หน้าหลัก » Blogs » ครูปฐมวัย - พันธุ์ใหม่มืออาชีพ ตอนที่ 39 : ดนตรี ศิลปะ และสมอง

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ตั้งแต่แรกเริ่มที่มีการบันทึกประวัติศาสตร์ของการศึกษาปฐมวัย ดนตรีและศิลปะเป็นปัจจัยสำคัญของการศึกษาปฐมวัย นักการศึกษาสนับสนุนให้เด็กเกี่ยวข้องกับดนตรีและศิลปะใน 3 วิถีทาง กล่าวคือ ความชื่นชอบ (Appreciation) การแสดงออก (Performance) และการสร้างสรรค์ (Creation)

ผู้คนอาจไม่ได้ชื่นชอบดนตรีและศิลปะประเภทเดียวกัน แต่ทุกคนต่างชื่นชอบดนตรีและศิลปะไม่ประเภทใดก็ประเภทหนึ่ง เด็กๆ ก็เช่นกัน ไม่เคยมีเด็กคนไหนที่ไม่ชื่นชอบการร้องเพลง การเต้นรำ การระบายสี และการสร้างสรรค์

อริสโตเติล (Aristotle) นักปราชญ์ชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ของโลก เชื่อว่า ศิลปะและการละคร เป็นสิ่งที่ดีสำหรับผู้คน เพราะเป็นช่องทางของการระบายอารมณ์ความรู้สึกต่างๆ ส่งผลให้กลายเป็นคนที่สงบขึ้น (Calmer) และดีขึ้น (Better) อับบราฮัม มาสโลว์ (Abraham Maslow) นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน ให้คุณค่าต่อความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) และความสำคัญต่อการสร้างสุนทรียภาพ (Aesthetic creation) ในชั้นเรียนสำหรับเด็กเล็ก

มาเรีย มอนเตสซอรี่ (Maria Montessori) แพทย์และนักการศึกษาชาวอิตาลี เชื่อว่า เด็กควรอาศัยศิลปะในการเรียนรู้ การชื่นชอบศิลปะเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรมอนเตสซอรี่ และในห้องเรียนมอนเตสซอรี่ จะประดับประดาด้วยภาพสี (Painting) ของนานาจิตรกรที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก

โปรแกรมการศึกษาของเด็กปฐมวัยมีบทเรียนให้เด็กเกิดประสบการณ์จากการเล่นดนตรีกลุ่มคีย์บอร์ด (Keyboard) [เช่น เปียโน อิเล็คโทน] เนื่องจากผลการวิจัย พบความเชื่อมโยงระหว่างการเรียนดนตรี และความสำเร็จในการเรียน (Academic achievement) เราสามารถให้เด็กเกี่ยวข้องกับดนตรีและศิลปะ ในฐานะผู้ชื่นชอบ (Appreciator) ผู้แสดง (Performer) และผู้สร้างสรรค์ (Creator)

ครูปฐมวัยเข้าใจคุณค่าของการบูรณาการดนตรีให้เข้ากับหลักสูตรการสอน ดังต่อไปนี้

  • เด็กเล็กที่เรียนดนตรี จะแสดงพัฒนาการสมองที่แตกต่าง [อย่างมีนัยสำคัญ] ปรับปรุงความจำได้ดีขึ้น [กว่าเด็กที่ไม่ได้เรียนดนตรี] และผ่านการทดสอบที่สัมพันธ์กับทักษะความฉลาด (Intelligence skills) อาทิ การอ่านออก-เขียนได้ (Literacy) ความจำคำพูด (Verbal memory) การประมวลภาพเห็นและสถานะ (Visual-space processing) คณิตศาสตร์ และระดับสติปัญญา (Intelligence quotient : IQ)
  • การเล่นเครื่องดนตรี สามารถเพิ่มพูนความอ่อนไหว (Sensitivity) ของสมองต่อเสียงจากการพูด ซึ่งสัมพันธ์กับทักษะการถอดรหัสที่เกี่ยวข้องกับดนตรีและภาษา ประสบการณ์ทางดนตรี ตั้งแต่เยาว์วัยสามารถ “ปรับระดับเสียง” (Fine-tune) กับระบบการได้ยิน (Auditory) ของสมอง
  • เด็กที่เรียนดนตรีจะมีความสามารถเหนือกว่าเพื่อนในทักษะความจำ และความสามารถที่ไม่เกี่ยวข้องกับดนตรี อาทิ การอ่านออก-เขียนได้ คณิตศาสตร์ และแม้แต่ระดับสติปัญญา

แหล่งข้อมูล

  1. Morrison, George S. (2014). Fundamentals of Early Childhood Education (7th Ed). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education, Inc.
  2. Art - http://en.wikipedia.org/wiki/Art [2013, November 21].
  3. Music - http://en.wikipedia.org/wiki/Music [2013, November 21].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน