หน้าหลัก » Blogs » การเรียนแบบ “ยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลาง” (ตอนที่ 2)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ทฤษฎีเรื่องอำนาจในการตัดสินใจด้วยตนเอง (Self-determination theory) เน้นความสำคัญที่ว่า พฤติกรรมของคนแต่ละคนนั้น จะมีอำนาจในการตัดสินใจด้วยตนเอง เมื่อนักเรียนมีโอกาสประเมินผลการเรียนรู้ของพวกเขาเอง การเรียนรู้จึงกลายเป็นสิ่งจูงใจชนิดหนึ่ง

ความคิดนี้ พ้องกันกับทฤษฎีของ Carl Rogers ที่ว่า “การเรียนรู้เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรม โดยเฉพาะในการค้นพบตนเอง” และเพราะการเรียนรู้ถือว่า เป็นการเติบโตส่วนบุคคลรูปแบบหนึ่ง นักเรียนจึงได้รับการสนับสนุนให้ใช้การฝึกฝนการควบคุมตนเอง เพื่อสะท้อนถึงผลงานของพวกเขาเอง มาเรีย มอนเท็สซอรี่ (Maria Montessori) ก็สนับสนุนการเรียนที่ยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง โดยเด็กก่อนวัยเรียน (Preschool) จะเรียนนรู้ผ่านการเล่น

ด้วยเหตุผลนี้ การเรียนจึงถือเป็นการพัฒนาไปในทางสร้างสรรค์ในมิติที่นักเรียนมีอำนาจควบคุมการเรียนของตนเองอย่างเต็มที่ และช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างหลักสูตรที่เกิดขึ้น [ในสหรัฐอเมริกา] ก็ทำให้ครูมีบทบาทเป็นเพียงผู้ช่วยอำนวยความสะดวกในชั้นเรียนที่ยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลางเท่านั้น

ในสภาวะที่นักเรียนสามารถเลือกทางที่เป็นการเรียนรู้แบบชี้นำตนเองได้ แตกต่างจากการเรียนรู้แบบดั้งเดิมที่ครูเป็นแหล่งความรู้หลักแหล่งเดียว และข้อสำคัญของการเรียนก็คือการเก็บเกี่ยวข้อมูลที่นักเรียนได้รับจากครู ซึ่งอธิบายได้ว่า เหตุใดการเรียนรู้แบบท่องจำ จึงกลายเป็นบรรทัดฐานของการเรียนรู้ในชั้นเรียนของไทยมาตลอด

ในทางตรงกันข้าม ชั้นเรียนที่ยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลางได้กลายเป็นบรรทัดฐานของการเรียนรู้อย่างไม่หยุดนิ่งด้วยตนเอง ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างมากในสหรัฐอเมริกา การที่นักเรียนลงมือค้นคว้าข้อมูล ได้กลายเป็นสิ่งที่ทำกันเป็นมาตรฐาน ส่วนครูจะสามารถช่วยอำนวยความสะดวกในชั้นเรียนที่ยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลางได้ ก็ต้องตระหนักถึงภูมิหลังที่แตกต่างกันของเด็กแต่ละคนด้วย

ทฤษฎีพหุปัญญา (Theory of Multiple Intelligences) สามารถเป็นประโยชน์กับชั้นเรียนที่ยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลางได้ เพราะเป็นทฤษฎีที่สนับสนุนวิธีการเรียนรู้หลากหลายแนว ซึ่งเป็นสิ่งในความสนใจของเด็กอยู่แล้ว และเหตุผลดังต่อไปนี้ถือเป็นตัวอย่างบางส่วน ที่ทำให้เราเข้าใจว่าเหตุใด การเรียนรู้ที่มีนักเรียนเป็นศูนย์กลาง จึงควรรวมอยู่ในหลักสูตรการเรียนรู้ :

  • ทำให้นักเรียนมีแรงผลักดันตัวเองที่แข็งแกร่งขึ้น
  • สนับสนุนให้เกิดการสื่อสารระหว่างเพื่อนนักเรียนด้วยกัน
  • ลดพฤติกรรมก่อกวน
  • สร้างความสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียน
  • สนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง
  • ก่อให้เกิดความรับผิดชอบต่อการเรียนรู้ของตนเอง

แหล่งข้อมูล

  1. Student-centred learning - http://en.wikipedia.org/wiki/Student-centred_learning [2013, February 28].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน