หน้าหลัก » Blogs » ครูปฐมวัย - พันธุ์ใหม่มืออาชีพ ตอนที่ 20: สวนแห่งความเมตตา

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


คริสต้า เพอร์สัน (Christa Pehrson) และวิคกี้ เช็ฟเฟล่อร์ (Vicki Sheffler) ผู้ได้รับรางวัล “ชนะเลิศทีมครูทั่วประเทศ” (All-USA First Team Teachers) จากโรงเรียนประถมศึกษาเอมอส เค ฮัทชินสัน (Amos K. Hutchinson) ในเมือง Greensburg รัฐเพ็นซิเลเนีย กล่าวว่า ครูปฐมวัยต้องสอนเด็กนักเรียนให้มีเมตตา (Kind) ผ่านการกระทำเป็นตัวอย่างรูปธรรม เพราะเด็กเล็ก มักเรียนรู้จากกระทำและทัศนคติของครูปฐมวัย

“จิตใจที่เมตตาคือสวน ความคิดที่เมตตาคือราก คำพูดที่เมตตาคือการผลิดอก และการกระทำที่เมตตาคือการออกผล (Fruit)” ถ้าเราจินตนาการว่า ชั้นเรียนของเราคือสวน ครูปฐมวัยคือคนสวน ผู้ที่ไม่เพียงแต่หว่านเมล็ดวิชาการที่หลากหลาย แต่ยังต้องปลูกเมล็ดแห่งความเมตตา อีกด้วย

การกระทำและทัศนคติ กำหนดความเป็นครูปฐมวัย ความเมตตา มิใช่เป็นทักษะ แต่เป็นทัศนคติ ครูปฐมวัยจำเป็นต้องเป็นแก่นสารของความเมตตา โดยปลูกฝังให้เด็กนักเรียน เบ่งบาน [เติบโต] กลายเป็นดอกไม้ที่น่ารักที่สุด ทั้งหมดนี้เริ่มต้นที่ทัศนคติ และการกระทำของครูปฐมวัย ซึ่งเชื่อมั่นว่า เด็กนักเรียนที่สามารถแสดงออกซึ่งความเมตตา จะมีความสุขมากกว่า และมีผล [งาน] ผลิตมากกว่า (Productive) ในชั้นเรียน

ครูปฐมวัย ทำงานเป็นหมู่คณะ [ปรกติ 2 คน] ในชั้นเรียน [ที่ปรกติมีเด็กนักเรียน 40 คน] เด็กนักเรียนทุกคนในชั้นเรียนรู้ดีว่า เขาหรือเธอ เป็นที่รักและยอมรับ ทุกคนจึงรับผิดชอบต่อทัศนคติและการกระทำของตน ครูปฐมวัย ส่งเสริมแผนพฤติกรรมที่ง่ายแต่สร้างสรรค์ในชั้นเรียน ที่ปลอดภัย ให้เกียรติ (Respectful) และรับผิดชอบ

ครูปฐมวัยยังเชื่อมั่นในผลลัพธ์เชิงงาน (Task-oriented) มากกว่าเชิงเวลา (Time-oriented) ตัวอย่างเช่น ถ้าเด็กนักเรียนใช้วาจาที่ไม่เมตตาต่อเพื่อนนักเรียน จนส่งผลให้ทำร้ายความรู้สึกทางจิตใจ การเขียนจดหมาย หรือวาดภาพ เพื่อขอโทษ จะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า การถูกลงโทษมิให้เล่นเป็นเวลา 5 นาที

อันที่จริง ภาษาอังกฤษของคำว่า “โรงเรียนอนุบาล” คือ “Kindergarten” มีรากศัพท์มาจากภาษาเยอรมัน ที่แปลว่า “Children’s garden” หรือ “สวนของเด็ก” เป็นสถานศึกษา ก่อนวัยเข้าโรงเรียน (Pre-school) คำนี้บัญญัติโดย เฟร็ดริค ฟรอเบล (Friedrich Froebel) เพื่อเป็นสถานเล่นและทำกิจกรรมของเด็กเล็ก [อาทิ ร้องเพลงและวาดรูป]

เขาก่อตั้งโรงเรียนอนุบาลแห่งแรกของโลกใน พ.ศ. 2380 ณ เมือง Bad Blankenburg ประเทศเยอรมัน เพื่อเป็นประสบการณ์ทางสังคมสำหรับเด็กเล็กในช่วงเปลี่ยนถ่าย (Transition) จาก [ชีวิตใน] บ้าน ไปสู่ [ชีวิตใน] โรงเรียน จุดมุ่งหมายของเขาก็คือ เด็กเล็กควรได้รับการดูแล และฟูมฟัก ใน “สวนของเด็ก” เหมือนต้นไม้ในสวน

ความคิดของฟรอเบล ได้รับความนิยมจน “สวนของเด็ก” แพร่หลายไปทั่วโลก และกิจกรรมปฏิสัมพันธ์ทางสังคม (Social interaction) ก็เป็นที่ยอมรับกันว่า เป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาทักษะและความรู้ในเด็กเล็ก

แหล่งข้อมูล

  1. Morrison, George S. (2014). Fundamentals of Early Childhood Education (7th Ed). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education, Inc.
  2. Kindergarten - http://en.wikipedia.org/wiki/Kindergarden (2013, September 30].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน