หน้าหลัก » บทความ » กิจกรรมเสริมประสบการณ์ (Experience-Enhancement Activities)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

กิจกรรมเสริมประสบการณ์ หมายถึง กิจกรรมที่ส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวอย่างมีจุดหมาย ฝึกให้เด็กคิด แก้ไขปัญหาอย่างมีเหตุผล ฝึกการเข้าสังคม และฝึกการใช้ภาษา ผ่านการปฏิบัติด้วยตนเอง โดยใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า ด้วยวิธีการจัดกิจกรรมอย่างหลากหลาย เช่น การสนทนา อภิปราย การเล่านิทาน การสาธิต ทดลอง การปฏิบัติการ การศึกษานอกสถานที่ การเล่นบทบาทสมมุติ ร้องเพลง ท่องคำคล้องจอง เล่นเกม

กิจกรรมเสริมประสบการณ์มีความสำคัญและความเป็นมาอย่างไร?

กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดไว้ในคู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 ให้สถานศึกษาปฐมวัยจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์ให้แก่เด็กในความดูแล เนื่องจากกิจกรรมเสริมประสบการณ์จะช่วยส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยเจริญเติบโดเป็นผู้ที่คิดอย่างมีเหตุผล มีความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น รู้จักการช่วยเหลือตนเอง มีพัฒนาการทางภาษาได้เหมาะสมตามวัย ได้ฝีกคิด แก้ไขปัญหา ใช้เหคุผล ฝึกการทำงาน และเข้าสังคมกับเพื่อน เพื่อให้เกิดความรู้เกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ที่เรียนรู้ผ่านการปฏิบัติด้วยตนเองที่ใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า และการใช้ภาษาจากกิจกรรมที่ครูและผู้ปกครองร่วมมือจัดให้เด็กด้วยวิธีการที่หลากหลาย เช่น การศึกษานอกสถานที่ การเล่านิทาน การแสดงบทบาทสมมติ การทดลอง การสาธิต การอภิปราย เป็นต้น

กิจกรรมเสริมประสบการณ์มีประโยชน์ต่อเด็กปฐมวัยอย่างไร?

กิจกรรมเสริมประสบการณ์มีความสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาการคิดของเด็กปฐมวัย เพราะลักษณะการจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์อยู่บนพื้นฐานตามแนวคิดว่า เด็กทุกคนมีศักยภาพในการสร้างองค์ความรู้ โดยอาศัยสภาพจริงที่สอดคล้องกับบริบทของสังคมและวัฒนธรรมของคน โดยจัดอย่างสอดคล้องกับธรรมชาติของเด็กปฐมวัย ซึ่งเป็นวัยแห่งการเรียนรู้ผ่านการสัมผัส การซึมซับ การเลียนแบบ การกระทำ การเล่นอย่างมีความสุข เพราะการที่เด็กได้ทดลองด้วยตนเองนั้นจะส่งผลต่อการพัฒนาความสามารถในการสรุปข้อค้นพบหรือเรียกว่า องค์ความรู้ ได้จากประสบการณ์ตรง เด็กได้มีโอกาสปฏิบัติโดยวิธีการที่หลากหลาย อีกทั้งยังเป็นการฝึกเด็กให้ได้คิดแก้ ปัญหา ใช้เหตุผลและฝึกปฏิบัติเพื่อให้เกิดความคิดรวบยอดเกี่ยวกับเรื่องที่เรียนด้วยวิธีการต่างๆ ได้แก่ การสนทนา การอภิปราย การเล่านิทาน การสาธิต การใช้คำถาม การทดลอง ปฏิบัติการ ศึกษานอกสถานที่ การเล่านิทาน บทบาทสมมติ การร้องเพลง เล่นเกม ท่องคำคล้องจอง ฯลฯ เนื่องจากวิธีการดังกล่าว เด็กได้มีโอกาสคิด ได้ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมซึ่งส่งเสริมให้เด็กได้มีโอกาสอยู่ในสังคมและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น เด็กได้ทดลองปฏิบัติ ให้เด็กได้สังเกตได้ค้นพบด้วยตนเองผ่านกิจกรรมวิทยาศาสตร์ที่ช่วยส่งเสริมการคิดวิจารณญาณของเด็กปฐมวัยอยู่ในระดับที่ดี ทั้งนี้เพราะรูปแบบการจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ เด็กเป็นผู้ลงมือปฏิบัติการทดลองด้วยตนเอง เด็กได้สำรวจวัสดุ บอกความเหมือนความแตกต่างของวัสดุอุปกรณ์ตามลักษณะและคุณสมบัติ จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่งเพราะกิจกรรมวิทยาศาสตร์เป็นการจัดกิจกรรมสำหรับเด็กในกิจกรรมเสริมประสบการณ์

ครูจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์ให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

กิจกรรมเสริมประสบการณ์ที่ครูจัดให้ลูกที่โรงเรียนตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดไว้ในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 มีดังนี้

  • การสนทนา อภิปราย เป็นการสร้างเสริมพัฒนาการทางภาษาในการพูด การฟัง รู้จักแสดงความคิดเห็นและยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ผ่านสื่อของจริง ของจำลอง รูปภาพ สถานการณ์จำลอง ฯลฯ
  • การเล่านิทาน เป็นการเล่าเรื่องต่างๆ ส่วนมากจะเน้นการปลูกฝังให้เด็กเกิดคุณธรรม จริยธรรม เพื่อให้เด็กเข้าใจสิ่งที่เป็นรูปธรรมได้ดีขึ้น โดยมีสื่อประกอบเป็นรูปภาพ หนังสือนิทาน หุ่น หรือการแสดงท่าทางประกอบการเล่าเรื่อ
  • การสาธิต เป็นการจัดกิจกรรมที่ให้เด็กได้สังเกตและเรียนรู้ขั้นตอนของกิจกรรมเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติจริง บางครั้งครูอาจให้เด็กเป็นผู้สาธิตร่วม เช่น การเพาะเมล็ด การเป่าลูกโป่ง การทำกระดาษสา ฯลฯ
  • การทดลอง/ปฏิบัติการ เป็นกิจกรรมที่เด็กจะได้รับประสบการณ์ตรงในการลงมือทำด้วยตน เอง ได้ฝึกสังเกตการเปลี่ยนแปลง การคิดแก้ปัญหา และส่งเสริมให้เด็กมีความอยากรู้อยากเห็น และค้นพบด้วยตนเอง เช่น การประกอบอาหาร การทดลองวิทยาศาสตร์ง่ายๆ การเลี้ยงหนอนผีเสื้อ การปลูกพืช ฯลฯ
  • การศึกษานอกสถานที่ เป็นการจัดกิจกรรมที่เด็กได้รับประสบการณ์ตรงโดยการพาเด็กไปทัศนศึกษาสิ่งต่างๆนอกสถานศึกษา เพื่อเป็นการเพิ่มพูนประสบการณ์แก่เด็ก
  • การเล่นบทบาทสมมุติ เป็นการให้เด็กสมมุติตนเองเป็นตัวละครต่างๆ ตามเนื้อเรื่องในนิทานหรือเรื่องราวต่างๆ อาจมีวัสดุอุปกรณ์ประกอบ เช่น หุ่นสวมศีรษะ ที่คาดศีรษะรูปคน สัตว์ เครื่องแต่งกาย และอุปกรณ์ของจริงต่างๆ
  • การร้องเพลง เล่นเกม ท่องคำคล้องจอง เป็นการจัดให้เด็กได้แสดงออกเพื่อความสนุกสนาน เพลิดเพลิน และเรียนรู้เกี่ยวกับภาษาและจังหวะ หรือเกมที่ไม่เน้นการแข่งขัน

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะช่วยส่งเสริม/เพิ่มเติมให้ลูกได้อย่างไร?

พ่อแม่ ผู้ปกครองสามารถจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์ที่บ้านได้ โดยมีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาเด็กเช่นเดียวกับสถานศึกษา ทั้งนี้เพราะกิจกรรมเสริมประสบการณ์เป็นเรื่องที่เด็กเรียนรู้จากชีวิตจริงอยู่ตลอดเวลา เด็กได้ใช้ภาษา ได้เข้าสังคม ได้คิดแก้ไขปัญหาจากชีวิตประจำวันในครอบครัว ตัวอย่างกิจกรรมที่น่าสนใจมีดังนี้

  • กิจกรรมจ่ายตลาด ฝึกให้ลูกได้รู้จักสิ่งต่างๆ ที่ซื้อขายในตลาด เช่น เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ ขนม ข้าว ถั่ว ฯลฯ เป็นการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และภาษา เด็กได้รู้ค่าเงินที่ใช้ซื้อ-ขาย เป็นการเรียนรู้คณิตศาสตร์
  • กิจกรรมทำหวานเย็น ลูกได้สังเกตการเปลี่ยนแปลงสภาพของน้ำ จากน้ำเปล่าไม่มีสี ไม่มีรสและเหลว เปลี่ยนแปลงเป็นน้ำผสมสี รสหวานจากน้ำตาล และแข็งตัวเมื่อนำน้ำหวานแช่ในช่องเย็นของตู้เย็น กิจกรรมดังกล่าว ลูกจะเรียนรู้วิทยาศาสตร์
  • กิจกรรมไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ ให้ลูกได้เรียนรู้ความสัมพันธ์ของบุคคลในครอบครัว ฝึกมารยาททางสังคม ได้ใช้ภาษาเรียกชื่อ ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา พี่ น้อง เป็นต้น
  • เด็กไปเที่ยวตามแหล่งเรียนรู้ เช่น สวนสัตว์ สวนสาธารณะ รับประทานอาหารนอกบ้าน ไปร้านขายของเป็นต้น เด็กได้เห็นสิ่งแวดล้อมและการปฏิบัติต่อกันในสังคม

การจัดกิจกรรมประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัยจะช่วยฝึกความคิดพัฒนาทักษะทางสังคม ภาษา โดยเด็กจะได้รับการส่งเสริมให้ฝึกปฏิบัติด้วยตนเองจากการจัดสภาพแวดล้อม การใช้แหล่งเรียนรู้ สื่อ การเล่นให้สอดคล้องกับสภาพจริงในชีวิตประจำวัน โดยครูและผู้ปกครองเป็นผู้มีบท บาทเป็นผู้จัดกิจกรรมหรือร่วมกันจัดกิจกรรม แต่รูปแบบการจัดกิจกรรมที่โรงเรียนกับที่ครอบครัวจะแตกต่างกัน กล่าวคือที่บ้านจะเป็นการเรียนรู้ผ่านชีวิตประจำวัน แต่ที่โรงเรียนครูจะออกแบบการจัดสภาพสิ่งแวดล้อมทั้งภายในห้องและนอกห้อง มีการส่งเสริมการเข้าสังคมของเด็กผ่านกิจกรรมกลุ่มและกิจกรรมเดี่ยว ใช้เทคนิคหลายหลาก เช่น ใช้เพลง ใช้เกม เป็นต้น

เกร็ดความรู้เพื่อครู

การจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์ครูควรจัดกิจกรรมที่หลากหลาย โดยเน้นให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง และมีโอกาสค้นพบด้วยตนเองให้มากที่สุด ยืดหยุ่นในเรื่องระยะเวลาตามความสนใจของเด็ก เปิดโอกาสให้เด็กได้ฝึกคิดด้วยการใช้คำถามปลายเปิด และยอมรับความคิดเห็นที่หลากหลายของเด็ก

บรรณานุกรม

  1. คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2542). การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย. กรุงเทพมหานคร: เซเว่น พรินติ้ง กรุ๊ป.
  2. ศึกษาวิชาการ, กระทรวง. (2546). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 กรุงเทพมหานคร: กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ.
  3. เสกสรร มาศวังแสง (2552). การคิดวิจารณญาณของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
  4. สุวิทย์ มูลคำ และอรทัย มูลคำ (2545). 19 วิธีจัดการเรียนรู้: เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะ. กรุงเทพมหานคร: ภาพพิมพ์.
  5. Wardle, F. (2003). Introductions to Early Childhood Education A Multidimensional Approach to Child-Centered Care and Learning. U.S.A.: Pearson Education.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน