หน้าหลัก » Blogs » ครูปฐมวัย - พันธุ์ใหม่มืออาชีพ ตอนที่ 139 : ผลกระทบของมาตรฐานแกนร่วม (1)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


มาตรฐานแกนร่วม

เว็นดี้ หลึบ (Wendy Loeb) ครูโรงเรียนบัฟฟาโล่ โกร๊ฟ (Buffalo Grove) ในรัฐอิลลินอยส์ ได้นำผลลัพธ์จากการประเมินผลสอบรายวันของเธอ ไปใช้ในการกำหนดว่าเด็กคนไหน มีปัญหาในการตั้งคำถาม 5W-1H (Who? What? When? Where? Why? และ How?) ซึ่งทำให้เธอสามารถวางแผนระดับและประเภทของการแก้ไข (Intervention) ที่เด็กแต่ละคนจำเป็นต้องได้รับ

มาตรฐาน (Standard) เป็นวิธีการหนึ่งที่ทำให้แต่ละรัฐและโปรแกรมท้องถิ่น ต้องรับผิดชอบต่อการสอนและการเรียนรู้ ความรับผิดชอบ (Accountability) หมายความว่า เด็กทุกคนจะบรรลุความสำเร็จในสิ่งที่มาตรฐานได้ระบุไว้ อันนำไปสู่จุดมุ่งเน้น (Focus) ในเรื่องความสำเร็จของเด็ก

ในขณะเดียวกัน ผู้สนับสนุน (Advocate) ความรับผิดชอบดังกล่าว เชื่อมั่นว่า จุดมุ่งเน้นในเรื่องความสำเร็จของเด็กจะช่วยลด (และหวังว่าจะขจัด) ช่องว่าง (หรืออุปสรรค) ความสำเร็จ (Achievement gap) ระหว่างเชื้อชาติ และชนชั้นทางเศรษฐกิจและสังคม (Socio-economic class) ดังนั้น ไม่มีครูหรือชั้นเรียนใดในประเทศ ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรฐาน

ตามดัชนีชี้วัดสิ่งที่เด็กควรรู้และปฏิบัติได้นั้น มาตรฐานกำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการที่ครูสอน วิธีการและสิ่งที่เด็กควรเรียนรู้ ตลอดจนวิธีการที่โรงเรียนดำเนินงาน มาตรฐานได้ “แปลงโฉม” (Transform) หรือ “ปฏิรูป” (Reform) การสอนจากแบบจำลองสิ่งที่ป้อนเข้า (Input model) ไป เป็นแบบจำลองผลที่ออกมา (Output model)

ดังนั้น ครูจะไม่สามารถกล่าวอีกว่า “ฉันได้สอนเด็กในเรื่องการบอกเป็นนัยของโครงสร้าง (Structural cue) เพื่อถอดรหัสคำ (Decoding word)” เพราะคำถามใหม่จะเป็น “แล้วเด็กสามารถใช้ (และประยุกต์ใช้) ทักษะการถอดรหัสไหม?” และ “เด็กจะใช้ทักษะการถอดรหัสในข้อทดสอบระดับชาติหรือไม่?” [ตัวอย่างของ Structural cue ได้แก่ ครูปฐมวัย จะพูดถึง “Puppy” (ลูกสุนัข) ว่า เป็นสัตว์ที่มีหางสั้น เพื่อบอกเป็นนัยมิให้เด็กสับสน [ถอดรหัส] กับคำว่า “Purple” ที่เป็นสีม่วง]

ครูปฐมวัยที่เก่งจะมีความคิดอ่าน (Idea) ที่ดีในเรื่องสิ่งที่สอนและวิธีที่สอน อย่างไรก็ตาม การเพิ่มข้อกำหนดในการสอนตามมาตรฐาน เพื่อให้เด็กรู้อย่างช่ำชอง (Master) ในเรื่องมาตรฐาน จะช่วยลดเวลา (และเพิ่มโอกาส) การปฏิบัติตามความคิดอ่านดีๆ ของครูปฐมวัย การเพิ่มความสำเร็จของเด็กคือศูนย์กลางของการเคลื่อนไหวในเรื่องมาตรฐาน

ผู้กำหนดนโยบาย (Policy maker) และนักการศึกษามองเห็นว่า มาตรฐาน การทดสอบ และการปรับการสอน เป็นหนทางที่เหมาะสม (Viable) ในทางปฏิบัติ เพื่อช่วยให้มั่นใจถึงความสำเร็จของเด็ก “การปรับ” (Alignment) เป็นการจัดแจงมาตรฐาน หลักสูตร (Curriculum) และการทดสอบ ให้ส่งเสริมซึ่งกันและกัน

แหล่งข้อมูล

  1. Morrison, George S. (2014). Fundamentals of Early Childhood Education (7th Ed). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education, Inc.
  2. Common Core State Standards Initiative - http://en.wikipedia.org/wiki/Common_Core_State_Standards_Initiative [2014, July 13].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน