หน้าหลัก » Blogs » การศึกษาแบบบ้านเรียน หรือ Homeschooling (ตอนที่ 3)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


เป็นที่ทราบกันว่า Unschooling หมายถึงแนวทางการศึกษาที่มุ่งไปตามความสนใจของเด็ก ดังนั้น Unschooling จะช่วยให้เด็กได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ เองโดยปราศจากการบีบบังคับ การเรียนตามแนวทาง Unschooling ก็อาจนำตำราวิชาการและคำสอนสั่งในชั้นเรียนมาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้ แต่ไม่แนะนำให้ใช้ตำราวิชาการและคำสอนในชั้นเรียนเป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้

ทั้งนักวิชาการที่สนับสนุนแนวคิดแบบ Unschooling และการเรียนรู้โดยธรรมชาติ ต่างเชื่อว่าเด็กๆ จะเรียนรู้ได้ดีที่สุดผ่านการลงมือทำ เด็กอาจเรียนรู้การอ่านผ่านความสนใจต่อประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม หรือเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ผ่านการช่วยธุรกิจของครอบครัว และการเปิดธุรกิจเล็กๆ ของตนเอง หรืออาจเรียนรู้ด้านการเกษตรผ่านการให้อาหารสัตว์ ดูแลพืชผักสวนครัว เรียนวิชาเคมีผ่านการทำอาวุธจำลอง การทำเครื่องยนต์ โดยเด็กๆ จะเป็นผู้ริเริ่มกิจกรรมต่างๆ เอง พร้อมกับพ่อแม่ และอาจร่วมกับเด็กคนอื่นๆ ด้วย

นอกจากนี้ ยังมี Autonomous learning หรือการเรียนรู้โดยอิสระ เป็นแนวทางการศึกษาที่ผู้เรียนแต่ละคนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง เช่น อาจเป็นคนกำหนดบรรยากาศในการเรียนรู้เอง การเรียนรู้โดยอิสระช่วยกระตุ้นความภาคภูมิใจในตนเอง ทำให้เด็กๆ มีวิสัยทัศน์กว้างไกล และมีอิสระในการอภิปรายออกความเห็นเรื่องต่างๆ

Autonomous learning นับเป็นหนึ่งในแนวทางการเรียนการสอนที่เป็นที่นิยมมากในการศึกษาแบบโฮมสคูล เด็กๆ จะได้เลือกเองว่าอยากเรียนเรื่องอะไร หรืออาจเลือกเรื่องที่อยากเรียนเองไว้เป็นวิชาเลือกนอกเหนือไปจากวิชาพื้นฐานอย่างภาษาอังกฤษหรือคณิตศาสตร์ก็ได้

จากผลการศึกษาหลายแห่ง แสดงให้เห็นว่านักเรียนแบบโฮมสคูลมีผลการสอบที่ดีกว่านักเรียนอายุเท่าๆ กัน จากผลการศึกษาของ Rudner ในปี 1999 ชี้ให้เห็นว่านักเรียนที่เรียนแบบโฮมสคูลมีผลการสอบที่ดีกว่านักเรียนที่เรียนในโรงเรียนถึง 30 – 37 เปอร์เซนต์ในทุกๆ วิชาโดยรวม

จากผลการศึกษาในปี 2008 ยังพบว่าจากนักเรียนที่เรียนแบบโฮมสคูลทั้งหมด 11,739 โดยเฉลี่ยแล้วมีผลการสอบดีกว่านักเรียนที่เรียนในโรงเรียนถึง 37 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสอดคล้องผลการศึกษาของ Rudner ด้วย

ในอีกมิติหนึ่ง Raymond S. และ Dorothy N. Moore สรุปจากผลการวิจัยได้ว่า การให้เด็กเข้าเรียนในโรงเรียนไวเกินไปจะส่งผลดังนี้

  • ทำให้เด็กรู้สึกไม่มั่นคง เพราะต้องจากบ้านไปสู่ที่ๆ ให้ความรู้สึกมั่นคงหรือปลอดภัยน้อยกว่า
  • ทำให้รู้สึกประหลาดใจหรือตกใจกับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ และข้อห้าม ข้อจำกัดต่างๆ ในชั้นเรียน
  • ทำให้รู้สึกหงุดหงิด เพราะอยู่ในวัยที่ยังไม่พร้อม ทั้งประสาทสัมผัส การรับรู้ สมอง ยังไม่พร้อมที่จะรับมือหรือจัดการกับความเครียดและกฎระเบียบต่างๆ ในโรงเรียน
  • จะทำให้เกิดอาการไฮเปอร์ อยู่ไม่นิ่ง อยู่ไม่สุขอันเป็นผลมาจากภาวะเครียดและอาการหงุดหงิด
  • ทำให้เกิดภาวะล้มเหลว หรือเผชิญกับความล้มเหลว อันเป็นผลมาจากสาเหตุทั้ง 4 ข้อที่กล่าวมา

แหล่งข้อมูล

  1. นายกฯ สั่งตั้งคณะทำ Master Plan ขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา - http://www.naewna.com/local/70903 [2013, October 16].
  2. Homeschooling - http://en.wikipedia.org/wiki/Homeschooling [2013, October 16].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน