หน้าหลัก » Blogs » ครูปฐมวัย - พันธุ์ใหม่มืออาชีพ ตอนที่ 11 : พัฒนาความเป็นมืออาชีพ (3)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ครูปฐมวัยมืออาชีพ ไม่มีวันสิ้นสุดการเรียนรู้ เขาจะอยู่กับกระบวนการศึกษา เรียนรู้ เปลี่ยนแปลง และพัฒนาวิชาชีพของตน ตลอดเวลา “ครูแห่งปี” (Teacher of the Year) คนแล้วคนเล่า ร่วมกันแบ่งปันประสบการณ์ ปรัชญา และความเชื่อ ในวิชาชีพของตนเอง ด้วยการมีส่วนร่วมในการฝึกอบรมและการศึกษา เกินขอบเขตความจำเป็นในงานปัจจุบัน

การเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกับพ่อแม่และครอบครัวอย่างมั่นอกมั่นใจ (Confidently) และไม่รู้สึกอึดอัด (Comfortably) ได้กลายเป็นส่วนสำคัญในการสอนเด็กนักเรียน

นอกจากนี้ ครูปฐมวัยยังมีบทบาทให้การสนับสนุน (Advocacy) โดยทำหน้าที่แทนเด็กนักเรียน และครอบครัว ในขณะเดียวกันก็ออกแบบยุทธวิธี (Strategy) เพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อม (Circumstance) ของเด็กนักเรียนและครอบครัว การสนับสนุนดังกล่าว อาจต้องดำเนินการเกินความรับผิดชอบในแต่ละวันของมืออาชีพ โดยทำงานเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น

ครอบครัวทุกวันนี้ ต้องการผู้ใหญ่ที่เข้าใจความจำเป็นของเด็กเล็ก ในเรื่องสุขภาพ การศึกษา และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ครูปฐมวัยอยู่ในฐานะพิเศษที่จะรับรู้และเข้าใจความจำเป็นดังกล่าว ตัวอย่างเช่น กริสติ ลือเอ็ทเจ็น (Kristi Luetjen) ผู้ได้รับ การยกย่องว่าเป็น “ครูแห่งปี” ของรัฐคอนเน็คติคัท (Connecticut) เพราะเธอได้บูรณาการเด็กนักเรียนที่มี ความต้องการพิเศษ (Special needs) ให้เข้ากับชั้นเรียนของเธอ

เธออุทิศตนเองให้กับการปรับปรุงบริการสำหรับเด็กอนุบาลที่มีความต้องการพิเศษ โดยผสมผสานการศึกษาสายปรกติ (Regular line) กับสายพิเศษ (Special line) โดยร่วมมือกับครูอื่นๆ ในการผนวกการฝึกโยคะสำหรับเด็กอนุบาล เข้ากับหลักสูตรปรกติ เธอกล่าวว่า “ฉันรู้สึกดีใจที่ได้สนับสนุนเด็กเล็กของเรา ซึ่งรวมเด็กที่บกพร่องในการเรียน (Learning disability : LD) ได้มีโอกาสในการศึกษาชั้นอนุบาลอย่างเห็นความแตกต่าง [ที่มีนัยสำคัญ]”

การดูแลอย่างเอาใจใส่ คือคุณค่า (Value) ที่สำคัญที่สุดสำหรับครูปฐมวัยมืออาชีพ โดยยอมรับและให้เกียรติเด็กนักเรียน ตามภูมิหลังของวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และสังคม ในฐานะมืออาชีพ ครูปฐมวัยทำงานในชั้นเรียน และนอกชั้นเรียน ซึ่งมิได้ “โรยด้วยดอกกุหลาบ” กล่าวคือ ต้องทำงานหนัก เผชิญกับอุปสรรคทั้งปวง

ตัวอย่างเช่น ไม่ใช่เด็กนักเรียนทุกคน จะสามารถเรียนดี สวมเสื้อผ้าสะอาด ปราศจากการเจ็บป่วย หรือหิวกระหาย ภูมิหลังของเด็กนักเรียน และพ่อแม่ของเขา รวมทั้งวิถีชีวิต (Life style) ก็จะไม่เหมือนกัน ดังนั้น การดูแลอย่างใส่ใจ อาจหมายถึงการที่ต้อง “อดตาหลับ ขับตานอน” เพื่อค้นหาวิธีให้เด็กเรียนรู้การอ่าน ใช้เวลาหลายชั่วโมงในการวางแผนและเตรียมวัสดุการสอน ฯลฯ

การดูแลอย่างใส่ใจ ยังหมายถึงการไม่เก็บความเฉลียวฉลาด ความกระตือรือร้น และความสามารถพิเศษ (Talent) ไว้ที่บ้านของครูปฐมวัย แต่นำมาไว้ที่ศูนย์กลาง ในชั้นเรียน ในสำนักงานผู้บริหาร ในห้องประชุม และอะไรก็ได้ที่สร้างความแตกต่าง [อย่างมีนัยสำคัญ] ให้กับชีวิตเด็กนักเรียนและครอบครัว

แหล่งข้อมูล

  1. Morrison, George S. (2014). Fundamentals of Early Childhood Education (7th Ed). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education, Inc.
  2. Learning disability - http://en.wikipedia.org/wiki/Learning_disability (2013, September 9].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน