หน้าหลัก » Blogs » ครูปฐมวัย - พันธุ์ใหม่มืออาชีพ ตอนที่ 35 : อุปสรรคความสำเร็จ (2)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ตามความเข้าใจมาแต่ไหนแต่ไรแล้วว่า วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และการกีฬา เป็นวิชาสำหรับ “ชายชาตรี” (Masculine) เท่านั้น ไม่ว่าครู พ่อแม่ และเด็กนักเรียน ต่างเชื่อมั่นว่า เมื่อพบเด็กหญิงเก่งคำนวณ ก็เพราะความเพียรพยายาม (Hard work) ของเด็กเอง แต่เมื่อพบเด็กชายเก่งคำนวณ ก็เพราะความสามารถพิเศษ (Talent) ตามธรรมชาติ

การแสดงออกของครูเอง ก็มักประจักษ์ในความลำเอียงแก่เด็กชายในชั้นเรียนคณิตศาสตร์ ผลลัพธ์ก็คือ อุปสรรคความสำเร็จระหว่างเพศชายกับเพศหญิง จึงเป็นที่มาของความขาดแคลนเด็กนักเรียนหญิงในวิชาวิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี (Technology) วิศวกรรม (Engineering) และคณิตศาสตร์ (Mathematics) หรือที่เรียกกันว่า “STEM” ซึ่งเป็นวิชาที่จะนำพาไปสู่การศึกษาในวิชาชีพ ที่สร้างสามารถสร้างรายได้สูงให้แก่ครอบครัวในอนาคต

ผลการศึกษาวิจัย พบว่า ความเชี่ยวชาญ (Expertise) ของครู มีความสัมพันธ์โดยตรงกับผลการเรียนของเด็ก และสามารถขจัดอุปสรรคความสำเร็จ (Achievement gap) ได้ เด็กนักเรียนที่ได้ครูที่มีประสิทธิผลต่อเนื่องกัน 3 ปี สามารถทำคะแนนในการทดสอบความสำเร็จ (Achievement test) ได้สูงถึง 50% มากกว่า เด็กที่ได้ครูที่ไม่มีประสิทธิผลต่อเนื่องกัน 3 ปี

ครูปฐมวัยที่มีประสิทธิผล คือครูที่ “รู้เนื้อหาวิชา (Content) ที่สอน ให้นักเรียนมีส่วนร่วม (Engage) ในการเรียนรู้ และท้าทายเขาให้ไปสู่ความสำเร็จที่สูงขึ้นไปอีก” เขาจะดำเนินการเพื่อปิดช่องว่าง [อุปสรรค] ความสำเร็จ ด้วยยุทธวิธี (Strategy) ต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • สอนเพื่อความสำเร็จ - ครูปฐมวัยทุกวันนี้ เป็นครูที่มีความตั้งใจ (Intentional teacher) โดยความคาดหวังสูงในตัวลูกศิษย์ เพื่อให้ประสบความสำเร็จด้วยมาตรฐานสูง
  • สอนตามความแตกต่าง (Differentiate) - สนองตอบต่อความต้องการที่แตกต่างของเด็กนักเรียนแต่ละคน ที่คละกันอยู่ในชั้นเรียนเดียวกัน แม้จะมีความสามารถในการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน แอนเจลลิก้า แอล จอร์แดน (Angellica L. Jordan) จากส่วนกิจกรรมการศึกษา (Education activity) กระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา และเป็น “ครูแห่งปี” (Teacher of the Year) ของประเทศ กล่าวว่า “ฉันเชื่อว่า ครูที่มีประสิทธิผล ย่อมใช้เวลาในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเด็กนักเรียน พ่อแม่ เพื่อนร่วมวิชาชีพ (Colleague) และผู้บริหารโรงเรียน เมื่อฉันทราบสิ่งที่เด็กนักเรียนชอบ ไม่ชอบ และความสนใจ ฉันจะสามารถสร้างบทเรียนที่แตกต่าง [เพื่อสนองตอบความต้องการที่แตกต่างของเด็กนักเรียนแต่ละคน]”
  • เข้าใจความหวังในความแตกต่างระหว่างเพศ (Gender)
  • ประเมินจุดเด่น (Strength) และจุดด้อย (Weakness) ของเด็กนักเรียนแต่ละคน
  • ผนวกวิถีการเรียนรู้ (Learning style) ของนักเรียนแต่ละคนในแผนการสอน
  • สื่อสารกับพ่อแม่ ในฐานะพันธมิตร (Partner) ในกระบวนการศึกษา

แหล่งข้อมูล

  1. Morrison, George S. (2014). Fundamentals of Early Childhood Education (7th Ed). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education, Inc.
  2. STEM fields - http://en.wikipedia.org/wiki/STEM_fields(2013, November 11].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน