หน้าหลัก » บทความ » การสอนทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์จากวัสดุธรรมชาติ (Teaching Mathematics Basic Skills from Natural Materials )

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

การสอนทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์จากวัสดุธรรมชาติ

การสอนทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์จากวัสดุธรรมชาติ (Teaching Mathematics Basic Skills from Natural Materials)หมายถึง หมายถึง การส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ด้านการสังเกต เปรียบเทียบ การจัดกลุ่ม การเรียงลำดับ การนับ การรู้ค่าจำนวนจากวัสดุธรรมชาติที่ได้จากพืชและสัตว์ เช่น เมล็ดธัญพืชต่างๆ เปลือกข้าวโพด ใบมะพร้าว ก้านกล้วย ใบไม้ ดอกไม้ ฯลฯ และวัสดุธรรมชาติที่ได้จากสัตว์ เช่น เปลือกหอย เกล็ดปลา ซากกุ้ง ปู ฯลฯ ที่นำมาจัดกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ เช่น การวาดภาพระบายสี การปั้น การร้อย การพิมพ์ภาพ การประดิษฐ์ การสร้างภาพ ฯลฯ

การนำวัสดุจากธรรมชาติที่ได้จากพืชและสัตว์ที่มีอยู่รอบตัวมาจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ เช่น การวาดภาพบนก้อนหิน การวาดภาพบนใบไม้ การร้อยพวงมาลัยจากดอกดาวเรือง การสานจากใบมะพร้าว การสร้างภาพจากเมล็ดพืช การประดิษฐ์ตุ๊กตาจากเปลือกข้าวโพด การสร้างภาพด้วยเกล็ดปลา การประดิษฐ์โมบายด้วยเปลือกหอย ฯลฯ กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์จากวัสดุธรรมชาติเหล่านี้ นอกจากช่วยให้เด็กมีความสนุกสนานเพลิดเพลินในการแสดงออกทางด้านอารมณ์และความรู้สึกผ่านสื่อต่างๆออกมาเป็นผลงานทางศิลปะแล้ว สื่อวัสดุธรรมชาติที่มีลักษณะแตกต่างกันในเรื่องรูปร่าง สี ขนาด น้ำหนัก พื้นผิว เป็นสิ่งที่ช่วยให้เด็กได้เรียนรู้ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ได้ ทั้งทักษะการสังเกต เปรียบเทียบ การนับ การจัดกลุ่ม การจัดลำดับ การเรียนรู้ค่าและจำนวน ฯลฯ

การสอนทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์จากวัสดุธรรมชาติมีความสำคัญอย่างไร?

การเรียนรู้คณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย เป็นการส่งเสริมประสบการณ์ทางคณิตศาสตร์ที่แตกต่างไปจากการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ คณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยเป็นความเข้าใจเกี่ยวกับจำนวน หน้าที่ และความสัมพันธ์ของจำนวนความเป็นไปได้ คณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยจะเน้นการจำแนกสิ่งต่างๆ การเปรียบเทียบและการเรียนรู้สัญลักษณ์ของคณิตศาสตร์ ซึ่งเด็กจะเรียนรู้ได้จากกิจกรรมปฏิบัติการ ประสบการณ์จริงทางคณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวันของเด็ก เช่น เด็กจะเรียนรู้จำนวนมากกว่า น้อยกว่าจากการแบ่งของเล่น การแบ่งสิ่งของที่พ่อแม่ซื้อให้ การแบ่งผลไม้ เด็กจะเรียนรู้ว่าตนเองได้ผลไม้มากกว่าพี่ชายจากการสังเกตว่าผลไม้มีปริมาณมากกว่าหรือกองใหญ่กว่า ความเข้าใจเกี่ยวกับคณิตศาสตร์เรื่องตัวเลขของเด็กจะพัฒนาอย่างเป็นขั้นตอนเช่นเดียวกับการเจริญเติบโตของร่างกาย โดยเริ่มจากการที่เด็กใช้คณิตศาสตร์อย่างง่ายจากการคิดของตน แล้วค่อยๆพัฒนาถึงกระบวนการคิดแบบคณิตศาสตร์อย่างถูกต้อง นอกจากนี้กิจกรรมส่งเสริมทางคณิตศาสตร์ที่ครูจัดขึ้นให้เด็กที่โรงเรียน จะต้องมีการวางแผนและเตรียมการอย่างดี มุ่งเน้นการทำงานเป็นกลุ่ม การมีส่วนร่วมโดยเน้นเด็กเป็นสำคัญเพื่อให้เด็กได้สร้างความรู้และทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ ปลูกฝังให้เด็กได้รู้จักการค้นคว้าและการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์อย่างสนุกสนานเพื่อเป็นการปูพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ในขั้นสูงต่อไป

ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ (Mathematics Skills) เป็นทักษะหรือประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญาที่มีความสำคัญ จำเป็นต้องได้รับการพัฒนาให้กับเด็กปฐมวัย คณิตศาสตร์มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการดำเนินชีวิตประจำวันของเด็กปฐมวัย ซึ่งทั้งพ่อแม่และครูย่อมตระหนักถึงความสำคัญของคณิตศาสตร์อยู่แล้วว่า ในการเล่นและการสื่อสารพูดคุยของเด็กของเด็กนั้นมักมีเรื่องคณิตศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิตประจำวันอยู่เสมอ เช่น เด็กบอกว่าวันนี้หนูตื่นเช้า วันนี้หนูไปบ้านย่า บ้านย่าอยู่ไกลมาก และวันนี้หนูได้เงินมาโรงเรียน 5 บาท เป็นต้น จากคำพูดของเด็กได้พูดถึงการเปรียบเทียบ การวัดและตัวเลข ประโยคต่างๆล้วนน่าสนใจและแสดงให้เห็นว่ามีการใช้คำศัพท์เกี่ยวกับคณิตศาสตร์ นอกจากนี้การสอนทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ยังมีความสำคัญต่อเด็กปฐมวัยดังนี้

  • เพื่อให้เด็กมีความพร้อมที่จะเรียนคณิตศาสตร์เบื้องต้น ได้แก่ การสังเกต เปรียบเทียบ การแยกหมู่ การรวมหมู่ การเพิ่มขึ้นและการลดลง
  • เพื่อขยายประสบการณ์เกี่ยวกับคณิตศาสตร์ให้สอดคล้องกัน โดยการลำดับจากง่ายไปหายาก
  • เพื่อให้เด็กเข้าใจความหมายและบอกสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับคณิตศาสตร์ได้ถูกต้อง เช่น เด็กจะต้องเข้าใจความหมายของสัญลักษณ์ต่างๆ หมายถึง การใช้สัญลักษณ์แสดงจำนวนแทนสิ่งของต่างๆ
  • เพื่อฝึกทักษะเบื้องต้นในการคิดคำนวณ โดยการสร้างประสบการณ์ให้แก่เด็กปฐมวัยด้วยการฝึกการเปรียบเทียบรูปทรงต่างๆ และการบอกความแตกต่างในเรื่องของขนาด น้ำหนัก ระยะเวลา จำนวนของสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัวได้ สามารถแยกแยะสิ่งของเป็นหมวดหมู่ เรียงลำดับเล็กไปหาใหญ่ สูงไปหาต่ำ แยกเป็นหมู่ย่อย การเพิ่มลดของจำนวน ทักษะเหล่านี้จะช่วยให้เด็กพร้อมที่จะคิดคำนวณในขั้นต่อไป
  • เพื่อฝึกการใช้เหตุผล อาจทำได้โดยการตั้งปัญหาให้เด็กคิดหาเหตุผล หาคำตอบ ค้นคว้าด้วยตนเอง โดยครูเป็นผู้อำนวยความสะดวกเพื่อให้เด็กเกิดความมั่นใจและตัดสินใจได้ง่ายขึ้น วิชาคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน มีการตัดสินใจอย่างมีเหตุผลและจะต้องเริ่มฝึกตั้งแต่ยังเล็ก
  • เพื่อให้สัมพันธ์กับกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์และภาษา สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ ดังนั้นจึงต้องให้สัมพันธ์กับตัวเด็กเอง
  • เพื่อให้เด็กมีใจรักในวิชาคณิตศาสตร์ ครูควรพยายามจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น เกม เพลง นิทาน เพื่อเป็นการเร้าความสนใจของเด็กให้เกิดความสนุกสนานและสร้างความรู้โดยไม่รู้สึกตัว เมื่อเด็กรักวิชาคณิตศาสตร์ เด็กจะสนใจ กระตือรือร้นอยากค้นคว้าหาสาเหตุด้วยตัวเอง ทำให้เด็กเกิดความภาคภูมิใจอยากจะหาเหตุผลต่อไป (สิริมณี บรรจง. 2549.:1-2) กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เป็นการแสดงออกผ่านสื่อต่างๆที่แสดงถึงความคิด ความรู้สึกและถ่ายทอดประสบการณ์ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ จินตนาการของเด็กแต่ละคนอย่างอิสระในการแสดงออกมาเป็นผลงาน กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์นอกจากจะช่วยให้เด็กเกิดความเพลิดเพลินแล้ว เด็กยังมีโอกาสแสดงความรู้สึกนึกคิด เกิดการเรียนรู้และค้นพบสิ่งต่างๆ จากการสำรวจ ทดลอง กับสื่ออุปกรณ์ทางศิลปะด้วยตัวของเด็กเอง ในขณะที่เด็กทำกิจกรรมเด็กจะเกิดความเชื่อมั่นในตนเอง และเกิดความภาคภูมิใจในผลงาน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการคิดในสิ่งที่มีความหมายสำหรับเด็ก กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ที่นำมาจัดให้กับเด็กปฐมวัยมีหลายประเภทด้วยกัน

วัสดุจากธรรมชาติเป็นวัสดุที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ บางชนิดหาได้ง่ายมีอยู่ทั่วไปเก็บเอามาใช้ได้ บางชนิดต้องซื้อหาเพื่อนำมาใช้ เราสามารถนำวัสดุจากธรรมชาติมาใช้ประโยชน์หรือประดิษฐ์เป็นสิ่งต่างๆ วัสดุจากธรรมชาติแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

  1. เศษวัสดุจากพืช ได้จากส่วนต่างๆของพืช คือ รากต้นไม้ กิ่ง ใบ เปลือก ผล เมล็ด ดอก ฯลฯ ซึ่งทำให้แห้ง แช่น้ำให้นิ่ม ตัดเป็นรูปตามต้องการ นำมาประดิษฐ์ตุ๊กตา ดอกไม้ หรืออื่นๆ เมล็ดพืชแช่น้ำร้อนนำมาร้อย เปลือกไม้แกะเป็นชิ้นนำมาประดิษฐ์ตกแต่ง
  2. วัสดุจากสัตว์ วัสดุต่างๆที่ได้จากสัตว์ เช่น เปลือก ตัวสัตว์ ผลิตผลจากสัตว์ สิ่งที่มักนำมาใช้ได้แก่ เปลือกหอย ปะการัง กัลปังหา ซากปู กุ้ง เกล็ดปลา
  3. เศษวัสดุอื่นๆ เช่น หิน ทราย เป็นต้น การทำงานศิลปะสร้างสรรค์จากวัสดุธรรมชาติ ทำให้เด็กได้มีโอกาสสังเกต สัมผัสวัสดุที่มีความแตกต่างกันในเรื่องของรูปทรง ขนาด พื้นผิวสัมผัส น้ำหนัก สีอ่อน แก่ ฯลฯ ซึ่งส่งเสริมให้เด็กเกิดความคิดรวบยอดและทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์เกี่ยวกับรูปร่างลักษณะ รูปทรง ความกว้าง ความยาว (สูง-ต่ำ) ขนาด (เล็ก-ใหญ่) พื้นผิว (เรียบ ขรุขระ หยาบ) จากการมีประสบการณ์กับสื่อที่เป็นวัสดุธรรมชาติรอบตัว เป็นการเรียนรู้โดยการใช้ความรู้สึกสัมผัสกับสิ่งที่เป็นวัสดุจากธรรมชาติ

การสอนทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์จากวัสดุธรรมชาติมีประโยชน์ต่อเด็กปฐมวัยอย่างไร?

การสอนทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ผ่านกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์จากวัสดุธรรมชาติมีคุณค่าและประโยชน์ต่อเด็กปฐมวัยดังนี้

  • พัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ให้กับเด็กปฐมวัย การจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์จากการใช้วัสดุธรรมชาติมาเป็นสื่อในการแสดงออกทางความคิด ทำให้เด็กได้พัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ จากการสำรวจวัสดุอุปกรณ์ สังเกต จำแนก บอกรายละเอียด นับจำนวน เปรียบเทียบ จัดลำดับวัสดุธรรมชาติที่นำมาจัดกิจกรรม
  • พัฒนาการรับรู้วัตถุจากการสำรวจและการสร้างสรรค์งานศิลปะจากวัตถุต่างๆ ทำให้เด็กมีประสาทไวต่อธรรมชาติ สามารถแยกความแตกต่างของวัสดุและรูปแบบได้
  • พัฒนาเด็กให้มีความเจริญงอกงามด้านร่างกาย การทำงานศิลปะจากวัสดุธรรมชาติส่งเสริมการทำงานประสานกันระหว่างกล้ามเนื้อมือและสายตา ทำให้อวัยวะส่วนต่างๆของร่างกายมีความแข็งแรงและมีทักษะการทำงานอย่างคล่องแคล่ว
  • พัฒนาเด็กให้มีความเจริญงอกงามทางด้านอารมณ์ การทำงานศิลปะด้วยวัสดุจากธรรมชาติช่วยให้เด็กมีความรู้สึกสนุกสนานกับกิจกรรม มีความร่าเริง ยิ่งถ้าประสบความสำเร็จจากการทำกิจกรรม ยิ่งทำให้เกิดความเชื่อมั่นในตนเอง บนพื้นฐานของความรักและความรู้สึกภาคภูมิใจในความสามารถของตน ส่งเสริมให้เด็กมีสุขภาพจิตที่ดี ตลอดจนมีความรู้สึกดีงามต่อผู้คนและธรรมชาติรอบตัว
  • พัฒนาเด็กให้มีความเจริญงอกงามทางด้านสังคม การจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์จากวัสดุธรรมชาติสามารถส่งเสริมพัฒนาการด้านสังคมได้อย่างเหมาะสม เช่น การทำกิจกรรมศิลปะแบบกลุ่มทำให้เด็กได้รับการฝึกหัดทางด้านสังคมจากการเรียนรู้บทบาทของตนเอง ความรับผิดชอบ ความร่วมมือ การแบ่งปัน การรอคอย การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เป็นต้น
  • พัฒนาเด็กให้มีความเจริญงอกงามทางด้านสติปัญญา ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และจินตนาการจากการที่เด็กได้สังเกต สำรวจ ทดลอง ค้นคว้าวัสดุธรรมชาติต่างๆ เด็กได้รับรู้ เลือกสรร ตัดสินใจ วางแผน รวมทั้งการวิจารณ์และประเมินค่าผลงานที่ตนเองแสดงออกมาจนสำเร็จ กระบวนการเรียนรู้ดังกล่าวนี้ตอบสนองต่อลักษณะนิสัยของเด็กที่อยากรู้อยากเห็น เปิดโอกาสให้เด็กแสดงออกอย่างอิสระเสรีภายใต้บรรยากาศที่สนุกสนานเพลิดเพลิน
  • ส่งเสริมให้เด็กมีคุณลักษณะที่ดี เช่น การอนุรักษ์และหวงแหนต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบร่วมกัน การนำวัสดุธรรมชาติทั้งวัสดุที่ได้จากพืชและจากสัตว์ไม่ใช่เป็นการทำลายสิ่งแวดล้อม หากแต่เป็นการนำเศษวัสดุที่ได้จากธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ไม่มีชีวิตมาใช้ให้เกิดประโยชน์ จะเป็นการช่วยสอนให้เด็กปฏิบัติต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างถูกต้องเหมาะสม เช่น การนำเปลือกหอยและเกล็ดปลามาพิมพ์ภาพ แต่ไม่ได้ไปจับสัตว์เหล่านี้มาเพียงเพื่อให้ได้เกล็ดปลาหรือเปลือกหอย ควรเก็บซากพืชหรือสัตว์ที่ตายแล้วเท่านั้น เป็นต้น

ครูจัดกิจกรรมสอนทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์จากวัสดุธรรมชาติที่โรงเรียนอย่างไร?

การสอนทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์จากวัสดุธรรมชาติจะนำมาใช้ในการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์หรือกิจกรรมสร้างสรรค์ในรูปแบบต่างๆ ทั้งการวาดภาพระบายสี การร้อย การประดิษฐ์ การปั้น การพิมพ์ภาพ ดังนั้นการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์จึงมีขั้นตอนต่างๆที่เป็นลำดับขั้นเพื่อให้เด็กเรียนรู้ที่จะปฏิบัติได้ถูกต้อง เช่น

  • การส่งเสริมทักษะการนับจากการพิมพ์ภาพจากใบไม้ โดยพาเด็กไปสำรวจบริเวณโรงเรียนว่ามีต้นไม้อะไรบ้าง จากนั้นให้เด็กเก็บใบไม้จำนวน 10 ใบเข้าห้องเรียน แล้วให้เด็กนับจำนวนใบไม้ทีละใบพร้อมกันจนถึงสิบ จากนั้นครูสาธิตการพิมพ์ภาพด้วยใบไม้ แล้วให้เด็กปฏิบัติกิจกรรมและเก็บวัสดุอุปกรณ์ ทำความสะอาดพื้นที่จัดกิจกรรม
  • การส่งเสริมทักษะการเปรียบเทียบจากกิจกรรมการร้อยต้นกก ให้เด็กออกมาเปรียบเทียบความยาว ความสูงและเรียงลำดับขนาดของต้นกก ก่อนที่จะให้เด็กหั่นต้นกกเป็นท่อนสั้นและยาวเพื่อนำมาร้อยสลับกัน
  • ส่งเสริมทักษะการจัดลำดับจากกิจกรรมการทำโมบายจากเปลือกหอย โดยให้เด็กเรียงลำดับเปลือกหอยจากเล็กไปหาใหญ่และจากใหญ่ไปหาเล็ก แล้วให้เด็กประดิษฐ์เป็นโมบายตามความคิดและจินตนาการ

นอกจากนี้กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ที่ส่งเสริมการนับจากการนำวัสดุธรรมชาติมาใช้เช่น การนับผลสับปะรด การนับใบมะพร้าว การนับดอกไม้ การนับเปลือกไข่ การนับก้านกล้วย การส่งเสริมทักษะการเปรียบเทียบ เช่น การเปรียบเทียบขนาดของเมล็ดข้าวเปลือกที่นำมาสร้างภาพปะติด การเปรียบเทียบฝักข้าวโพดที่นำเปลือกมาประดิษฐ์เป็นตุ๊กตา การเปรียบเทียบขนาดของดินเหนียวที่นำมาปั้น การเปรียบเทียบขนาดของเปลือกหอยที่นำมาประดิษฐ์ เป็นต้น การส่งเสริมทักษะการจัดลำดับ เช่น การเรียงลำดับความยาวของต้นกกที่นำมาร้อยหรือสาน การเรียงลำดับสีอ่อนแก่ของดอกไม้ที่นำมาร้อยพวงมาลัย การเรียงลำดับขนาดของผักตบชวาที่นำมาร้อย การเรียงลำดับขนาดของก้านกล้วยที่นำมาประดิษฐ์เป็นโมบาย เป็นต้น

พ่อแม่ผู้ปกครองจัดกิจกรรมสอนทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์จากวัสดุธรรมชาติให้กับลูกที่บ้านได้อย่างไร?

พ่อแม่ผู้ปกครองควรมีส่วนร่วมในการสร้างเสริมประสบการณ์ทางด้านศิลปะในขณะอยู่ที่บ้าน โดยเฉพาะการมีเจตคติที่ดีต่อการส่งเสริมการสร้างสรรค์ผลงานทางด้านศิลปะในรูปแบบต่างๆ ผู้ปกครองส่วนใหญ่จะรับรู้เกี่ยวกับผลงานที่เด็กทำที่โรงเรียน หรือบางครั้งครูจะอนุญาตให้เด็กนำผลงานที่ทำมาให้ผู้ปกครองประเมิน ผู้ปกครองจึงเข้าใจเกี่ยวกับชิ้นงานสร้างสรรค์ของเด็กและสามารถนำมาส่งเสริมให้เด็กพัฒนาที่บ้านได้เช่นเดียวกัน ดังนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองจึงควรปฏิบัติและจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เด็กได้พัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์จากกิจกรรมสร้างสรรค์ดังนี้

  • สังเกตและมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอนของครูที่โรงเรียน เพื่อจะได้เรียนรู้ลักษณะของกิจกรรมสร้างสรรค์จากวัสดุธรรมชาติ
  • สนับสนุนสื่อการเรียนรู้ในกิจกรรมสร้างสรรค์ให้กับครูที่โรงเรียน เพื่อนำไปจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้กับเด็ก
  • สังเกตความสนใจของเด็กเกี่ยวกับความชอบความสนใจในด้านศิลปะว่าเด็กมีความถนัดในด้านใด เพื่อจะได้สามารถส่งเสริมเด็กได้ตามความถนัดของแต่ละคน
  • จัดเตรียมหาสื่อที่เป็นวัสดุธรรมชาติไว้ที่บ้าน เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ เช่น จัดหาเปลือกหอย เมล็ดพืช ใบไม้ ดอกไม้ให้เด็กได้สังเกต นับจำนวน เปรียบเทียบหรือจัดลำดับ ทำให้เด็กสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้ทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน
  • พาเด็กไปสัมผัสกับวัสดุธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในทุกสถานที่และทุกโอกาส เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ทักษะต่างๆพร้อมกัน เช่น การพาเด็กไปเที่ยวทะเล สอนให้เด็กรู้จักการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันอาจให้เด็กสร้างสรรค์งานศิลปะจากวัสดุธรรมชาตินั้นๆ เช่น การประดิษฐ์โมบายจากเปลือกหอย การร้อยสร้อยคอจากดอกไม้ เป็นต้น

ข้อเสนอแนะสำหรับครู

การจัดกิจกรรมสร้างสรรค์จากวัสดุธรรมชาติเป็นการใช้สื่อที่เป็นวัสดุที่มีตามธรรมชาติ ครูควรเน้นสื่อที่มีในท้องถิ่นที่เด็กอาศัยอยู่ สามารถหาได้ง่าย และควรใช้สื่อที่มีความหลากหลาย การให้เด็กมีส่วนร่วมในการนำสื่อที่เป็นวัสดุธรมชาติมาใช้ในการจัดกิจกรรมศิลปะที่โรงเรียนช่วยให้เด็กเกิดการเรียนรู้ และเกิดความภาคภูมิใจในตนเองที่ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมด้วย นอกจากนี้ครูควรมีส่วนช่วยในการสร้างเจตคติของผู้ปกครองที่มีต่อการส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์ให้กับเด็กที่บ้านด้วย

บรรณานุกรม

  1. กุลยา ตันติผลาชีวะ. (2547). รูปแบบการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้. กรุงเทพฯ : คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
  2. นิตยา ประพฤติกิจ. (2539). การพัฒนาเด็กปฐมวัย. กรุงเทพฯ : โอ เอส พริ้นติ้ง เฮาส์.
  3. เยาวพา เดชะคุปต์. (2542). กิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัย. กรุงเทพฯ : บริษัทสำนักพิมพ์แม็ค จำกัด.
  4. สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา, กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  5. สิริมณี บรรจง. (2549). เด็กปฐมวัยกับทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์. กรุงเทพฯ : คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา.
  6. Mayesky, Mary. (1998). Creative Activities for Young Children. USA. : Delmar.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน