หน้าหลัก » บทความ » การสนทนาเชิงบวก (Positive conversation)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

การสนทนาเชิงบวก (Positive conversation) หมายถึง การพูดคุยโดยใช้คำพูดที่ดีและสร้างสรรค์ ซึ่งมีผลต่อการเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้กับผู้ที่เราสื่อสารด้วย การใช้คำพูดในเชิงบวกช่วยสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามให้ซึ่งกันและกัน ทำให้คู่สนทนารู้สึกประทับใจ เป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์และความรู้สึกมั่นใจ และไว้วางใจต่อกันได้ > โดยเฉพาะการใช้คำพูดในเชิงบวกของครู พ่อแม่ ผู้ปกครองหรือผู้เลี้ยงดูเด็ก ย่อมมีผลกระทบโดยตรงต่อเด็กทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งตรงข้ามกับการสนทนาเชิงลบ ซึ่งเมื่อพูดแล้วจะไปทำลายความรู้สึกหรือบั่นทอนสภาพจิตใจของเด็ก ทำให้เด็กขาดความเชื่อมั่น หรือเกิดภาวะความเครียดขึ้นในจิตใจ ความรู้สึกว่าได้รับความบาดเจ็บในส่วนลึกของจิตใจ ไปสกัดกั้นการเจริญงอกงามทาง ด้านการคิดและสติปัญญา ที่ส่งผลต่อพัฒนาการโดยรวมของเด็ก

การสนทนาเชิงบวกมีความสำคัญอย่างไร?

การสื่อสารระหว่างผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ผู้เลี้ยงดูเด็ก มีผลกระทบโดยตรงต่อการพัฒนาบุคลิกภาพของเด็กให้เป็นไปตามวัย หรืออาจทำให้เกิดการชะงักงันในด้านพัฒนาการก็ได้ การสื่อสารของผู้ใหญ่กับเด็กในช่วงปฐมวัย ทำให้ได้ รับประโยชน์ในด้านต่างๆ เช่น การแสดงออกทางอารมณ์ ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิด และทำให้ให้รับรู้ถึงความต้อง การของเด็กเป็นรายบุคคล คำพูดของผู้ใหญ่บางครั้ง ผู้ใหญ่อาจพูดโดยไม่ได้คิดหรือตั้งใจ แต่คำพูดเหล่านั้นมีผลกระทบต่อความรู้สึกและจิตใจของเด็ก ทั้งนี้เพราะการสนทนาเป็นการสื่อความหมายทางภาษา เพื่อให้ผู้อื่นรับรู้และเข้าใจ และพร้อมที่จะแสดงพฤติกรรมตอบโต้ต่อการมีปฏิสัมพันธ์นั้นๆ การสื่อสารด้วยการพูด อาจมีผลกระทบทั้งในเชิงบวกและลบต่อเด็ก การพูดในเชิงบวกจะเป็นการเสริมสร้างสัมพันธภาพและความเข้าใจอันดีซึ่งกันและกัน และส่งเสริมพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ แต่การพูดในเชิงลบหรือคำพูดที่ทำลายความรู้สึกและจิตใจ จะบั่นทอนความเชื่อมั่นในตนเอง และส่งผลต่อการพัฒนาบุคลิกภาพโดยรวมให้กับเด็กปฐมวัยได้

การสนทนาเชิงบวกมีประโยชน์ต่อเด็กปฐมวัยอย่างไร?

  • ส่งเสริมความเชื่อมั่นและความรู้สึกไว้วางใจให้กับเด็กที่มีต่อผู้ใหญ่ คำพูดที่ดีและสร้างสรรค์ เด็กฟังแล้วรู้สึกสบายใจ ไม่สร้างความเครียด จะทำให้เด็กมีความเชื่อมั่น และไว้วางใจต่อสิ่งแวดล้อมที่เขาอาศัยอยู่ เด็กในช่วงปฐมวัยจะสามารถรับรู้ถึงการตอบสนองด้วยการพูด หรือท่าทางที่ผู้ใหญ่แสดงต่อเขาได้
  • ส่งเสริมให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ เด็กปฐมวัยเป็นวัยที่มีการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ถึง 80% และนักจิตวิทยาเชื่อว่า ความคิดสร้างสรรค์จะเกิดขึ้นได้เมื่อเด็กรู้สึกผ่อนคลาย และมีอิสระในการคิดตามความสนใจและจินตนาการของเด็กเอง การพูดที่สร้างสรรค์หรือให้กำลังกับเด็ก จะทำให้เด็กมีความมั่นใจ กล้าที่จะคิด หรือแสดงออกอย่างสร้างสรรค์
  • ส่งเสริมทักษะทางด้านภาษาให้กับเด็ก การเรียนรู้ทักษะทางภาษา ทั้งทางด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน ต้องกระทำไปพร้อมกันและสอดคล้องเหมาะสมกับวัย การพูดและสื่อสารกับเด็กในเชิงบวก ทำให้เด็กได้รับการพัฒนาทางด้านการพูดและการสื่อความหมาย เช่น การใช้ภาษาที่สุภาพและเหมาะสมในการสื่อสารกับคนอื่น การรู้จักเลือกคำพูดและมีมารยาทในการพูด ฯลฯ
  • ส่งเสริมพัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจให้กับเด็ก การใช้คำพูดเชิงบวกและสร้างสรรค์ ทำให้เด็กรู้สึกผ่อนคลาย ไม่มีความเครียด และรู้สึกอบอุ่น ทำให้เด็กมีสุขภาพจิตที่ดี ซึ่งคุณลักษณะดังกล่าวนี้เป็นองค์ประกอบของพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ
  • ส่งเสริมพัฒนาการทางสังคมให้กับเด็ก การอยู่ร่วมกันในสังคมของเด็ก ความสามารถในการเล่นและทำงานร่วม กับกลุ่ม การแสดงออกถึงความต้องการของตนเองในด้านการคิด ความรู้สึกและความต้องการให้กลุ่มรับรู้ และตอบสนองได้อย่างเหมาะสม ย่อมต้องใช้ภาษาในการสื่อสาร ดังนั้นการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพด้วยการใช้คำพูดที่ดีและมีความสร้าง สรรค์ และสามารถสร้างความประทับใจให้กับเพื่อน จะทำให้เด็กมีทักษะทางสังคมที่ดีได้
  • ส่งเสริมให้เด็กประสบความสำเร็จในการเรียน การพูดในเชิงบวกที่ผู้ใหญ่ใช้กับเด็ก ทั้งพ่อแม่หรือครู จะช่วยให้เด็กมีกำลังใจ เสริมสร้างพลังการเรียนรู้ และมีแนวโน้มที่จะทำให้เด็กประสบความสำเร็จในเรื่องการเรียนและการศึกษา จากผลการวิจัยหลายฉบับพบว่า รูปแบบของการใช้ปฏิสัมพันธ์หรือการเลี้ยงของพ่อแม่ ไม่ว่าจะเป็นการให้ความสะดวกหรือสนับสนุนเด็กด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และการใช้วาจาในเชิงบวก เด็กที่รับการตอบสนองเชิงบวกมีความสำเร็จในเรื่องการเรียนและการมีชีวิตครอบครัวที่ดีในเวลาต่อมา
  • ช่วยลดปัญหาในเรื่องพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของเด็กในด้านต่างๆ การพูดในเชิงบวกจะเป็นแรงกระตุ้นให้เด็กแสดงออกซึ่งพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ในทางตรงข้ามถ้าเด็กได้รับการตอกย้ำด้วยคำพูดที่บั่นทอนความรู้สึกและทำลายจิตใจจะส่งผลให้เด็กรู้สึกต่อต้านและจะแสดงพฤติกรรมในทางลบ เช่น การแสดงพฤติกรรมตอบโต้ด้วยความก้าวร้าว การหนีออกจากบ้าน การแสดงพฤติกรรมถดถอย การเข้าหาหรือพึ่งพายาเสพติด หรือการใช้สื่อเทคโนโลยีในทางที่ผิด เป็นต้น

ครูใช้การสนทนาเชิงบวกกับเด็กปฐมวัยอย่างไร?

ในการจัดประสบการณ์หรือกิจกรรมตามตารางกิจกรรมประจำวันที่โรงเรียน ทุกกิจกรรมต้องอาศัยกระบวนการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ จึงจะทำให้การดำเนินกิจกรรมต่างๆเป็นไปอย่างราบรื่น และเป็นการควบคุมหรือจัดการชั้นเรียนของครูได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับการใช้คำพูดในเชิงบวกในกิจกรรมต่างๆ มีรายละเอียดดังนี้

  • กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ เป็นกิจกรรมที่เด็กได้แสดงออกอย่างสร้างสรรค์ด้วยการใช้ท่าทางและการเคลื่อน ไหวตามจังหวะเพลง ทำนอง ดนตรีต่างๆ ซึ่งในนี้จะมีจุดมุ่งหมายให้เด็กรู้จักสร้างสรรค์ท่าทางด้วยตนเองที่มีความแตกต่างจากคนอื่น ดังนั้น การพูดเพื่อส่งเสริมให้เด็กสร้างสรรค์ท่าทางจะเกิดขึ้นในกิจกรรมการเคลื่อนไหวนี้ เช่น ครูอาจบอกว่า เด็กลองทำท่าทางการเดินของสัตว์ที่เด็กชอบ และเดินไม่ให้ชนกัน เด็กๆลองทำเสียงร้องของสัตว์ที่เด็กชอบ เด็กๆลองทำท่า ทางของคนอาชีพต่างๆ เช่น ครู คนขายของ ตำรวจจราจร และเมื่อเด็กทำได้ ครูก็ใช้คำพูดในเชิงสร้างสรรค์หรือเสริมแรงเพื่อให้กำลังใจให้เด็กคิดท่าทางหรือแสดงออกสร้างสรรค์มากขึ้น
  • กิจกรรมเสริมประสบการณ์ เป็นกิจกรรมที่เรียนรู้ความคิดรวบยอด และเสริมสร้างพัฒนาการทั้ง 4 ด้านจากการเรียนรู้แบบหน่วยหรือหัวเรื่อง สำหรับกิจกรรมนี้เป็นการสนานาและปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ การใช้คำพูดในเชิงบวกจะเกิดขึ้นในช่วงของการสนทนาอภิปราย การมีปฏิสัมพันธ์และให้กำลังใจเด็กในช่วงดำเนินกิจกรรม เช่น การสนทนาเกี่ยวกับเรื่องสัตว์เลี้ยงที่เด็กรู้จัก ว่ามีอะไรบ้าง ครูเปิดโอกาสให้เด็กได้บอกชื่อสัตว์เลี้ยงที่เด็กรู้จักคนละ 1 ชนิด ในขั้นนี้ครูให้กำลังใจเด็กด้วยการชมเชยหรือพูดให้กำลังใจ เช่น ดีมาก มีอะไรอีกที่เป็นสัตว์เลี้ยง ลองบอกให้มากที่สุด และควรให้กำลังใจกับเด็กที่ยังนึกหาคำตอบไม่ได้ด้วยการพูดว่า ไม่เป็นไร เดี๋ยวลองคิดใหม่ ถ้าคิดได้ค่อยตอบครูก็ได้ เป็นต้น หรือการจัดกิจกรรมการทด ลองเรื่องหมุดลอยน้ำ จากการเรียนรู้เรื่องการจมการลอย ครูอาจกระตุ้นและให้กำลังใจกับเด็กว่า จะวางหมุดในลักษณะใดที่ไม่ให้จมน้ำ เช่น ลองวางใหม่ซิคะ วางแนวนอนหรือแนวตั้ง ไม่เป็นไรทำไม่ได้ ช่วยกันหาวิธีการใหม่ก็ได้ หรือถ้าเด็กทำได้ก็อาจพูดเสริมแรงว่า ยอดเยี่ยมจริงนะคะ ช่วยแนะนำเพื่อนๆในกลุ่มให้ทำบ้างนะคะ เป็นต้น
  • กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ เป็นกิจกรรมที่เด็กได้แสดงความคิดและจินตนาการผ่านสื่อต่างๆ ด้วยกิจกรรมศิลปะในรูปแบบต่างๆ ทั้งการทดลองด้วยสี การทำกิจกรรมงานกระดาษ งานประติมากรรม งานประดิษฐ์ต่างๆ ฯลฯ การใช้คำพูดเชิงบวกจะเกิดขึ้นในเชิงที่เด็กปฏิบัติกิจกรรม เช่น กิจกรรมการวาดภาพระบายสี เมื่อครูเดินไปสังเกตกิจกรรมตามโต๊ะแล้วเห็นว่าเด็กวาดภาพบ้าน แต่บ้านที่เด็กวาดยังไม่มีประตู ครูอาจใช้คำพูดให้กำลังใจเด็ก แล้วช่วยเสริมในส่วนที่ขาดไป บ้านของหนูน่าอยู่จังเลย มีใครอยู่ในบ้านบ้างคะ ถ้าครูไปบ้านของหนู ครูจะเข้าไปในบ้านได้อย่างไรคะ ตรงไหนคือทางเข้าไปในบ้านคะ หรือถ้าเห็นเด็กปั้นดินน้ำมันเป็นตัวไดโนเสาร์ แล้วยังไม่มีตา ครูอาจให้กำลังใจเด็กด้วยการพูดว่า ไดโนเสาร์ของหนูสวยมากเลยคะ แต่ไดโนเสาร์จะเดินไปไหนมาไหนได้อย่างไรคะถ้าไม่มีตา การพูดในลักษณะการให้กำลังใจ และเป็นการกระตุ้นให้เด็กคิดด้วยตนเอง เป็นการพูดในเชิงบวกที่ไม่ทำให้เด็กรู้สึกว่าตนเองทำผิด แต่การพูดที่สร้างสรรค์และให้กำ ลังใจ จะทำให้เด็กรู้สึกท้าทายและอยากทำกิจกรรมต่อไป
  • กิจกรรมเสรี เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เด็กได้เลือกและตัดสินใจเล่นตามมุมประสบการณ์ต่างๆ กิจกรรมการเล่นตามมุม จะส่งเสริมให้เด็กรู้จักรับผิดชอบ การเก็บของเล่น และการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ สำหรับในเรื่องของเสริมสร้างความรับผิดชอบ เมื่อเด็กเล่นของเล่นเสร็จแล้ว ครูอาจส่งเสริมให้เด็กรู้จักการเก็บของเล่นเข้าที่ ด้วยการร้องเพลงเก็บของเล่น หรือพูดว่า ถ้าเราไม่เก็บของเล่น ห้องเรียนของเราจะเป็นอย่างไรคะ ตอนกลางวันเราจะใช้พื้นที่ไหนปูที่นอนคะ ส่วนในช่วงที่เด็กเล่น ครูอาจใช้คำพูดเพื่อให้เด็กสร้างสรรค์การเล่น โดยการเข้าร่วมเล่นกับเด็กด้วยก็ได้ เช่น เด็กกำลังเล่นมุมบ้าน และกำลังประกอบอาหาร ครูอาจเข้าไปถามว่า วันนี้น้องพลอยทำอาหารอะไรเลี้ยงเพื่อนๆบ้างคะ การทำกล้วยบวชชีต้องใส่อะ ไรบ้างคะ เป็นต้น นอกจากนี้ในกิจกรรมอื่นๆ ก็อาจเสริมพลังการเรียนรู้ด้วยการพูดในเชิงบวก เพื่อให้กำลังใจเด็กให้อยากทำและร่วมกิจกรรม ซึ่งเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พ่อแม่ ผู้ปกครองใช้การสนทนาเชิงบวกกับลูกได้อย่างไร?

พ่อแม่ ผู้ปกครองเป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเด็กมากที่สุด ดังนั้น จึงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก ไม่ว่าจะเป็นการพูด การสัมผัส การจัดการกับอารมณ์ สิ่งเหล่านี้ถือเป็นสิ่งแวดล้อมภายนอกที่มีส่วนส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการในด้านต่างๆดีไปด้วย การสนทนาเชิงบวกของพ่อแม่ที่สร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกในช่วงต้นของชีวิต ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เด็กมีสุขภาพจิตและอารมณ์ที่ดี เด็กจะรับรู้ได้ทั้งท่าทาง การยิ้ม การสัมผัส น้ำเสียงที่พ่อแม่แสดงต่อลูก ทำให้ลูกตอบโต้ต่อพฤติกรรมของแม่ได้ ถ้าพ่อแม่ใช้คำพูดที่นุ่มนวลอ่อนหวาน ส่งสายตาด้วยความเมตตาให้กับลูก ลูกจะรับรู้ได้ถึงสัมผัสที่อบอุ่น ดังนั้น การใช้ปฏิสัมพันธ์กับเด็กหรือลูกด้วยการพูดและสัมผัส มีผลกระทบโดยตรงต่อพัฒนาการของเด็กในช่วงปฐมวัย เมื่อเด็กโตขึ้นในช่วงที่เด็กเรียนรู้ที่จะทดลอง และทำสิ่งต่างด้วยตนเอง บางครั้งอาจทำให้เด็กเกิดอันตรายจากการเรียนรู้ได้ เช่น การใช้มือไปจับพัดลมที่กำลังหมุน หรือการแหย่มือเข้าไปในปลั๊กไฟฟ้า หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า บางครั้งการที่พ่อแม่ไปห้ามหรือดุเด็ก อาจทำให้เขาขาดความมั่นในในการกระทำของตัวเอง และสงสัยในความสามารถของตนเองซึ่งมีผลกระทบต่อพัฒนาบุคลิกภาพได้ ดังนั้นพ่อแม่ควรปลอบลูกมากกว่าที่จะไปใช้คำพูดที่บั่นทอนจิตใจ หรือการทำร้ายความรู้สึกที่ไม่ดีให้กับเด็ก เด็กในวัยอนุบาลเป็นช่วงเวลาที่เด็กต้องการความเป็นอิสระและริเริ่มทำสิ่งต่างๆด้วยตัวเอง กล้าคิดและแสดงออก ชอบถามคำถามมากขึ้น คำถามจะถามว่าทำไม ดังนั้น พ่อแม่ต้องมีความอดทนต่อการรบเร้าให้ตอบ ใน ช่วงนี้พ่อแม่ไม่ควรพูดในเชิงปฏิเสธ หรือแสดงอาการว่ารำคาญต่อการถามของลูก การพูดว่าไม่รู้ ถามอะไรไม่เข้าท่า หรือปฏิเสธคำถามของเด็ก จะทำให้เด็กรู้สึกถึงการถูกสะกั้นกั้นความคิด และทำให้เป็นเด็กที่ไม่กล้าแสดงออกในสิ่งต่างๆ และส่งผลกระทบต่อพัฒนาการโดยรวมของเด็กในอนาคต

เกร็ดความรู้เพื่อครู

การมีปฏิสัมพันธ์ด้วยการพูดของครูมีผลกระทบต่อความรู้สึกของเด็ก ดังนั้น ผู้ที่ประกอบวิชาชีพครูต้องเรียนรู้ว่าจะพูดอย่าง ไร ต้องมีความฉลาดทางอารมณ์ ต้องมีการวางแผนและตัดสินใจพูดอย่างระมัดระวัง การยิ้ม การแสดงออกถึงความรู้สึกและอารมณ์ขันต่างๆ หรือแม้แต่น้ำเสียงของครูที่เปล่งออกมา อีกทั้งคำพูดที่ครูเลือกใช้เพื่อพูดกับเด็ก ครูควรให้ความสำคัญกับการใช้ปฏิสัมพันธ์นี้เป็นอย่างมาก นอกจากนี้การเสริมพลังให้กับเด็ก โดยการใช้การปฏิสัมพันธ์ไม่ใช่เพียงแต่เป็นเรื่องของการพูดที่ครูใช้เพื่อการสื่อสารกับเด็กในแต่ละวัน การเสริมพลังให้กับเด็กอาจเป็นเรื่องของพฤติกรรมทุกๆ อย่างของครูที่เด็กจะสามารถเรียนรู้และเลียนแบบได้ ดังนั้นการจัดสภาพแวดล้อมที่เป็นการพูดในเชิงบวกที่เป็นการเสริมพลังให้กับเด็กจึงเป็นวิธีการที่จะช่วยให้เด็กได้พัฒนาทางด้านอารมณ์ จิตใจ บุคลิกภาพรวมถึงพัฒนาการด้านอื่นอีกด้วย

บรรณานุกรม

  1. พัชรี ผลโยธิน. (2551). การจัดประสบการณ์เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยด้านอารมณ์ จิตใจ และสังคม ประมวลสาระชุดวิชา การจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย หน่วยที่ 11. นนทบุรี : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
  2. สิริมา ภิญโญอนันตพงษ์. (2550). เอกสารชุดวิชา ECED 201 การศึกษาปฐมวัย. กรุงเทพฯ : คณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต.
  3. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2547). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพฯ:โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  4. Amy Laura Dombro and others. (2011). “Powerful Interaction,” Young Children. 66 (1) : 12 – 20. January 2011
  5. Jennifer J. Chen and Suzanne H. Shire. (2011). “Strategic Teaching : Fostering Communication Skills inDiverse Young Learning,” Young Children. 66 (2) : 20 – 27. March 2011

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน