หน้าหลัก » Blogs » ครูปฐมวัย - พันธุ์ใหม่มืออาชีพ ตอนที่ 164 : ขั้นตอนของการสังเกต (2)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ขั้นตอนของการสังเกต2

ขั้นตอนที่ 3 การแปรผล (Interpretation) ข้อมูล - ทุกครั้งที่มีการสังเกตควรต้องมีการแปรผล ซึ่งเป็นกระบวนการของการตรวจสอบข้อมูลที่ได้รวบรวมมา การจัดแจงข้อมูล และการสรุปความเห็นจากข้อมูล เพื่อใช้ในการตัดสินใจบนพื้นฐานของผลสรุป การแปลผลทำหน้าที่หลายอย่าง ดังนี้

  • วิเคราะห์การสังเกตในมุม (Perspective) ที่กว้างขึ้น กล่าวคือ เชื่อมโยงกับสิ่งที่ครูปฐมวัยรู้อยู่แล้วก่อนหน้านี้และสิ่งที่ยังไม่รู้ ในเหตุการณ์หรือพฤติกรรมของเด็ก
  • ให้เหตุผลที่สนับสนุนสิ่งที่ครูปฐมวัยได้สังเกตเห็น และทำให้ครูสามารถใช้ความรู้ทางวิชาชีพในการแปลผลดังกล่าว
  • สร้างโอกาสให้ครูปฐมวัยเรียนรู้ที่จะคาดคะเน (Anticipate) พฤติกรรมตัวอย่าง (Representative) ที่บ่งชี้ถึงการเจริญเติบโตและพัฒนาการปรกติของเด็ก ภายใต้สภาวะใดสภาวะหนึ่ง และรับรู้ว่า อะไรมิใช่ตัวอย่างที่ปรกติของการเจริญเติบโต พัฒนาการ และการเรียนรู้ของเด็ก
  • สร้างพื้นฐาน (Foundation) สำหรับการลงมือปฏิบัติ การปรับตัว (Adaptation) ที่จำเป็น หรือการดัดแปลง (Modification) ในโปรแกรมหรือหลักสูตร

ในการสังเกต ครูปฐมวัย อาจพบว่า เด็กสมองพิการ (Cerebral palsy) มีร่างกายที่เคลื่อนไหวลำบาก (Disability) แต่การเจริญเติบโตของเขาทางด้านอื่นเป็นปรกติดี เขาได้แสดงทักษะทางสังคม จนเป็นที่ยอมรับของผู้อื่น รู้ว่าเมื่อไรควรร้องขอความช่วยเหลือ และสามารถร้องขอความช่วยเหลือ ซึ่งมักได้รับการสนองตอบด้วยดี

ขั้นตอนที่ 4 การนำแผนไปลงมือปฏิบัติ (Implementation) - ขั้นตอนนี้ แสดงว่า ครูปฐมวัยมีพันธสัญญาที่จะนำผลลัพธ์จากการสังเกตไปปฏิบัติ ตัวอย่างเช่น ในกรณีเด็กสมองพิการ แม้จะมีพฤติกรรมที่เหมาะสมในสายตาของครูปฐมวัย เด็กคนอื่นๆ ควรได้ประโยชน์จากกิจกรรมที่ได้รับการออกแบบให้ช่วยเหลือผู้อื่น หรือสนองตอบความต้องการของผู้อื่น

นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมของชั้นเรียนที่มีการดัดแปลง อาทิ การจัดแจงเฟอร์นิเจอร์ที่เคลื่อนย้ายได้ ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้เด็กสมองพิการ การลงมือปฏิบัติ ยังรวมถึงการที่ครูปฐมวัยรายงานผลและประชุม (Conference) ร่วมกับพ่อแม่ หรือผู้อื่น เท่าที่จำเป็น และประยุกต์ใช้ผลลัพธ์จากการสังเกตกับสถานการณ์ (Circumstance) ในชีวิตจริง ซึ่งสามารถปรับปรุงสถานการณ์ของเด็ก และธำรงรักษาความก้าวหน้าของเด็กอย่างสม่ำเสมอ

ลู แอน ฮาร์เกอร์ (Lu Ann Harger) ครูประถมศึกษาปีที่ 2 ณ โรงเรียนประถมศึกษาฮิงเกิลครีค (Hinkle Creek Elementary School) ที่เมือง Noblesville รัฐอินเดียนนา กล่าวว่า “มีหลากหลายวิธีที่จะสร้างความแตกต่างในชีวิตของเด็ก ในแต่ละปี ครูปฐมวัยได้รับเกียรติอันสูงส่งในการใช้เวลา 8 ชั่วโมงต่อวันในการสร้างความกระหาย (Burning desire) อยากเรียนรู้ให้เกิดขึ้นในตัวเด็ก” แต่จะเริ่มต้นที่ไหน? และอย่างไร?

แหล่งข้อมูล

  1. Morrison, George S. (2014). Fundamentals of Early Childhood Education (7th Ed). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education, Inc.
  2. Observation and Assessment - http://www.sagepub.com/upm-data/9656_022816Ch5.pdf [2014, September 8].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน