หน้าหลัก » Blogs » ครูปฐมวัย - พันธุ์ใหม่มืออาชีพ ตอนที่ 37 : พัฒนาการสมอง (2)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


เมื่อแรกเกิด จำนวนนับแสนของเซลประสาท (Neurons) จะก่อร่าง (Form) จุดเชื่อมโยงกว่า 50,000,000,000,000 จุด (Synaps) ผ่านกระบวนการแพร่กระจาย (Proliferation) จุดเชื่อมที่มีชื่อว่า “Synaptogenesis” กระบวนการนี้จะดำเนินต่อไปจนอายุ 10 ขวบ ประสบการณ์ที่เด็กได้รับในช่วงเวลานี้ จะช่วยก่อร่างการเชื่อมโยงจุดเซลประสาทเหล่านี้

เด็กที่มิได้มีประสบการณ์ที่จำเป็นต่อการก่อร่างการเชื่อมโยงดังกล่าว จะมีความเสี่ยงสูงที่จะด้อยพัฒนาการและมีปัญหาพฤติกรรม เด็กจำเป็นต้องได้ประสบการณ์ที่มีคุณภาพสูง ซึ่งเสริมส่งการศึกษาและพัฒนาการ อาทิ การพูด การอ่าน และการร้องเพลง ซึ่งจะช่วยให้เด็กพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน (Peers) และขยายคำศัพท์ (Vocabulary) เพิ่ม

เด็กจำเป็นต้องได้ประสบการณ์ที่เหมาะสมกับกาลเทศะ เรียกว่า “ช่วงเวลาวิกฤต” (Critical period) อันเป็น “หน้าต่างแห่งเวลา” (Window of time) ที่ส่วนต่างๆ ของร่างกายจะล่อแหลม (Vulnerable) ต่อการขาดการกระตุ้น หรืออิทธิพลสภาพแวดล้อม ตัวอย่างเช่น ช่วงเวลาวิกฤตของพัฒนาการภาษา อยู่ที่ขวบปีแรกของชีวิต

ช่วงเวลาดังกล่าว เส้นทางการได้ยิน (Auditory pathway) สำหรับการเรียนรู้ภาษา จะเริ่มก่อร่างขึ้น ณ แรกเกิด ทารกสามารถแยกแยะเสียงของทุกภาษาในโลกนี้ แต่ ณ อายุประมาณ 6 เดือน ทารกจะเริ่มสูญเสียความสามารถในการแยกแยะเสียงของภาษาต่างๆ ที่เขาไม่ได้ยิน ผ่านกระบวนการจุดเชื่อมโยงของสมองฝ่อ (Neutral shearing หรือ pruning)

ณ อายุ 12 เดือน แผนที่การได้ยิน (Auditory map) จะถูกปักธงอย่างถาวร ทารกที่พ่อแม่และผู้เลี้ยงดูอื่นๆ ได้พูดคุยด้วยอย่างสม่ำเสมอ จะมีคำศัพท์ที่มากกว่าทารกที่ไม่ได้รับการกระตุ้นจากการสื่อสารดังกล่าว

ประสบการณ์ที่เหมาะสมกับกาละเทศะ ยังสัมพันธ์กับ จะขยาย “หน้าต่างแห่งโอกาส” (Window of opportunities) หรือ “ช่วงเวลาความรู้สึกที่อ่อนไหว” (Sensitive period) ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเรียนรู้บางอย่าง มากกว่าเวลาอื่น ช่วงเวลาดังกล่าว มักกำหนดแน่นอนไม่ค่อยได้ แต่มักยาวนานหากต้องพัฒนาทักษะเฉพาะ อาทิ การเรียนภาษาที่สอง

อย่างไรก็ตาม หากโอกาสสำหรับการเรียนรู้มิได้เกิดขึ้นในเวลาที่เหมาะสม การแสวงหาทักษะใหม่ อาจไม่เกิดขึ้นตลอดไป หรือถ้าเกิดขึ้น ก็ต้องได้มาด้วยความลำบากกว่า หรือไม่สมบูรณ์ ในทศวรรษที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์และนักการศึกษา ใช้เวลาและความพยายามมากในการสำรวจความเชื่อมโยงของพัฒนาการสมองกับการเรียนรู้ในชั้นเรียน

การวิจัยในเรื่องสมอง ชี้แนะวิธีการพัฒนาการเรียนรู้ในชั้นเรียน และการให้เด็กนักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ที่จะเอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้ และพัฒนาไปสู่ระดับที่เหมาะสม (Optimal level) สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ การวิจัยในเรื่องสมอง ทำให้นักการศึกษาเริ่มตระหนักในความสำคัญของการกระตุ้นให้เด็กเล็กได้ร่วมกิจกรรมตั้งแต่ปฐมวัย อาทิ การฟังดนตรี และการเล่นเครื่องดนตรี จะกระตุ้นบริเวณสมองที่สัมพันธ์กับคณิตศาสตร์ และการใช้เหตุผล นอกจากนี้ กิจกรรมการเคลื่อนไหว (Motor) อาทิ พลศึกษา ควรอยู่ในตารางประจำวันของเด็กตลอดปีและทุกๆ ปีในโรงเรียนประถมศึกษา

แหล่งข้อมูล

  1. Morrison, George S. (2014). Fundamentals of Early Childhood Education (7th Ed). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education, Inc.
  2. Brain - http://en.wikipedia.org/wiki/Brain [2013, November 17].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน
sirikul