หน้าหลัก » Blogs » การเรียนแบบ “ยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลาง” (ตอนที่ 1)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ทุกวันนี้ ใครๆ ก็ให้ความสำคัญกับการศึกษาในฐานะรากฐานของการพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าต่อไปในทุกๆ ด้าน ดังเช่นที่ ศาสตราจารย์ ดร. สุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เคยกล่าวไว้เป็นนโยบายว่า การเรียนการสอน ต้อง ยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลาง (Student Center)

การเรียนโดยยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลาง หรือถ้าเรียกให้คุ้นหูคนไทยมากกว่านี้ก็คือ การเรียนแบบยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง (Child-centered learning) ถือเป็นวิธีการเข้าถึงการศึกษาที่เน้นความสำคัญของความต้องการของนักเรียน มากกว่า ความต้องการของคนอื่นๆ ในกระบวนการศึกษา เช่น ครูและผู้บริหารโรงเรียน

วิธีการดังกล่าวนั้น มีการตีความถึงการออกแบบหลักสูตร เนื้อหาหลักสูตร และกิจกรรมร่วมกันในหลักสูตร ที่เน้น ความต้องการ ความสามารถ และความสนใจของเด็กแต่ละคน โดยจัดให้ครูอยู่ในฐานะผู้ช่วยอำนวยความสะดวก ในการเรียนรู้เท่านั้น

วิธีการสอนในชั้นเรียนดังกล่าว จะให้ความ สำคัญกับ “เสียงของนักเรียน” ในฐานะที่เป็นศูนย์กลางของกระบวนการการเรียนรู้ จึงถือเป็นการสอนที่แตกต่างออกไปจากวิธีดั้งเดิม นอกจากนี้ ยังกำหนดให้นักเรียนเป็นฝ่ายเคลื่อนไหว กระฉับกระเฉง และรับผิดชอบต่อการมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ของพวกเขาเอง ไม่ใช่เป็นแต่เพียงผู้รับอยู่ฝ่ายเดียว [จากครู]

ที่มาของการเรียนที่ยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลางนี้ เริ่มจากความคิดอ่านของพวกหัวก้าวหน้าในช่วงศตวรรษที่ 19 และอิทธิพลของนักจิตวิทยาหลายคน ซึ่งทำให้นักการศึกษาบางคนเริ่มใช้วิธีการนี้แทนที่หลักสูตรการศึกษาแบบดั้งเดิม ซึ่ง J.S. Armstrong แห่ง Wharton School มหาวิทยาลัย Pennsylvania เคยกล่าวถึง “ความรับผิดชอบของผู้เรียน” ด้วยกิจกรรมที่ “เกี่ยวข้องโดยตรง” และ “การทำงานกลุ่ม”

ในวิธีการใหม่นี้ เด็กเป็นผู้กำหนดเองว่าอยากทำอะไรในชั้นเรียน ใจความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้ ก็คือการที่นักเรียนเริ่มสร้างการเรียนรู้ของพวกเขาเอง นักทฤษฎีหลายคนอย่าง John Dewey, Jean Piaget และ Lev Vygotsky (ซึ่งมีผลงานที่เน้นความสำคัญของวิธีการที่เด็กเรียนรู้) ถือเป็นกลุ่มคนหลักที่อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวซึ่งกลับด้านกับการเรียนแบบดั้งเดิมที่มีครูเป็นศูนย์กลาง

การเรียนแบบยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลางนี้ทำให้นักเรียนสามารถเข้ามามีส่วนร่วม ในการค้นพบกระบวนการเรียนรู้ ด้วยมุมมองของตนเอง นักเรียนจะใช้เวลาในห้องเรียนไปกับการสร้างความเข้าใจใหม่ เกี่ยวกับเนื้อหาที่ได้เรียนมาด้วยวิธีการ เชิงรุก กิจกรรมที่เกี่ยวข้องโดยตรงก็มีเพื่อสนับสนุนให้การเรียนรู้ประสบผลสำเร็จ

วิธีการเรียนรู้ที่โดดเด่น (Unique) นี้ ทำให้สภาพแวดล้อมทางการเรียนดีขึ้น เพราะทำให้นักเรียนมีทักษะการเรียนรู้ที่มีค่า โดยทำให้พวกเขามีความสามารถเพียงพอที่จะบรรลุเป้าหมายของการเรียนรู้ตลอดชีวิตได้ สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้นักเรียน มีแรงผลักดันในชั้นเรียนมากขึ้น

แหล่งข้อมูล

  1. ยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลาง - http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1361501003&grpid=&catid=19&subcatid=1903 [2013, February 27].
  2. Student-centred learning - http://en.wikipedia.org/wiki/Student-centred_learning [2013, February 27].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน