หน้าหลัก » Blogs » ครูปฐมวัย - พันธุ์ใหม่มืออาชีพ ตอนที่ 134 : มาตรฐานแกนร่วม (1)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


มาตรฐานการศึกษา

ทั้ง 50 รัฐของสหรัฐอเมริกา มีมาตรฐานในเรื่องสิ่งที่เด็กควรรู้และปฏิบัติได้ อย่างไรก็ตาม นักการศึกษา นักการเมือง และสาธารณชนตระหนักดีว่า สิ่งที่เด็กเรียนรู้ขึ้นอยู่กับที่ที่เขาอาศัยอยู่ และมาตรฐานของแต่ละรัฐก็มิได้เป็นแบบเดียวกัน (Uniform) ตัวอย่างเช่น สิ่งที่เด็กในรัฐแคลิฟอร์เนียเรียนรู้ ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่เด็กในรัฐนิวยอร์คเรียนรู้

ความต้องการของสาธารณชน สำหรับมาตรฐานเดียวกันในทุกรัฐ จึงเป็นรากฐานของมาตรฐานแกนร่วม (Common Core State Standards หรือเรียกกันสั้นๆ ว่า CCS) แล้วยังมีเหตุผลอีก 2 ข้อในการพัฒนามาตรฐานแห่งชาติแล้วนำไปปฏิบัติ ดังนี้

  • เศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ (Great Recession) ในช่วงปี พ.ศ. 2551 - 2555 แสดงถึงความจำเป็นของประเทศที่จะต้องมีกำลังคนทำงาน (Workforce) ที่ได้รับการฝึกฝนอบรมมาเป็นอย่างดี ผู้นำธุรกิจและอุตสาหกรรม ต่างก็ร้องเรียนว่า เขาไม่สามารถสรรหาพนักงานที่มีการศึกษาสูง พร้อมทักษะความชำนาญ ที่เขาต้องการเพื่อแข่งขันในระดับชาติและระดับนานาชาติ เขาคาดหวังให้สถาบันการศึกษายกระดับมาตรฐานในการสอน เพื่อผลิตกำลังคนทำงานดังกล่าว สำหรับปัจจุบันและอนาคต
  • สหรัฐอเมริกา ได้รับการจัดอันดับที่ล้าหลังประเทศอื่นๆ อย่างต่อเนื่องมาหลายปี ในคะแนนทดสอบของการอ่านและคณิตศาสตร์ การสำรวจปี พ.ศ. 2555 พบว่า ใน 2 วิชาหลักดังกล่าว เด็กที่ทำคะแนนสูงเป็นอันดับแรกของโลก มาจากประเทศจีน ตามด้วยสิงคโปร์ ฮ่องกง เกาหลี ฟินแลนด์ ไต้หวัน ลิคเท็นสไตน์ [Liechtenstein ซึ่งเป็นประเทศในยุโรปกลาง] สวิตเซอร์แลนด์ และญี่ปุ่น ส่วนเด็กอเมริกัน อยู่ในอันดับที่ 32 นักการเมืองอเมริกันเชื่อมั่นว่า การปราศจากความสำเร็จของเด็กอเมริกัน เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศชาติ และบ่อนทำลายอิทธิพลของสหรัฐอเมริกาทั้งในการเมืองและเศรษฐกิจระดับโลก (Global influence)

ความคิดริเริ่ม (Initiative) ในการสร้างมาตรฐานเพื่อเทียบเคียง (Benchmark) การศึกษาระดับชาติ ในวิชาคณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ มีวัตถุประสงค์ เพื่อเตรียมความพร้อมให้เด็กประสบความสำเร็จในอุดมศึกษา และประกอบสัมมาอาชีพในอนาคต โดยเป็นความพยายามในระดับรัฐ มิใช่ของรัฐบาลกลาง

มาตรฐานแกนร่วม ตั้งอยู่บนพื้นฐานของแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best practice) ของการศึกษาระดับชาติและนานาชาติ รวมทั้งข้อมูลจากการวิจัยและจากหลากหลายแหล่ง โดยที่แต่ละรัฐสามารถเข้าร่วมหรือไม่ร่วมก็ได้ แต่รัฐที่เข้าร่วมจะกำหนดวิธีการวัดผล และให้เด็กรับผิดชอบต่อการไต่ขึ้นถึงมาตรฐานที่วางไว้ ข้อดีของการยึดถือมาตรฐานดังกล่าว ได้แก่

  • สร้างความชัดเจนในสิ่งที่เด็กได้รับการคาดหวังให้เรียนรู้ ในวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ
  • ช่วยครูให้มุ่งเน้นในความรู้และทักษะที่มีความสำคัญ
  • กำหนดจุดมุ่งหมายในหมู่เด็ก พ่อม่ และครู
  • ช่วยรัฐประเมินประสิทธิผลของโรงเรียนและชั้นเรียน รวมทั้งให้โอกาสเด็กเท่าเทียมกันในการบรรลุความสำเร็จ

แหล่งข้อมูล

  1. Morrison, George S. (2014). Fundamentals of Early Childhood Education (7th Ed). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education, Inc.
  2. Common Core State Standards Initiative - http://en.wikipedia.org/wiki/Common_Core_State_Standards_Initiative [2014, June 30].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน