หน้าหลัก » บทความ » ของเล่น (Toys)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

ของเล่น

ของเล่น (Toys)หมายถึง วัสดุต่างๆหรือของเล่นทั้งที่เป็นของเล่นจากวัสดุธรรมชาติและของเล่นที่ผลิตจากโรงงานอุตสาหกรรมที่นำมาให้เด็กเล่นเพื่อพัฒนาเด็กทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา ของเล่นสำหรับเด็กปฐมวัยแบ่งออกเป็น 4 ประเภทดังนี้

  1. วัสดุของเล่นเกี่ยวกับการสอนและให้ความรู้ ได้แก่ ภาพตัดต่อ ของเล่นประเภทเรียงลำดับ ของเล่นประเภทเชือก วัสดุการเล่นแบบซ้อนภาพและชุดหมุดดอก
  2. วัสดุการเล่นที่เป็นของจริง ได้แก่ ทราย น้ำและโคลน ดินเหนียวและแป้งโด อาหาร ไม้และเครื่องมือช่างไม้
  3. วัสดุของเล่นเกี่ยวกับการสร้าง ได้แก่ บล็อก ชุดการสร้าง เลโก้ โดมิโน
  4. ของเล่น ได้แก่ ของเล่นที่เป็นเครื่องใช้ในบ้านเรือน ของเล่นที่เป็นยานพาหนะ ของเล่นที่เป็นรูปสัตว์หรือตัวการ์ตูน

การเล่นเป็นกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย เด็กจะใช้การเล่นเพื่อเป็นการสำรวจตนเองและเรียนรู้สิ่งแวดล้อมรอบๆตัวไปพร้อมๆกัน โดยเริ่มจากการใช้ประสาทสัมผัสด้านต่างๆลองผิดลองถูก เลียนแบบ แก้ปัญหา อันนำไปสู่การสร้างมโนทัศน์การเรียนรู้ การเล่นจึงเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่นำเด็กไปสู่การพัฒนาตนเองทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา

ของเล่นมีความสำคัญอย่างไร?

การเล่นเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเด็ก จนมีคำกล่าวว่าการเล่นนั้นเปรียบเสมือนการทำงานของเด็ก เมื่อเด็กได้เล่นเขาจะแสดงออกถึงพฤติกรรมต่างๆอันเป็นความสามารถที่มีอยู่ในตัว เช่น ความสามารถในการใช้ความคิด การใช้ภาษา การเคลื่อนไหวร่างกาย การแสดงออกทางอารมณ์ จิตใจและการปรับตัว ให้เข้ากับสังคมและสิ่งแวดล้อม ด้วยเหตุนี้ของเล่นจึงนับว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญต่อชีวิตรวมถึงการเรียนรู้ของเด็กทุกวัย

นอกจากจะให้ความสนุกสนานผ่อนคลายทางอารมณ์แล้ว การเล่นยังช่วยเสริมทักษะ สติปัญญา และความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็กอีกด้วย เพราะการเล่นเป็นกิจกรรมการเรียนรู้อย่างหนึ่งของเด็กปฐมวัย เด็กจะใช้เวลาส่วนใหญ่กับการเล่นสำรวจเพื่อสนองความสนใจของตนเอง โดยเริ่มจากการใช้ประสาทสัมผัสด้านต่างๆ ลองผิดลองถูก เลียนแบบแก้ปัญหา อันนำไปสู่ความคิดรวบยอด การเล่นเป็นสื่อกลางที่ช่วยให้เด็กซึมซับสารสนเทศใหม่หรือเก็บบันทึกความจำการกระทำอันนำไปสู่การพัฒนาทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา การเล่นเป็นกระบวนการพัฒนาเด็กทั้ง 4 ด้านและการเล่นยังมีความสัมพันธ์กับการเรียนรู้ของเด็กในด้านการเชื่อมโยงการเรียนรู้ทางสังคม เพราะการเล่นเป็นการเลียนแบบชีวิตของผู้ใหญ่ เป็นการแสดงสภาพชีวิตจริงทำให้เด็กคิดหาเหตุผล เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงผลปฏิสัมพันธ์ และประสบการณ์ของเด็กในสังคม การเรียนรู้ในการปรับตัว การเล่นเป็นการแสดงออกถึงความต้องการของเด็ก เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการและการเจริญเติบโตของเด็ก อีกทั้งยังช่วยให้เด็กเรียนรู้ถึงวิธีการแก้ปัญหาได้อีกด้วย

การเล่นช่วยให้เด็กได้พัฒนาในด้านต่างๆ ตัวอย่างเช่น

  • ด้านร่างกาย จะช่วยให้เด็กมีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ เพิ่มทักษะในการใช้กล้ามเนื้อต่างๆ
  • ด้านอารมณ์ทำให้เด็กมีอารมณ์เบิกบาน สนุกสนาน
  • ด้านสังคมจะช่วยเสริมสร้างให้เด็กเป็นผู้มีความเชื่อมั่นในตนเอง กล้าแสดงออก สามารถร่วมเล่นกับเพื่อนได้อย่างสร้างสรรค์และมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น เป็นผู้ที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ง่าย มีทักษะในการสื่อสาร
  • ด้านสติปัญญา จะช่วยให้เด็กรู้จักคิดทั้งทางด้านการคิดอย่างมีเหตุผล การคิดสร้างสรรค์ และจินตนาการ รู้จักวางแผน แก้ปัญหา มีน้ำใจ มีความอดทน เป็นการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมให้กับเด็ก

ของเล่นเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับเด็ก ในอดีตของเล่นเด็กไทยเป็นวัสดุจากธรรมชาติและทำขึ้นเอง เช่น ม้าก้านกล้วยที่ทำจากใบตอง เดินกะลาที่ทำจากกะลามะพร้าว กังหันลมที่ทำจากตอกหมาก เป็นต้น แต่ในปัจจุบันของเล่นจะเป็นตุ๊กตาพลาสติก หม้อข้าวหม้อแกงที่เป็นพลาสติกเลียนแบบของจริง วิดีโอเกม จรวด เกมกด ของเล่นหลายชนิดที่นิยมเล่นจะเล่นตามฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัว ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยี ทำให้ของเล่นของเด็กไทยสมัยก่อนเลือนหายไปทีละน้อย

ของเล่นแต่ละชนิดมีผลต่อการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยแตกต่างกัน

  • เด็กแรกเกิด - 4 เดือน เด็กจ้องมองตามเวลามีวัตถุเคลื่อนไหว เด็กชอบคว้า จับเขย่าและเอาเข้าปาก ของเล่นจึงควรเป็นโมบาย ของเขย่าที่ทำให้เกิดเสียง
  • เด็กอายุ 4 – 8 เดือน เด็กชอบจับสัมผัส ทำให้เกิดเสียง ชอบเอาเข้าปาก อมหรือกัดเล่น ของเล่นจึงควรจับแล้วเกิดเสียงดัง อาจเป็นวงแหวนให้เด็กกัดหรืออมเล่น ตุ๊กตารูปสัตว์ ตุ๊กตาไขลาน
  • เด็กอายุ 8 – 12 เดือน สามารถนั่งทรงตัวแล้วใช้เท้าถีบเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่ต้องการ ชอบจับเล่น โยนลงพื้นเล่นกับผู้ใหญ่ ใช้มือหยิบจับตักน้ำและอาหารเข้าปาก ของเล่นจึงควรเป็นรถหัดเดิน ลูกบอลทำจากผ้าหรือพลาสติก ถ้วยชามหรือช้อนพลาสติก
  • เด็กอายุ 12 – 18 เดือน ชอบใช้มือหยิบจับ ตักน้ำและอาหารเข้าปาก ใช้มือหยิบจับลูกเกดใส่ขวด ชอบจับดินสอมาเขียนเล่น เล่นลูกบอลกับผู้ใหญ่ เล่นบล็อกโดยการนำมาเรียงหรือวางซ้อนกัน สามารถรับรู้เกี่ยวกับสี รูปร่างและลักษณะต่างๆ ดังนั้นของเล่นสำหรับเด็กวัยนี้จึงควรเป็นถ้วยชาม ช้อนพลาสติก ขวดพลาสติก ลูกเกด ดินสอ สีเทียน ลูกบอล บล็อกชนิดต่างๆ
  • เด็กอายุ 18 เดือน - 2 ปี เด็กชอบตัก ใช้มือในการสัมผัส จับ ปั้น ขยำ เล่น ร้อยวัตถุต่างๆ ของเล่นจึงควรเป็นกระบะทราย อ่างน้ำ ดินน้ำมัน ดินสอ สีเทียนต่างๆ
  • เด็กอายุ 2 – 3 ปี ของเล่นควรช่วยให้เด็กได้ฝึกการค้นหา การรับฟัง การเลียนแบบการกระทำ การทรงตัว การเคลื่อนไหว ของเล่นที่เหมาะสมคือ รถลากจูง ลูกบอล กระบะทราย พลั่วเล็ก กระดานไวท์บอร์ด ดินสอสำหรับเขียน นิทานและหนังสือภาพ
  • เด็กอายุ 3 – 5 ปี ชอบเล่นเลียนแบบการทำงานและชีวิตของผู้ใหญ่ ชอบปั่นจักรยาน ตักน้ำ ทราย จับดินสอมาขีดเขียนเล่น ชอบรื้อค้นสิ่งของและเก็บเข้าที่ ชอบฟังเรื่องราวต่างๆและดูรูป ชอบตัดกระดาษ ปั้น ชอบสังเกตสิ่งต่างๆและปีนป่าย ดังนั้นของเล่นจึงควรเป็นดินน้ำมัน ภาพตัดต่อไม่เกิน 20 ชิ้น รูปทรงเรขาคณิต ตัวเลข ตัวอักษร กลอง บ้านตุ๊กตา ชิงช้า ไม้ลื่น เป็นต้น

นอกจากนี้ของเล่นยังมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมทางสังคมของเด็กด้วย การเล่นจะทำให้เด็กมีพฤติกรรมทางสังคมดีขึ้น แต่เด็กที่เล่นของเล่นที่ใช้ความรุนแรง (Violent Toys) จะมีพฤติกรรมความก้าวร้าวบ่อยกว่าเด็กกลุ่มที่เล่นของเล่นที่ไม่ใช้ความรุนแรง

จากสภาวะการเปลี่ยนแปลงของโลกและเทคโนโลยี พบว่าของเล่นที่ทำจากธรรมชาติน้อยลงแทนที่ด้วยของเล่นที่เป็นผลิตผลจากอุตสาหกรรม ซึ่งมีความแตกต่างในแง่ของการใช้ความคิดสร้างสรรค์ เพราะเป็นของเล่นสำเร็จรูป นักการศึกษาและนักจิตวิทยาเด็กเชื่อว่า การจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยไม่เน้นการสอนหนังสือแต่ใช้วิธีการจัดกิจกรรมให้แก่เด็ก โดยใช้ของเล่นเป็นเครื่องมือนำไปสู่กระบวนการสร้างการเรียนรู้ให้กับเด็ก เช่นเดียวกันกับเพียเจท์ (Piaget) ที่เชื่อว่า การเล่นของเล่นเป็นส่วนสำคัญของการสร้างพัฒนาการด้านสติปัญญาและความคิดสร้างสรรค์เป็นอย่างดี และเฟรอเบล (Froebel) เชื่อว่า การศึกษาของเด็กเล็กที่ถูกต้องนั้นจำเป็นต้องมีการวางแผนให้เด็กได้มีโอกาสเล่นของเล่นต่างๆ เพื่อช่วยให้เด็กมีพัฒนาการที่เหมาะสม นอกจากนี้ ของเล่นยังช่วยให้เด็กรู้จักคิด ฝึกทำ ฝึกสร้างสรรค์และเตรียมพัฒนาการในด้านต่างๆช่วยระบายออกทางด้านอารมณ์ สร้างจินตนาการ ฝึกการทำงานและช่วยคลายพลังงานส่วนเกินไปใช้ในทางที่เป็นประโยชน์ ของเล่นที่ดีจึงควรสร้างการเรียนรู้ให้กับเด็กอย่างหลากหลาย

ของเล่นมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

ของเล่นทั้งที่ประดิษฐ์ขึ้นเองหรือของเล่นสำเร็จรูปที่ผลิตจากโรงงานอุตสาหกรรมล้วนแล้วแต่มีประโยชน์และมีคุณค่าต่อการพัฒนาเด็กในด้านต่างๆดังนี้

  • ด้านร่างกาย การวิ่ง การกระโดด การปีนป่ายหรือการดึงลากสิ่งของจะช่วยให้เด็กมีความคล่องตัวในการเคลื่อนไหวและการทรงตัว มีการประสานของกล้ามเนื้อมัดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อแขน ขา มือ หรือแม้แต่การประสานกันระหว่างกล้ามเนื้อมือกับตา เช่น การหยิบจับ การพับกระดาษ การวาดรูป การปั้นดินน้ำมัน เด็กที่มีโอกาสได้เล่นของเล่นบ่อยๆก็เป็นการฝึกฝนทักษะทางกายให้คล่องมากขึ้น
  • ด้านจิตใจอารมณ์ การเล่นจะช่วยระบายความรู้สึกคับข้องใจต่างๆ เช่น ความหงุดหงิด เศร้าหมอง ขุ่นมัว เด็กจะเกิดความสนุกสนานคลายจากความวิตกกังวล ความทุกข์ ความไม่พอใจ เมื่อได้เล่นบางอย่าง เช่น การใช้ค้อนของเล่นทุบสิ่งของ การเตะบอล สามารถระบายความโกรธและความก้าวร้าวในเด็กออกไปได้อย่างดีและเป็นวิธีการที่สังคมยอมรับ ถ้าทุกครั้งที่เด็กโกรธเด็กรู้จักระบายความโกรธด้วยวิธีการที่เหมาะสม ในที่สุดเมื่อเด็กโตขึ้นก็จะสามารถควบคุมการแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองได้ในสถานการณ์ต่างๆ
  • ด้านเชาวน์ปัญญาและการเรียนรู้ เด็กมีโอกาสเรียนรู้จากการเล่นของเล่น เช่น ของเล่นที่ต้องใช้การสังเกต การจดจำ การเลียนแบบ การค้นคว้าทดลองด้วยตนเอง เด็กอาจใช้จินตนาการในการเล่นสมมติต่างๆทำให้ได้หัดคิดวางแผน คิดแก้ปัญหาและตัดสินใจได้ดี
  • ด้านภาษา ในขบวนการของการเล่นนั้น เด็กต้องมีการสื่อความต้องการของตนเองและในขณะเดียวกันก็ต้องรับรู้ความต้องการของผู้อื่น เด็กจะได้ฝึกหัดการสื่อสัมพันธ์ด้วยภาษาพูด ภาษาท่าทางหรือภาษากาย ตลอดจนการรับรู้ภาษาจากผู้อื่นทั้งภาษาพูดและภาษาท่าทาง
  • ด้านสังคม การเล่นจะเปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้วิธีการอยู่ร่วมกับผู้อื่น รู้จักการรอคอย การเล่นเป็นสื่อในการสร้างมิตรระหว่างเด็ก ลดความเป็นศัตรูระหว่างกัน นอกจากนี้การเล่นยังช่วยคลายการยึดตนเองเป็นศูนย์กลางของเด็กให้ลดลงอีกด้วย
  • การเล่นช่วยให้เด็กรู้จักการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม ช่วยให้เด็กรู้จักตนเอง รู้จักแบ่งปัน เอื้อเฟื้อ ไม่เห็นแก่ตัว รู้จักการให้และการรับ รวมทั้งการร่วมมือกับผู้อื่น
  • การเล่นที่เด็กสมมติตนเองเป็นบุคคลต่างๆ เช่น หมอ พยาบาล ตำรวจ ฯลฯ ทำให้เด็กเรียนรู้เกี่ยวกับบทบาทและหน้าที่ของบุคคลต่างๆ เป็นการสร้างจินตนาการในอาชีพและเป็นการเตรียมตัวสู่การเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต

ของเล่นเป็นสิ่งที่เด็กสามารถจับต้องได้ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีชีวิตก็ตาม ที่สำคัญต้องให้ความสุข ความสนุกสนานและความเพลิดเพลินกับเด็ก ดังนั้นของเล่นจึงไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่ผลิตขึ้นมาโดยเฉพาะเท่านั้น แต่เป็นอุปกรณ์อะไรก็ได้ที่นำมาเล่นแล้วได้รับความสุข ได้ผ่อนคลาย ได้เรียนรู้ อุปกรณ์ทุกอย่างที่แวดล้อมตัวเด็กสามารถใช้เป็นของเล่นได้ทั้งสิ้น การเล่นของเล่นแต่ละชนิดทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้แตกต่างกัน มีความเจริญงอกงามของใยประสาทต่างกัน การเล่นทำให้เด็กได้ค้นหา ทดลองสิ่งแวดล้อมรอบตัว รู้จักการอยู่กับเพื่อนและสร้างความมั่นใจในตนเอง เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งกระตุ้นซึ่งอาจเป็นตัวบุคคล วิธีการเล่น อุปกรณ์การเล่นและสิ่งแวดล้อม สิ่งเหล่านี้ทำให้เด็กมีความงอกงามทางความคิดในการแก้ปัญหา การเรียนรู้ของเด็กเกิดจากการริเริ่มสิ่งแปลกๆใหม่ๆ ปรับปรุงสร้างสรรค์ผลงาน

ครูเลือกของเล่นให้เด็กที่โรงเรียนอย่างไร?

การจัดกิจกรรมให้กับเด็กปฐมวัยเป็นการจัดกิจกรรมแบบบูรณาการผ่านการเล่นที่เป็นการเรียนรู้และส่งเสริมพัฒนาการของเด็กตามวัย ดังนั้นครูปฐมวัยจึงคำนึงถึงของเล่นที่เหมาะสมสอดคล้องกับวัยและพัฒนาการ ความสนใจและบริบทของเด็ก ของเล่นบางชนิดสามารถผลิตเองหรือหาจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว ของเล่นบางชนิดอาจต้องจัดซื้อมาให้เด็กเล่น จุดเริ่มต้นที่ดีในการเลือกของเล่นให้เด็กคือ ความสนใจของตัวเด็กเองโดยเลือกของเล่น ดังนี้

  • เหมาะสมกับอายุ พัฒนาการและความสามารถของเด็ก
  • วัสดุที่ใช้ปลอดภัยไม่เป็นอันตรายต่อเด็ก เช่น ชิ้นส่วนไม่หลุดง่ายและสีไม่ผสมสารตะกั่ว
  • แข็งแรงทนทานต่อการตกหรือการขว้างลงพื้น
  • ราคาไม่แพง
  • ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาการของเด็กในทุกด้าน
  • สามารถดัดแปลงเป็นรูปแบบต่างๆได้หลากหลาย ช่วยให้เด็กเล่นได้ไม่เบื่อ
  • สามารถเล่นได้หลายคนเพื่อฝึกให้เด็กเล่นได้กับผู้อื่นและฝึกทักษะทางสังคมของเด็กด้วย
  • ไม่มีชิ้นส่วนสลับซับซ้อนจนเกินไป เพราะจะสร้างความยุ่งยากในการเล่นและอาจตกหายง่าย
  • ไม่สนับสนุนการพนัน
  • ให้โอกาสเด็กในการคิดประดิษฐ์โดยสามารถต่อเติมหรือดัดแปลงรูปแบบให้เปลี่ยนไปจากเดิมได้ เช่น การต่อหุ่นยนต์ที่สามารถทำได้หลายรูปแบบ

สำหรับการจัดกิจกรรมเพื่อให้เด็กมีโอกาสเล่นของเล่นแบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่

  • วัสดุของเล่นเกี่ยวกับการสอนและให้ความรู้ (INSTRUCTIONAL MATERIALS) ส่วนใหญ่เป็นของเล่นสำเร็จรูปที่เน้นพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก โดยการออกแบบให้สอนทักษะเฉพาะด้าน ก่อให้เกิดความคิดรวบยอดภายในตัวเด็ก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และการศึกษาทางสังคม ของเล่นประเภทดังกล่าวจำแนกได้ดังนี้
    • ภาพตัดต่อ (PUZZLES) มักได้รับการออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการใช้ประสาทสัมผัสตาและมือร่วมกัน โดยการฝึกหาความสัมพันธ์ทางด้านรูปทรงและขนาด รวมทั้งฝึกการสร้างความคิดแบบองค์รวมจากชิ้นส่วนภาพต่อ โดยทั่วไปภาพต่อสำหรับเด็กควรใช้แบบกระดานโฟม ขนาดของชิ้นส่วนค่อนข้างใหญ่ประมาณ 4 – 6 ชิ้น ส่วนภาพต่อสำหรับเด็กโตควรเป็นภาพต่อที่มีขนาดชิ้นส่วนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งช่วยส่งเสริมทักษะการใช้กล้ามเนื้อเล็กและการพัฒนาความคิดรวบยอดขั้นสูงได้เป็นอย่างดี
    • ของเล่นประเภทเรียงลำดับ (STACKING TOYS) ออกแบบมาเพื่อให้เด็กฝึกการลำดับเรียบเรียงสิ่งของ โดยใช้ขนาดและสีเป็นหลักจากขนาดเล็กที่สุดไปสู่ขนาดใหญ่ที่สุด ซึ่งของเล่นชนิดนี้จะช่วยสอนให้เด็กเกิดความคิดเกี่ยวกับการเรียงลำดับ รวมทั้งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างมือและตาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
    • ของเล่นประเภทเชือก (STRINGING TOYS) เป็นของเล่นที่ทำจากวัสดุหลากหลายแบบ เช่น ไม้ พลาสติกและโลหะ โดยปกติชุดของเล่นเชือกจะประกอบด้วยเชือกที่ปราศจากความคมและชิ้นส่วนขนาดเล็กมีรูตรงกลางเพื่อให้เด็กร้อยเชือกเข้าไป การเล่นของเล่นดังกล่าวจะช่วยฝึกการทำงานประสานกันระหว่างมือกับตา ทั้งยังฝึกการเรียนรู้การลำดับก่อนหลังอีกด้วย
    • วัสดุการเล่นแบบซ้อนภาพ (NESTING MATERIALS) ออกแบบมาเพื่อพัฒนาทักษะการเรียงลำดับตามกันและเข้าใจความสัมพันธ์ของขนาดของเล่น เช่น การฝึกให้เด็กเลือกขนาดชิ้นส่วนที่เหมาะสมชิ้นหนึ่งใส่เข้าไปในชิ้นส่วนอีกชิ้นเพื่อให้กลายเป็นชิ้นส่วนเดียวกันอย่างสมบูรณ์
    • ชุดหมุดดอก (PEGBOARD SETS) เป็นของเล่นเกี่ยวกับการสอนที่ได้รับความนิยมมาก ซึ่งช่วยสอนให้เด็กเข้าใจในเรื่องรูปทรงของสิ่งของที่แตกต่างกัน เช่น รูปสี่เหลี่ยมกับรูปวงกลม
  • วัสดุของเล่นที่เป็นของจริง (REAL MATERIALS) เป็นวัสดุที่มีลักษณะเฉพาะและไม่สามารถใช้เล่นได้ในโลกของผู้ใหญ่ วัสดุของเล่นเหล่านี้จะช่วยเสริมการเรียนรู้ของเด็กได้อย่างดีเนื่องจากสามารถปรับเปลี่ยนได้หลายรูปแบบ และทำให้เด็กเกิดแรงจูงใจในการอยากเล่นเลียนแบบผู้ใหญ่ที่ตนเองยึดเป็นต้นแบบ วัสดุของเล่นชนิดนี้ ได้แก่ ทราย โคลน น้ำ ดินเหนียว อาหาร เครื่องมือช่างไม้ เสื้อผ้าแบบผู้ใหญ่
    • ทราย น้ำและโคลน (SAND WATER AND MUD) ถือเป็นวัสดุของเล่นที่ไม่มีรูปแบบหรือรูปร่างที่แน่นอน ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับภาชนะที่ใช้รองรับวัสดุ เช่น กรวย หลอดหรือแม่พิมพ์ คุณสมบัติของวัสดุของเล่นชนิดนี้นอกจากจะมีราคาไม่แพงแล้วยังสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการเล่นได้อย่างไม่จำกัด
    • ดินเหนียวและแป้งโด (CLAY AND PLAY - DON) ดินเหนียวเป็นวัสดุของเล่นที่ได้จากธรรมชาติอีกชนิดหนึ่งที่เหมาะสมอย่างยิ่งกับการเล่นเพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางการคิดของเด็ก วัสดุของเล่นนี้สามารถม้วน ตัดแบ่ง ผสมกันหรือใช้เล่นกับสิ่งของต่างๆได้ เช่น แม่พิมพ์คุกกี้ เป็นต้น นอกจากนี้ดินเหนียวสังเคราะห์หรือแป้งโด ก็สามารถใช้เล่นแทนดินเหนียวจากธรรมชาติได้เป็นอย่างดีเหมือนกัน
    • อาหาร (FOOD) เป็นวัสดุของเล่นทางธรรมชาติที่ไม่คำนึงถึงสถานะเดิมเช่นกัน สามารถเปลี่ยนสถานะได้หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นแบบดิบหรือแบบแช่แข็ง เด็กปฐมวัยมีโอกาสได้รับประสบการณ์จากลักษณะของอาหารที่มีความแตกต่างกันจากการใช้ประสาทสัมผัสของตนเอง
    • ไม้และเครื่องมือช่างไม้ (WOOD AND WOODWORKING TOOLS) วัสดุของเล่นไม้ส่วนใหญ่จะทำมาจากไม้แปรรูปของเล่น ไม้ที่ดีจะต้องมีผิวเรียบ ไม่มีเสี้ยนคม น้ำหนักเบาและปรับเปลี่ยนรูปทรงได้ง่าย แต่เพื่อป้องกันอันตรายที่เด็กอาจได้รับจากการใช้เครื่องมือช่างไม้ ผู้ปกครองควรให้การดูแลอย่างใกล้ชิด
  • วัสดุของเล่นเกี่ยวกับการสร้าง (CONSTRUCTION MATERIALS) เป็นของเล่นที่ออกแบบมาให้เด็กเล่นได้หลายวิธีด้วยกัน แต่จะมีความแตกต่างจากวัสดุของเล่นเกี่ยวกับการสอนและให้ความรู้ที่มีวิธีการเล่นเฉพาะแบบ ส่วนวัสดุเกี่ยวกับการสร้างจะมีรูปแบบการเล่นที่มีอิสระมากกว่า เช่น เลโก้ (LEGO) สามารถปรับสร้างรื้อรูปทรงแล้วสร้างอีกได้เป็นร้อยรูปแบบ ในขณะที่ภาพต่อซึ่งเป็นของเล่นเกี่ยวกับการสอนจะสมบูรณ์เป็นภาพไม่ได้ ถ้าไม่ต่อชิ้นส่วนชิ้นสุดท้ายลงไปในภาพ
    • บล็อก (BLOCKS) สามารถมีรูปร่าง ขนาด สี วัสดุที่ใช้ อาทิ ไม้ พลาสติกที่แตกต่างกันได้มากมายหลายแบบ โดยปกติขนาดและรูปร่างของบล็อกควรได้มาตรฐานสัมพันธ์กัน วัสดุที่ใช้จะต้องได้รับการขัด ลบเหลี่ยมคมต่างๆเพื่อความปลอดภัยในการเล่นของเด็ก
    • ชุดการสร้าง (BUILDING SETS) เป็นชุดของเล่นที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนจำนวนมาก ชิ้นส่วนเหล่านี้สามารถต่อเข้าด้วยกันและทำออกมาได้หลายวิธี เป็นของเล่นที่มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับเด็กปฐมวัยเนื่องจากมีความยืดหยุ่นในการเล่นและสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ได้มากมาย เช่น เลโก้ โดมิโน บล็อก เอบีซี เป็นต้น
  • ของเล่น (TOYS) เป็นแบบจำลองของสิ่งของที่เด็กพบเห็นและสัมผัสจากสิ่งแวดล้อมทางสังคมรอบตัว ของเล่นบางชนิดจำลองมาจากของจริงในชีวิตประจำวัน เช่น บ้าน รถ สัตว์ บางชนิดสร้างจากความคิดจินตนาการ เช่น ซุปเปอร์ฮีโร่ (SUPERHEROES) เด็กสามารถเล่นของเล่นชนิดนี้ได้ง่ายและเล่นได้ทุกแห่ง สามารถจัดกลุ่มของเล่นประเภทนี้ได้ 3 กลุ่มคือ
    • ของเล่นที่เป็นเครื่องใช้ในบ้านเรือน (HOUSEKEEPING TOYS) ของเล่นกลุ่มนี้เป็นตัวแทนของคนและสิ่งของในครอบครัว เช่น ตุ๊กตา ชุดเครื่องครัว โต๊ะ เตาอบ รถเข็นของเล่นเด็ก
    • ของเล่นที่เป็นยานพาหนะ (TRANSPORTATION TOYS) ประกอบด้วย รถไฟ รถเก๋ง รถบรรทุกหรือเรือของเล่น เป็นของเล่นที่เล่นได้ทั้งเด็กเล็กและเด็กโต
    • ของเล่นที่เป็นรูปสัตว์หรือตัวการ์ตูน (ANIMATE TOYS) ของเล่นกลุ่มนี้เป็นตัวแทนของสัตว์ คนและสิ่งสมมติทุกประเภท โดยมากของเล่นชนิดนี้จะทำจากพลาสติกและเด็กนิยมเล่นของเล่นที่มาจากตัวละครในการ์ตูนทางภาพยนตร์โทรทัศน์อย่างมาก

พ่อแม่ผู้ปกครองจะเลือกของเล่นที่เหมาะสมให้ลูกได้อย่างไร?

การเล่นของเล่นของเด็กเริ่มต้นตั้งแต่วัยทารก ปกติแล้วพ่อแม่จะจัดหาของเล่นให้ลูกโดยคำนึงถึงพัฒนาการ ความเหมาะสม ความสนใจของเด็ก หลักในการเลือกของเล่นให้กับลูกก็มีลักษณะเดียวกันกับการเลือกของเล่นให้กับเด็กที่โรงเรียน เช่น เหมาะสมกับวัยของเด็ก มีความปลอดภัยไม่เกิดอันตรายต่อเด็ก ประโยชน์ที่ได้รับจากของเล่น ราคา ความคงทนแข็งแรง วัสดุที่นำมาใช้ ถ้าเป็นของเล่นที่ต้องซื้อพ่อแม่ควรคำนึงถึงมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหรือเครื่องหมาย “มอก.” ก่อนซื้อทุกครั้งพ่อแม่ควรคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก และเมื่อซื้อมาแล้วควรอธิบายวิธีเล่นให้ลูกฟัง อย่าให้เด็กเล่นแผลงๆเนื่องจากอาจเกิดอันตรายได้ และถ้าหากของเล่นชำรุดก็ไม่ควรให้เด็กเล่น ควรนำมาซ่อมแซมก่อนเพื่อความปลอดภัย การเล่นของเล่นควรฝึกให้เด็กรับผิดชอบและส่งเสริมในเรื่องวินัยต่างๆที่ได้จากการเล่นด้วย

เกร็ดความรู้เพื่อครู

ของเล่นเป็นสื่อการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัยที่มีความสำคัญ ดังนั้นการให้เด็กเล่นของเล่นจึงไม่เพียงเพื่อความสนุกสนานเพลิดเพลินเท่านั้น แต่ควรสร้างการเรียนรู้ให้เด็กอย่างหลากหลายด้วย สิ่งสำคัญคือครูจะต้องเป็นผู้เตรียมสื่อ สถานการณ์การเล่นให้มีความหมายต่อเด็ก ส่งเสริมให้เด็กได้เล่นด้วยวิธีการที่หลากหลายแต่มีความเหมาะสมไม่เกิดอันตราย ของเล่นควรมีความปลอดภัยและพร้อมสำหรับเล่น การดูแลและเตรียมสื่อของเล่นจึงมีความสำคัญสำหรับครูที่จะเป็นผู้อำนวยความสะดวกในด้านการเล่นเพื่อการเรียนรู้สำหรับเด็ก นอกจากนี้ครูควรสร้างเสริมคุณลักษณะที่ดีในด้านต่างๆกับเด็กในขณะเล่นของเล่นด้วย

บรรณานุกรม

  1. กุลยา ตันติผลาชีวะ.(2545). ศูนย์หรือมุมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย. วารสารการศึกษาปฐมวัย.
  2. คณาจารย์ชมรมเด็ก.(2545). การละเล่นของเด็กไทย. กรุงเทพฯ:สุวิริยาสาสน์.
  3. เบญจมาภรณ์ กรรณวัลลี. (2541). คู่มือเลือกของเล่นให้ลูกน้อยของคุณ. กรุงเทพฯ:เอดิสันเพรสโพรดักส์.
  4. อุดมลักษณ์ กุลพิจิตร. (2546). วิธีเลี้ยงดูเด็กวัยทารกและวัยเตาะแตะ. กรุงเทพฯ:จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
  5. Johnson, J.E., Christie, James F. & Yawkey, T.D. (1987). Play and Early Childhood Development. New York:Harper Collins.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน