หน้าหลัก » Blogs » ครูปฐมวัย - พันธุ์ใหม่มืออาชีพ ตอนที่ 136 : มาตรฐานแกนร่วม (3)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


มาตรฐานแกนร่วม

มาตรฐานช่วยให้สาธารณชนสามารถคาดหวังความรับผิดชอบจากครูและโรงเรียน เพื่อให้แน่ใจว่า ครูจะไม่สามารถปฏิเสธว่า “ฉันได้สอนการอ่านให้นักเรียนแล้ว” เพราะคำถามใหม่จะเป็น “นักเรียนได้เรียนอะไรแล้ว?" แต่คำถามที่สำคัญกว่านั้น ก็คือ “แล้วนักเรียนได้เทียบเคียงมาตรฐาน (Benchmark) กับความสามารถในการอ่านของเด็กๆ รุ่นราวคราวเดียวกันอย่างไร?”

ในสหรัฐอเมริกา การศึกษาเป็นหน้าที่โดยตรงของแต่ละรัฐ ซึ่งตามประวัติศาสตร์แล้ว ได้กระจายความรับผิดชอบให้แต่ละท้องถิ่น (Local district) ไปบริหารจัดการกันเอง อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2538 แต่ละรัฐ [และรัฐบาลกลาง] เริ่มเพิ่มการควบคุมการศึกษาสำหรับเด็ก ติดตามผลการสอน และคาดหวังให้โรงเรียนรับผิดชอบต่อผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน

มาตรฐานแกนร่วม (Common Core Standards : CCS) จึงเป็นมาตรการหนึ่งที่ช่วยให้บรรลุจุดมุ่งหมายนี้ แต่มิใช่ทุกคนจะพึงพอใจต่อการควบคุมการศึกษาที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ของรัฐ และของรัฐบาลกลาง ด้วยเหตุผลนานัปการ โดยเฉพาะการควบคุม เป็นการลดสมรรถภาพของโปรแกรมท้องถิ่น ในการพัฒนาหลักสูตรของตนเอง บนพื้นฐานของสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดให้เด็กในท้องถิ่น

ความคิดดั้งเดิมของการควบคุมภายในท้องถิ่ม ได้ถูกฝังรากลึก (Embed) ในความเชื่อมั่นที่ว่า ชุมชนท้องถิ่นรู้ว่า อะไรเหมาะสมที่สุดสำหรับเด็กของตน? นอกจากนี้ นักการศึกษาปฐมวัย ยังเชื่อมั่นว่า การควบคุมจากรัฐ และจากรัฐบาลกลาง จะนำไปสู่โปรแกรมที่ไม่เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็กเล็ก โดยเฉพาะเด็กในวัยก่อนเข้าเรียน และเด็กอนุบาล

อย่างไรก็ตาม มาตรฐานได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ (Landscape) ทางการเมืองและการศึกษา CCS ได้รับการพิจารณาว่าเป็นสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานของการศึกษาตั้งแต่อนุบาลถึงมัธยมปลาย เพราะช่วยให้มั่นใจว่า เด็กทุกคนได้รับการสอนในสิ่งที่เขาควรรู้เพื่อให้ได้ทักษะที่เหมาะสมในแต่ละระดับ แม้จะมีความกังวลเสมอในเรื่องเด็กที่ด้อยสถานะทางเศรษฐกิจและสังคม อาจไม่ได้รับการสอนหรือท้าทายความสามารถให้ประสบความสำเร็จ จนเกิดการออกจากโรงเรียนก่อนวัยอันควร (Drop-out)

การผนวกเทคโนโลยีให้เข้ากับหลักสูตร เป็นอีกข้อกำหนดหนึ่งใน CCS ที่ปรับ (Align) ให้เหมาะสมตามวัยของพัฒนาการ (Developmentally appropriate) เพื่อประโยชน์ในการประเมินเด็กเล็กและวัดผลสัมฤทธิ์ของเขา CCS ทำให้ครูปฐมวัย สามารถบูรณาการความคิด (Idea) แนวความคิด (Concept) และทักษะ เข้ากับแนวทางการสอน ตัวอย่างเช่น เมื่อครูของเด็กก่อนวัยเข้าโรงเรียน เข้าใจมาตรฐานของชั้นอนุบาล เขาสามารถสอนเด็กเล็ก ในทักษะภาษา การอ่านออก-เขียนได้ (Literacy) และการคำนวณ ที่เด็กจำเป็นต้องมีในการเปลี่ยนผ่านไปสู่เด็กอนุบาลที่ประสบความสำเร็จ การเตรียมความพร้อมสำหรับระดับถัดไป จึงเป็นภาระหน้าที่สำคัญของครูปฐมวัย

เพื่อให้ได้ประสบการณ์การเรียนรู้ที่ดีที่สุดสำหรับเด็ก CCS จะแยกแยะความรู้ที่เด็กจำเป็นต้องได้รับการสอน ซึ่งจะช่วยให้ครูปฐมวัยรู้สิ่งที่โรงเรียนคาดหวังจากเด็กและครูผู้สอน เด็กพึงได้รับการสอนวิธีตั้งและตอบคำถาม Who? (ใคร) What? (อะไร) When? (เมื่อไร) Where? (ที่ไหน) Why? (ทำไม) และ How? (อย่างไร) หรือที่เรียกกันว่า 5W 1H

แหล่งข้อมูล

  1. Morrison, George S. (2014). Fundamentals of Early Childhood Education (7th Ed). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education, Inc.
  2. Common Core State Standards Initiative - http://en.wikipedia.org/wiki/Common_Core_State_Standards_Initiative [2014, July 6].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน