่เขาสนใจ ปล่อยให้ลูกเรียนรู้อย่างอิสระตามความสนใจของตน

Unschoolingไม่ได้หมายความว่าเด็กๆ ไม่ต้องเรียนหนังสือ แต่หมายความว่าเด็กๆ ไม่ต้องเรียนในโรงเรียน หรือเรียนตามระบบที่เคร่งครัดของโรงเรียน John Holt ยังยืนยันด้วยว่าเด็กๆ ควรจะได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ต่างๆ ในชีวิตมากกว่า และยังสนับสนุนให้พ่อแม่ได้ใช้เวลาร่วมกับลูกให้มาก

แหล่งข้อมูล

  1. นายกฯ สั่งตั้งคณะทำ Master Plan ขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา - http://www.naewna.com/local/70903 [2013, October 15].
  2. Homeschooling - http://en.wikipedia.org/wiki/Homeschooling [2013, October 15].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน