หน้าหลัก » Blogs » ครูปฐมวัย - พันธุ์ใหม่มืออาชีพ ตอนที่ 161 : การรายงานผลการประเมินผล

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


การรายงานผลการประเมินผล

ครูปฐมวัยพยายามเลือก (1) วิธีและ (2) เครื่องมือประเมินผลที่เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก อันเป็นส่วนสำคัญของการประเมินผล จากนั้นความรับผิดชอบของครูปฐมวัยมืออาชีพ ก็คือการรายงานผลต่อครอบครัวของเด็ก และ (เมื่อเห็นสมควร) ต่อผู้ดูแลเด็กอื่นๆ ในเรื่องการเจริญเติบโต พัฒนาการ และผลสัมฤทธิ์ของเด็ก

การสื่อสารกับครอบครัว เป็นหนึ่งในงานที่สำคัญยิ่ง โดยอาศัยแนวทางปฏิบัติดังต่อไปนี้

  • สื่อสารอย่างตรงไปตรงมา (Honest) และเป็นจริง (Realistic) กับพ่อแม่ ครูปฐมวัยมักไม่ต้องการ “ทำร้าย” (Hurt) ความรู้สึกของพ่อแม่ จึงมักจะ “เคลือบน้ำตาล” (Sugar-coat) สิ่งที่รายงาน อย่างไรก็ตาม พ่อแม่ต้องการการประเมินผลอย่างตรงไปตรงมาในสิ่งที่เด็กได้เรียนรู้ สามารถทำได้ และจะทำในอนาคต ครูปฐมวัยพึงประเมินผลตามความต้องการดังกล่าว จึงจะได้รับความร่วมมือจากพ่อแม่
  • สื่อสารกับพ่อแม่เพื่อความเข้าใจ สิ่งที่ครูปฐมวัยสื่อสารจะต้องสมเหตุสมผล (Make sense) ในสายตาของพ่อแม่ ซึ่งพ่อแม่เองก็ต้องเข้าใจในสิ่งที่ครูพูด ทั้งทางวาจา (Oral) และลายลักษณ์อักษร (Written) โดยเฉพาะเมื่อพูดในภาษาเดียวกันกับภาษาของพ่อแม่
  • ให้ความคิดและข้อมูลแก่พ่อแม่ที่ช่วยให้เขาช่วยลูกของเขาอีกต่อหนึ่ง อย่าลืมว่า ครูปฐมวัย และพ่อแม่ ต้องเป็นหุ้นส่วน (Partner) กัน ในการช่วยให้เด็กประสบความสำเร็จในโรงเรียน และในชีวิต

การประเมินผลอย่างเป็นระบบ (Systematic) เป็นวิธีทรงพลัง (Powerful) สำหรับครูปฐมวัยในการเรียนรู้ แนะนำ และกำหนดทิศทาง ในเรื่องการเรียนรู้และพฤติกรรมของเด็ก หากได้รับการนำไปปฏิบัติอย่างถูกต้อง ก็จะเป็นประโยชน์ต่อเด็กอย่างเต็มที่

ครูปฐมวัยพึงตระหนักว่า เด็กมีความสำคัญมากกว่าสิ่งที่เขาได้รับการประเมิน ในการทดสอบมาตรฐานเฉพาะ (Standardized test) การสังเกตเป็นวิธีที่ “แท้จริง” ในการเรียนรู้เกี่ยวกับเด็ก กล่าวคือ สิ่งที่เขารู้และสามารถทำได้ โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นในภูมิหลัง (Setting) ที่เป็นไปตามธรรมชาติ (Naturalistic) อันได้แก่ ชั้นเรียน ศูนย์ดูแลเด็ก (Child care) สนามเด็กเล่น และที่บ้าน

การสังเกต (Observation) เป็นการกระทำอย่างตั้งใจ (Intentional) และเป็นระบบของการมองพฤติกรรมเด็กในมิติของภูมิหลัง โปรแกรม หรือสถานการณ์เฉพาะ บางครั้งเรียกกันว่า “เฝ้ามองเด็ก” (Kid-watching) ด้วยซ้ำและเป็นวิธีการดีเยี่ยมในการค้นหาพฤติกรรมและการเรียนรู้ของเด็ก

การสังเกตได้รับการออกแบบ เพื่อรวบรวมข้อมูลช่วยการติดสินใจ เสนอแนะ (Recommend) พัฒนาหลักสูตร วางแผนกิจกรรม และสร้างยุทธวิธี (Strategy) การสอน รวมทั้งประเมินการเจริญเติบโต พัฒนาการ และการเรียนรู้ของเด็ก ตัวอย่างเช่น บางครั้งเมื่อครูปฐมวัยและพ่อแม่มอง (Look at) เด็ก อาจไม่เห็น (See) หรือเข้าใจว่าเด็กกำลังทำอะไร? และทำไม?

แหล่งข้อมูล

  1. Morrison, George S. (2014). Fundamentals of Early Childhood Education (7th Ed). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education, Inc.
  2. Classroom Assessment: Observation and Note Taking - http://fcit.usf.edu/assessment/classroom/interactb.html [2014, September 1].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน