หน้าหลัก » Blogs » ครูปฐมวัย - พันธุ์ใหม่มืออาชีพ ตอนที่ 131 : มาตรฐานการศึกษา (1)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


มาตรฐานการศึกษา

เมื่อพ่อแม่ไปเยี่ยมชมการสอนเด็กปฐมวัยในชั้นเรียน แล้วตั้งคำถามว่า “ครูสอนอะไร?” มักได้คำตอบที่แตกต่างกัน ครูบางคนอาจตอบว่า เขาสอนเรื่อง “สัตว์” หรือ “วันหยุดพักผ่อน” และบางคน ก็อาจตอบ เขาสอน “ทักษะสังคม” หรือ “การเริ่มอ่านเบื้องต้น” แต่จริงๆ แล้วครูสอนอะไรกันแน่? และข้อสำคัญกว่า ก็คือ เด็กเรียนรู้อะไรกัน?

ครูปฐมวัยควรตั้งคำถามให้ตนเองว่า “ฉันควรสอนอะไร?” แล้วควรจะตอบคำถามนี้อย่างไร? ครูอาจตอบว่า “ฉันจะสอนเด็กให้อ่าน เขียน และคำนวณ” ถ้าเช่นนั้น ต้องตั้งคำถามต่อไป “ทักษะอะไรที่ฉันสอน?” ครูจะสอนการออกเสียง (Phonics)? ความหมายของคำ? การพัฒนาคำศัพท์? แล้วจะสอนทักษะเหล่านี้ตามลำดับอะไร? เพื่อให้บรรลุระดับไหน?

การตอบคำถามเหล่านี้ คงไม่ง่ายนัก และไม่ใช่ครูทุกคนจะมีคำตอบเดียวกัน และนี่ก็เป็นเหตุผลสำคัญที่จะต้องมีมาตรฐาน (Standard) ซึ่งเป็นข้อความเกี่ยวกับสิ่งที่เด็กควรรู้ และสามารถทำได้ อันเป็นการช่วยตอบคำถามสิ่งที่ครูควรสอนเด็ก (What should a teacher teach?) และสิ่งที่เด็กควรเรียนรู้ (What should students learn?)

ในสหรัฐอเมริกา การเคลื่อนไหวในเรื่องมาตรฐานการศึกษาได้มีมากกว่า 30 ปีแล้ว ซึ่งไม่ยาวนานเท่าไรนัก เมื่อเปรียบเทียบกับเหตุการณ์สำคัญๆ ในประวัติศาสตร์ของการศึกษา แต่ทรงอิทธิพลในเรื่องผลกระทบต่ออนาคตของการศึกษาในศตวรรษที่ 21 รัฐบาลกลางได้มีความคิดริเริ่ม 3 ประการที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาและลงมือปฏิบัติซึ่งการเคลื่อนไหวในเรื่องมาตรฐาน

  • ภัยเสี่ยงของชาติ (A Nation at Risk) - ในปี พ.ศ. 2526 กระทรวงศึกษาธิการอเมริกัน ได้แต่งตั้งคณะกรรมการแห่งชาติเพื่อความเป็นเลิศทางการศึกษา (National Commission on Excellence in Education) เพื่อศึกษาและรายงานผลในเรื่องคุณภาพของการศึกษาในประเทศ คณะกรรมการชุดนี้ได้เสนอแนะให้ (1) ปฏิรูปหลักสูตรใหม่ (2) กำหนดมาตรฐานที่เข้มงวดและวัดผลได้ และ (3) สร้างความคาดหวังที่สูงจากเด็ก
  • รัฐบัญญัติจุดมุ่งหมาย ปี ค.ศ. 2000 ของการศึกษาอเมริกัน - กฎหมายนี้ได้รับการออกแบบเพื่อให้แน่ใจว่า เด็กอเมริกันทุกคนสามารถบรรลุระดับการศึกษาที่สูง โดยกำหนดจุดมุ่งหมายระดับชาติ 8 ข้อ ให้บรรลุภายในปี พ.ศ. 2543 ตัวอย่างเช่น ในข้อ 4 ของจุดมุ่งหมายระบุว่า เด็กอเมริกันจะต้องแสดงความสามารถเป็นเลิศ (อันดับ 1) ของโลกในวิชาวิทยาศาสตร์ และ คณิตศาสตร์
  • รัฐบัญญัติไม่มีเด็กถูกทิ้งท้าย (No Child Left Behind : NCLB) - กฎหมายนี้กำเนิดขึ้นในปี พ.ศ. 2544 ครอบคลุมตั้งแต่การศึกษาอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย บนหลักพื้นฐาน 4 ประการ กล่าวคือ (1) ความรับผิดชอบ (Accountability) ต่อผลสัมฤทธิ์ (2) การมีทางเลือกสำหรับพ่อแม่ (3) การควบคุมและความยืดหยุ่นระดับท้องถิ่น และ (4) การเน้นหนักในเรื่องสิ่งที่ปฏิบัติได้บนพื้นฐานของการวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์

แหล่งข้อมูล

  1. Morrison, George S. (2014). Fundamentals of Early Childhood Education (7th Ed). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education, Inc.
  2. Standards-based education reform in the U.S. - http://en.wikipedia.org/wiki/Standards- based_education_reform [2014, June 23].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน