หน้าหลัก » บทความ » กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน (Activity for Reading Skill)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน (Activity for Reading Skill) หมายถึง การกระทำต่างๆ เพื่อให้เด็กเกิดความสนใจที่จะอ่าน เห็นความสำคัญของการอ่าน เกิดความเพลิดเพลินที่จะอ่าน เกิดความมุ่งมั่นที่จะอ่าน และอ่านจนเป็นนิสัย ทั้งนี้ การอ่านหนังสือเป็นทักษะสำคัญทักษะหนึ่งในชีวิตประจำวัน เพราะการอ่านหนังสือจะพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนเราได้เป็นอย่างดียิ่ง เมื่อคนเราอ่านหนังสือจะเกิดความสามารถสร้างความรู้ อารมณ์ จินตนาการ และ ความเพลิดเพลิน การที่เด็กจะเกิดทักษะการอ่านหนังสือได้นั้นจำเป็นจะต้องอาศัยความร่วมมือจากบุคคลหลายฝ่าย ทั้งครอบครัว โรงเรียนและชุมชน ในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านให้แก่เด็ก

กิจกรรมส่งเสริมการอ่านมีความสำคัญอย่างไร?

การส่งเสริมการอ่านเกิดจากความคิดที่ตระหนักถึงความสำคัญของอ่านที่มีผลให้คนอ่านเกิดการเรียนรู้ ซึ่งจะต้องประกอบไปด้วยการใช้ประสาทสัมผัสของตนเองเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้คือ ตาได้ดู หูได้ฟังในสิ่งที่สร้างความพึงพอใจด้วย จึงจะประทับใจจนสร้างสมการอ่านจนเป็นนิสัยที่ดี สอดคล้องกับคติธรรมที่เรียกว่า หัวใจนักปราชญ์ ที่กล่าวว่า การเรียนที่ดีจะต้องอาศัย สุ จิ ปุ ลิ คือฟัง คิด ถาม เขียนที่รวมความถึงการอ่านด้วย แสดงถึงความสำคัญของการใช้ตา หู สมองและความคิด เมื่อได้รับการกระตุ้นจากกิจกรรมที่จัดง่าย สวยงาม ชวนให้ดู ให้ฟัง เร้าให้เกิดความคิด สร้างความประทับใจให้จดจำ ก่อให้เกิดความสงสัยใคร่รู้ จนติดตามเรื่องราวนำไปสู่การอ่านต่อไป

การจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านจะช่วยให้เด็กสนใจและเห็นความสำคัญของการอ่าน เพราะการอ่านเป็นสิ่งที่มนุษย์เราสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อตอบสนองความอยากรู้เรื่องราวสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตและอยู่รอบๆ ตัวเราเองและมีผู้บันทึกไว้ด้วยตัวหนังสือในภาษาที่เผ่าพันธุ์นั้นๆ ประดิษฐ์ขึ้นใช้สื่อสาร เมื่อมีภาษาจึงเกิดการถ่ายทอดด้วยการใช้ขีดเขียน บันทึกและสอนจากรุ่นสู่รุ่นต่อๆ ไป แต่บางคนเรียนอ่านยาก จำเป็นต้องอาศัยการแนะนำ สั่งสอน ด้วยกลวิธีที่หลากหลาย รวมทั้งต้องฝึกฝนตนเองด้วยให้ได้รับรสของการอ่าน เห็นประโยชน์ที่เกิดจากอ่าน จึงต้องมีการสร้างกิจกรรมการอ่านให้เกิดขึ้น

กิจกรรมส่งเสริมการอ่านมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

การจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านจะมีประโยชน์ดังนี้

  • เร้าใจ จูงใจให้เด็กสนใจอยากอ่าน เห็นความจำเป็นที่ต้องอ่าน และพยายามที่จะอ่านจนแตกฉาน เพื่อที่จะได้รู้เรื่องราวที่มีความรู้ มีความสนุกในหนังสือที่เด็กได้ไปรู้ไปเห็นจากกิจกรรมที่จัด
  • เด็กที่ได้ร่วมกิจกรรมการส่งเสริมการอ่านจะเกิดความรู้สึกได้ว่า ความพยายามที่จะอ่าน และอ่านหนังสือนั้นมีคุณค่า เพราะเปิดโลกความคิดให้กว้าง เป็นอิสระที่จะรู้ได้ด้วยตนเองไม่ต้องพึ่งผู้อื่น
  • เมื่อเด็กได้อ่านหนังสือเหมือนเขาได้สื่อสารกับผู้อื่นที่ผู้เขียนใช้ตัวหนังสือเป็นตัวกลางเชื่อมโยงมาสู่ผู้อ่าน
  • การที่เกิดการอ่านจากคนหนึ่งและขยายไปอีกหลายๆ คน เป็นกลุ่มสังคมที่มีความต้องการอ่านย่อมทำให้สังคมนั้นเป็นสังคมที่อุดมไปด้วยความเจริญ

ครูจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

การจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านที่โรงเรียนมีจุดมุ่งหมายที่สำคัญดังนี้
  • เพื่อเร้าใจให้เด็กสนใจอ่านหนังสือ
  • เพื่อสร้างความตระหนักให้เด็กเห็นความจำเป็นและความสำคัญของการอ่าน
  • เพื่อส่งเสริมให้เด็กเริ่มหัดอ่าน อ่านหนังสือออกและนำความรู้จากการอ่านไปใช้ประโยชน์ จนเกิดความเข้าใจในเรื่องที่อ่าน
  • เพื่อกระตุ้นความอยากรู้ อยากอ่านจากหนังสือหลายประเภท เป็นการเปิดความคิดให้กว้างและให้มีการอ่านอย่างต่อเนื่อง
  • เพื่อสร้างบรรยากาศจูงใจในการอ่าน

ส่วนกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอ่านที่ครูมักจัดในโรงเรียน มีดังต่อไปนี้

  • การเล่านิทานสู่การอ่าน การเล่านิทานเป็นการสื่อสารด้วยคำพูด สร้างความเพลิดเพลินให้แก่ผู้ฟังในอรรถรสที่เล่า การเล่านิทานที่จะนำไปสู่การอ่านมีประเด็นสำคัญ ดังนี้
    • ผู้เล่า ในที่นี้หมายถึงครูหรือวิทยากรที่เชิญมาเล่านิทานจะให้ความสำคัญหรือคุณค่าของคำ ทั้งคำเดี่ยวและกลุ่มคำ เพราะจะออกเสียงคำที่เร้าความสนใจเด็กซึ่งเป็นผู้ฟังให้สนใจที่อ่านหนังสือสืบต่อจากการฟัง
    • การเล่านิทานสู่การอ่านมีจุดมุ่งหมายที่จะให้เด็ก ฟังแล้วอ่านเรื่องจากหนังสือ ดังนั้น การเล่านิทานจึงเชื่อมโยงเรื่องที่เล่ากับหนังสือที่อ่านอย่างชัดเจน นั่นคือ ครูจะเลือกหนังสือนิทานที่มาเล่าจากหนังสือที่พิมพ์เผยแพร่แล้วหรือเขียนลายมือเป็นตัวหนังสือก็ได้ เพื่อให้เด็กซึ่งเป็นวัยแรกเริ่มหัดอ่านหนังสือได้เห็นตัวหนังสือซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของคำพูดด้วย
    • นำหนังสือไปให้เด็ก แม้การเล่านิทานจะใช้การเล่าที่มิใช่การอ่าน เช่น เล่าปากเปล่า เล่าแบบมีผู้ฟังร่วมเล่าหรือร่วมแสดง เล่าแบบมีสื่อประกอบ เช่น หนังสือนิทาน หุ่น ภาพพลิก ตุ๊กตา ฯลฯ แต่เมื่อจบการเล่าแล้ว ครูจะแนะนำหนังสือนิทานเรื่องนั้นให้แก่เด็ก
    • ครูจะเปิดโอกาสให้เด็กทดลองอ่านหนังสือที่นำมาเล่านิทานด้วย เพราะเด็กปฐมวัยที่เริ่มหัดอ่านนั้น จะได้เห็นตัวหนังสือและหัดเปล่งเสียงไปตามตัวหนังสือด้วย
    • ครูจัดให้เด็กได้อ่านหนังสือหลายๆ เล่มที่แตกต่างกัน นอกจากเล่มที่ฟังจากนิทานแล้ว ครูอาจเลือกหนังสือเล่มที่มีความสนุกเท่าเทียมกับเล่มนิทานที่เล่าให้เด็กที่เริ่มอ่านคล่องแคล่วแล้วได้อ่านเพิ่มเติม
    • ครูและผู้ปกครองอาจร่วมมือกันจัดโครงการอ่านนิทานประกวดกัน จะเป็นการอ่านออกเสียงหรืออ่านในใจก็ได้ หรือเป็นการออกความคิดเห็นเกี่ยวกับนิทานที่ฟัง โดยคำนึงถึงความเหมาะสมกับความรู้และวัยของเด็ก
  • การอ่านหนังสือให้ฟัง ตัวอย่างของการอ่านหนังสือมีให้เด็กในชีวิตประจำวัน เด็กจะเห็นผู้ใหญ่อ่านหนังสือพิมพ์ในร้านกาแฟ อ่านเอกสารทำงาน อ่านข้อความในฉลากสินค้าต่างๆ รวมทั้งอ่านข้อความที่แสดงตัวหนังสือในเครื่องมือสื่อสารประเภทต่างๆ เช่น ในคอมพิวเตอร์ ในโทรศัพท์ โทรทัศน์ เป็นต้น เด็กจึงเห็นความสำคัญของการอ่านหนังสือ แต่การสร้างความสนใจให้เด็กอ่านก็ยังมีความหมาย การอ่านหนังสือให้เด็กฟังจะช่วยกระตุ้นให้เด็กอยากอ่านหนังสือมากขึ้น โดยครูมีแนวปฏิบัติ ดังนี้
  • อ่านหนังสือที่เหมาะสมกับวัยของเด็ก เช่น หนังสือนิทาน หนังสือพิมพ์หัวข้อข่าวผู้เยาว์ วารสาร เรื่องของเด็ก ฯลฯ
  • เลือกข้อความจากหนังสือมาก่อน อาจจะเป็นตอนใดตอนหนึ่งจากหนังสือที่กล่าวมาแล้ว อาจมาจากหนังสือเล่มเดียวหรือจากหลายๆ เล่ม คัดสรรมาโดยพิจารณาทั้งภาษาและสาระที่เด็กเข้าใจได้ ภาษาที่อ่านมีความไพเราะ ให้อรรถรส เนื้อหาจับใจ ชวนให้คิด ให้แรงบันดาลใจ เรียบเรียงด้วยถ้อยคำ สำนวนที่สื่อความหมายที่ชัดเจน ตัวอย่างเช่นพระราชนิพนธ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี บทร้อยกรองที่ไพเราะ อ่านและเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับเด็กตั้งแต่ปฐมวัยจนเยาวชน เรื่อง ฉันชอบอ่าน ความว่า
    หนังสือนี้ มีมากมาย หลายชนิด
    นำดวงจิต เริงรื่น ชื่นสดใส
    ให้ความรู้ สำเริง บันเทิงใจ
    ฉันจึงใฝ่ ใจสมาน อ่านทุกวัน
    มีวิชา หลายอย่าง ต่างจำพวก
    ล้วนสะดวก ค้นได้ ให้สุขสันต์
    วิชาการ สรรมา สารพัน
    ชั่วชีวัน ฉันอ่านได้ ไม่เบื่อเลย
    • เมื่ออ่านหนังสือให้เด็กฟัง ครูจะเริ่มต้นอ่านตั้งแต่ปกที่ปรากฏชื่อเรื่อง ชื่อผู้แต่ง ชื่อผู้วาดภาพประกอบ (หากมี) สำนักพิมพ์ ปีที่พิมพ์ ราคาของหนังสือ เพื่อให้เด็กทราบว่า เรื่องที่อ่านคือเรื่องอะไร ใครแต่งเพราะผู้แต่งแต่ละคนจะมีลีลาการเขียนไม่เหมือนกัน เด็กจะรับอรรถรสและแสดงรสนิยมการอ่านของตนเอง ส่วนการทราบสำนักพิมพ์จะทำให้เด็กทราบว่าหากจะไปหาซื้อหนังสือจะซื้อได้จากสำนักพิมพ์อะไร ที่ไหน ราคาของหนังสือจะช่วยให้เด็กมีข้อมูลคิดและตัดสินใจซื้อเป็นเจ้าของหนังสือ หรือไปขอยืมอ่านจากห้องสมุด การให้ความรู้เช่นนี้เป็นแนวทางให้เด็กสนใจติดตามอ่านหนังสือต่อจากที่ได้ฟัง
    • อ่านหนังสือเนื่องในวาระสำคัญๆ ครูจะเลือกอ่านหนังสือที่เกี่ยวกับเรื่องราววาระนั้นๆ เช่น วันแม่ อ่านหนังสือเรื่อง แม่ ความสำคัญของแม่ เรื่อง การปฏิบัติตนต่อแม่ในฐานะบุพการี ในวันวิสาขบูชา อ่านเรื่องประวัติพระพุทธเจ้า หรือในวันเด็ก อ่านเรื่องเด็กดี หรือเรื่องประวัติวันเด็กของไทย ฯลฯ
    • อ่านหนังสือให้ฟังในสถานที่ต่างๆ ได้แก่ ในชั้นเรียนทั้งระดับปฐมวัยและประถมศึกษาจะมีมุมหนังสือจัดหนังสือไว้ให้เด็กอ่าน ครูเข้าร่วมกิจกรรมการอ่านกับเด็กได้ และอ่านให้เด็กฟัง สำหรับเด็กปฐมวัย ครูอ่านแล้วให้เด็กทดลองอ่านตามดังที่กล่าวมาแล้ว ส่วนเด็กประถมศึกษา ครูมักเลือกอ่านข้อความที่ต้องการจูงใจเพื่อให้เด็กอ่านต่อ
    • เมื่อมีหนังสือเล่มใหม่ ครูอ่านให้เด็กฟัง และจัดไว้ในมุมหนังสือให้เด็กได้หมุนเวียนเข้าไปอ่าน
    • อ่านให้เด็กปฐมวัยฟังก่อนนอนและก่อนกลับบ้าน เด็กปฐมวัยจะมีเวลาพักผ่อนกลางวัน ช่วงก่อนนอนครูจะเลือกหนังสือที่ถ้อยคำหรือภาษาไพเราะ และเข้าใจง่ายอ่านให้เด็กฟัง
    • อ่านให้ฟังแล้ว ให้เด็กยืมหนังสือไปอ่านที่บ้านได้
    • ให้นักเรียนรุ่นพี่มาอ่านหนังสือให้น้องๆ ฟัง
    • ครูอาจจะเชิญพ่อแม่ของเด็กเป็นวิทยากรมาอ่านหนังสือให้เด็กๆ ฟัง
  • ผลิตหนังสือที่ได้จากงานสร้างสรรค์ของเด็กที่ทำร่วมกับครู เช่น ภาพที่เด็กวาด ระบายสี ภาพประดิษฐ์จากวัสดุต่างๆ เป็นหนังสือเล่มหนึ่ง อาจจะเป็นหนังสือภาพล้วน หรือเขียนบรรยายถ่ายทอดจากจินตนาการของเด็ก เมื่อได้หนังสือที่ผลิตเองแล้ว ครูจะจัดนำเสนอหนังสือให้ผู้อื่นได้รู้จัก และนำไปจัดไว้ที่มุมหนังสือที่ห้องเรียนหรือห้องสมุด
  • จัดการแสดงที่เด็กได้จากการอ่านไปแล้ว เช่น อ่านนิทาน อ่านข่าว ฯลฯ เด็กได้แสดงละครหรือบทบาทสมมติกิจกรรมนี้จัดได้ทั้งรายบุคคลและกลุ่ม

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านให้ลูกได้อย่างไร?

  • พ่อแม่เล่านิทานให้ลูกฟังและแนะนำให้ลูกรู้จักหนังสือนิทานที่นำมาเล่าให้ลุกฟัง
  • เล่นกับหนังสือ มีหนังสือสำหรับเด็กปฐมวัยที่ออกแบบเป็นหนังสือของเล่นได้ เช่น หนังสือเรื่อง บ้านจั้มอยู่ไหนแต่งโดย พรจันทร์ จันทรวิมล จั้มลูกสุนัขเป็นตัวละครเอก ผู้แต่งออกแบบเป็นการ์ตูนตัดรอบรูป ผูกริบบิ้น เคลื่อนที่ไปยังหน้าถัดไปให้ลูกสุนัขถามแม่สัตว์ว่าบ้านของลูกสุนัขอยู่ไหน .....บ้านจั้มอยู่ไหน อยู่ใกล้หรือไกล แม่หมาตัวใหญ่ ตอบว่าไม่รู้ ฯลฯ เด็กได้เล่นจับตัวละครให้เคลื่อนไปตามคำคล้องจองที่ไพเราะและเกิดความสนใจตัวหนังสือในขั้นต่อไป
  • อ่านหนังสือกับลูก อ่านหนังสือให้ลูกฟัง ในบรรยากาศสบายๆ พร้อมที่จะตอบคำถามของลูกที่สนใจภาพและเนื้อหาในหนังสือ
  • นำลูกไปร้านขายหนังสือในวันหยุด ให้ลูกได้เลือกซื้อหนังสือที่เขาสนใจ
  • พ่อแม่ร่วมมือกับโรงเรียนจัดชมรมนักอ่าน จัดห้องสมุดโรงเรียน เป็นวิทยากรอ่านหนังสือให้เด็กนักเรียนฟังตามคำเชิญของครู แสดงให้ลูกเห็นว่า พ่อแม่สนใจ พอใจกับการอ่านหนังสือ
  • นำลูกดูภาพยนตร์ ละครเวที หรือการแสดงต่างๆ ที่ได้เนื้อหามาจากหนังสือ เช่น การแสดงละครเรื่อง แก้วหน้าม้า จาก นิทานไทย การแสดงโขนตอน พระรามตามกวางทองจาก วรรณคดีไทยเรื่องรามเกียรติ์ ซึ่งเป็นเรื่องที่เด็กปฐมวัยและประถมศึกษาตอนต้นควรได้ดู ก่อนดูหลังดูการแสดงแล้ว พ่อแม่ ผู้ปกครองควรนำหนังสือประกอบภาพมาอ่านให้เด็กฟังทวนซ้ำ จะสร้างความประทับใจให้เด็กได้เป็นอย่างดี
  • ชวนลูกทำอาหารในวันหยุด พ่อแม่ลูกร่วมมือกันเขียนเครื่องปรุงงอาหารที่จะทำ หรือเลือกอาหารจากหนังสือหรือตำราอาหารก็ได้ เด็กจะเห็นประโยชน์จากการอ่านหนังสือ
  • ให้ลูกเสนอว่า ต้องการทราบเรื่องอะไรบ้าง แล้วพ่อแม่และลูกไปค้นหาคำตอบจากหนังสารานุกรมสำหรับเด็ก
  • ให้ลูกอ่านหนังสือทุกวัน อาจจะเป็นหนังสือสำหรับเด็กที่เหมาะสมตามวัย หรือหนังสือแบบเรียน เด็กที่เริ่มหัดอ่านจะชอบอ่านหนังสือที่มีภาพประกอบ มีสีสันสวยงาม มีเนื้อหาง่ายๆ ภาษาไพเราะ เช่น หนังสือเรื่องไม้อ่อนย่อมดัดได้..... ดั่งใจ มีบทกล่อมเด็กและบทร้องเล่นของไทยและภาพประกอบ น่ารัก ความว่า “กุ๊ก กุ๊ก ไก่ เลี้ยงลูกมาจนใหญ่ ไม่มีนมให้ลูกกิน ลูกร้องเจี๊ยบเจี๊ยบ แม่ก็เรียกไปคุ้ยดิน ทำมาหากิน ตามประสาไก่เอย”
  • ให้หนังสือเป็นของขวัญลูกในวันสำคัญๆ เช่น วันเกิดของลูก วันปีใหม่ วันขึ้นชั้นเรียนใหม่ เป็นต้น

เกร็ดความรู้เพื่อครู

การจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านให้เกิดผลตามจุดมุ่งหมายคือ การจูงใจ เร้าใจให้เด็กสนใจจะอ่าน และอ่านจนเกิดเป็นนิสัยรักการอ่านนั้น ครูจะต้องรู้จักวิธีการจัดและฝึกฝนให้เกิดความชำนาญ เพราะการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยองค์ประกอบทางด้านความรู้และความงามคือ กิจกรรมที่จัดจะต้องมีทั้งให้เห็นภาพ ทำให้น่าดู เป็นที่ประทับใจ ดึงดูดให้ชมและจดจำไว้ได้นาน ก่อให้เกิดจินตนาการในใจของเด็กจนพร้อมที่จะทำสิ่งที่ดีๆ ต่อไป

บรรณานุกรม

  1. นิตยา ประพฤติกิจ. (2538). การพัฒนาการอ่านของลูก. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ข้าวฟ่าง.
  2. บุบผา เรืองรอง. (2547). การพัฒนาภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย. นครศรีธรรมราช: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช.
  3. ป.มหาขันธ์. (2544) . สอนเด็กให้เป็นกวี. กรุงเทพมหานคร: โอเดียนสโตร์.
  4. พรพิไล เลิศวิชา. ( 2544). ไม้อ่อนย่อมดัดได้.....ดั่งใจ. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์เพื่อนรัก.
  5. แม้นมาส ชวลิต. (2529). กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน. ในรายงานและเอกสารการรณรงค์เพื่อส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน