หน้าหลัก » Blogs » ครูปฐมวัย - พันธุ์ใหม่มืออาชีพ ตอนที่ 22 : สภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย (1)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


การศึกษาวิจัยหลายครั้งแสดงว่า เด็กนักเรียนที่ได้รับการดูแลและการสอนในสภาพแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ (Enriched) จะมีสุขภาพที่แข็งแรงกว่า มีความสุขมากกกว่า และมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จ (Achievement-oriented) มากกว่า เด็กนักเรียนทั่วไป แต่การที่เด็กนักเรียนทุกคนจะบรรลุมาตรฐานนี้ได้ ครูปฐมวัยต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่แข็งแรง ให้เกียรติ (Respectful) และสนับสนุน

มีความพยายามทั่วทั้งโรงเรียน ที่จะสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้ และสังคมที่มีคุณภาพสูง สำหรับเด็กนักเรียน อาทิ การจัดให้มีอาหารเช้าสำหรับเด็กนักเรียน การรณรงค์ (Campaign) ความเป็นอยู่ที่ดีต่อสุขภาพ และติดตั้งโปรแกรมต่อต้านการรังแกหรือทำตัวเป็นอันธพาล (Anti-bullying)

ในชั้นเรียน ครูปฐมวัยจัดให้มีบทเรียนและกิจกรรมที่เด็ก จะเรียนรู้การมีสุขภาพแข็งแรง อาทิ การเลือกกินอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และสำรวจสภาพแวดล้อมของโรงเรียน เพื่อตรวจสอบประเด็นต่างๆ ด้านสุขอนามัยและความปลอดภัย

สภาพแวดล้อมด้านสุขภาพ คำนึงถึงสุขอนามัยและความปลอดภัยทั้งทางร่างกายและจิตใจของเด็กนักเรียน ตัวอย่างเช่น โรงเรียนออสติน อีโค (Austin Eco) ในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส ได้สร้างสภาพแวดล้อมสำหรับเด็กในการเรียนรู้ และเล่น ที่ปราศจากสารพิษ (Toxin) ทางเคมี ซึ่งมักพบในสิ่งชำระล้าง (Cleanser) สี (Paint) และการปูพื้น (Flooring) โปรแกรมการดูแลเด็กนักเรียนทั่วสหรัฐอเมริกา เริ่มขยายวงหลากหลาย อาทิ การใช้ผ้าอ้อมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco-friendly) วิธีการที่ไม่ใช้สารพิษในการกำจัดแมลง (Pest control) และอาหารอินทรีย์ (Organic food) สำหรับเด็กทารก

สภาพแวดล้อมของการให้เกียรติ คำนึงถึงเด็กนักเรียนแต่ละคน ภูมิหลังวัฒนธรรม ภาษาแต่กำเนิด ความสามารถ (หรือความบกพร่อง) เฉพาะตัว บริบทครอบครัวและชุมชน มาร์ซี่ เฮ็นนิเก้อร์ (Marcy Henniger) ผู้ประพันธ์หนังสือเรื่อง “เตรียมความพร้อมเพื่อการเรียนรู้” (Setting the Stage for Learning) สนับสนุนให้พ่อแม่และครูส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการปรุงอาหาร โดยครูอาจมี “ศูนย์กลางการสำรวจ” (Exploration Center) ที่เต็มไปด้วยกิจกรรมและวัสดุการเรียนรู้ จากวัฒนธรรมหลากหลาย อาทิ ตำรับอาหาร (Recipe) ซึ่งเด็กนักเรียนอาจทดลองกับการปรุงอาหารนานาชนิด

สภาพแวดล้อมของการสนับสนุน คำนึงถึงความเชื่อว่า เด็กนักเรียนแต่ละคนสามารถเรียนรู้ และช่วยเด็กคนอื่นให้เข้าใจความหมายของประสบการณ์ บางโรงเรียนและชั้นเรียน สนับสนุนให้เด็กนักเรียนปรกติจับคู่ (Pairing) กับเด็กนักเรียนที่ [อาจบกพร่องทางร่างกายหรือจิตใจ] เป็นออสทิสติก วิธีการนี้ช่วยให้เด็กออทิสติกเริ่มคุ้นเคยกับชั้นเรียนปรกติ และได้รับประสบการณ์ของเด็กนักเรียนปรกติ มิฉะนั้น อาจใช้เวลาส่วนใหญ่ของวันไปอยู่ในชั้นเรียนสำหรับเด็กออสทิสติกเท่านั้น

แหล่งข้อมูล

  1. Morrison, George S. (2014). Fundamentals of Early Childhood Education (7th Ed). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education, Inc.
  2. Kindergarten http://en.wikipedia.org/wiki/Kindergarden (2013, September 30].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน