หน้าหลัก » Blogs » การเรียนแบบ “ยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลาง” (ตอนที่ 3)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ครูต้องเข้าใจดีว่าการสอบแบบที่ยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลางเป็นนวัตกรรมใหม่ ซึ่งต้องพยายามเข้าถึงผู้เรียนที่มี ความแตกต่างและหลากหลาย เมื่อใดที่ครูยอมปล่อยให้นักเรียนตั้งข้อสงสัยได้ หรือแม้กระทั่งตั้งเป้าหมายสู่ความสำเร็จ ทางการศึกษาของพวกเขาเอง เมื่อนั้นการเรียนรู้จึงสัมฤทธิ์ผล

ด้วยลักษณะสิ่งแวดล้อมที่เปิดกว้างของการเรียนที่มีนักเรียนเป็นศูนย์กลาง การผลิตความรู้จึงเป็นสิ่งสำคัญ เมื่อ นักเรียนได้รับโอกาสในการสำรวจวิธีการเรียนรู้ของพวกเขาเอง การเรียนรู้จะประสบผลสำเร็จก็ต่อเมื่อผู้เรียนอยู่ใน กระบวนการเรียนรู้ที่ไม่หยุดนิ่ง และมีครูผู้สอนเป็นผู้จัดเนื้อหาที่พ้องกับความต้องการเรียนรู้ที่เฉพาะทาง

การที่ครูมีบทบาทเป็นผู้ช่วยอำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ ทำให้จุดมุ่งหมายของครูในกระบวนการเรียนรู้เปลี่ยนไปเป็นการช่วยแนะให้นักเรียนสามารถเข้าใจเนื้อหาการเรียนรู้แบบใหม่เองได้ ซึ่งเป็นการยืนยันทฤษฎีของผู้นำ การเรียนรู้อย่าง Carl Rogers ที่กล่าวว่า “การเรียนรู้ที่สำคัญนั้นได้มาด้วยการลงมือทำ [ด้วยตนเอง]”

ในแง่ของหลักสูตรภาคปฏิบัติ นักเรียนมีสิทธิเลือกว่าพวกเขาอยากเรียนอะไร และจะนำความรู้ที่ได้รับมาใหม่ ไปประยุกต์ใช้อย่างไร ดังที่ Ernie Stringer กล่าวไว้ว่า “กระบวนการเรียนรู้ของนักเรียนจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก เมื่อพวกเขา มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ว่าจะแสดงความสามารถหรือทักษะของตัวเองเกี่ยวความรู้เรื่องนั้นๆ ได้อย่างไร”

หลักการสอนดังกล่าว ทำให้นักเรียนสามารถตั้งเป้าหมายการเรียนรู้ของตัวเองที่ไม่ซ้ำใคร และจับคู่จุดมุ่งหมาย ดังกล่าวเข้ากับความต้องการเฉพาะทางในการเรียนรู้ของตัวเองได้ การเรียนรู้ในแง่มุมนี้ทำให้ผู้เรียนเป็นผู้รับผิดชอบ ต่อการผลิตความรู้ที่ตัวเองเป็นผู้สร้าง

ในการเรียนรู้ในขั้นนี้ ครูจะทำการประเมินผู้เรียนโดยการให้การตอบกลับเกี่ยวกับความก้าวหน้าของแต่ละคน ตาม ความจริง และตรงเวลา การสร้างความสัมพันธ์กับนักเรียนถือเป็นกลยุทธ์ที่จำเป็นสำหรับนักการศึกษา เพื่อวัดการเจริญเติบโต ของนักเรียนในชั้นเรียนที่ยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลาง

ด้วยทักษะการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพดังกล่าว ครูจึงสามารถจัดการกับความต้องการ ความสนใจ และการเกี่ยวข้อง โดยรวมของนักเรียนในเนื้อหาการเรียนรู้ ซึ่งก่อให้เกิดการตอบกลับที่กระตุ้นให้เกิดการค้นพบตนเองและการศึกษาต่อเนื่อง เหมือนกับที่ James Henderson ได้กล่าวถึงหลักการพื้นฐานของการสอนการใช้ชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย (ซึ่งเรียกกันว่าหลัก 3S) ได้แก่ :

  1. Subject learning (การเรียนตามหลักวิชา) คือ การที่นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ดีที่สุดจากเนื้อหาที่ได้รับการนำเสนอ อย่างละเอียลออ
  2. Self-learning (การเรียนรู้ด้วยตนเอง) คือ การที่คนแต่ละคนต้องผูกมัดตัวเองเข้ากับกระบวนสร้างการเรียนรู้
  3. Social learning (การเรียนรู้ทางสังคม) คือ ความสามารถในการเข้าใจความรู้สึกผู้อื่นถือเป็นความมั่งคั่ง (Wealth) และการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมกับผู้อื่นที่มีความแตกต่าง ถือเป็นเป้าหมายของความใจกว้าง (Generosity)

แหล่งข้อมูล

  1. Student-centred learning - http://en.wikipedia.org/wiki/Student-centred_learning [2013, February 28].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน