หน้าหลัก » Blogs » ครูปฐมวัย - พันธุ์ใหม่มืออาชีพ ตอนที่ 51 : พิทักษ์เด็กจากการรังแก

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


พิทักษ์เด็กจากความรุนแรง

ครูปฐมวัยอาจช่วยป้องกัน หรือลดการรังแกในชั้นเรียน ได้ดังนี้

  • พูดคุยกับเด็กทีละคน และเป็นกลุ่ม เมื่อสังเกตเห็นพฤติกรรมที่ส่อให้เห็นความเจ็บปวด ตัวอย่างเช่น “เธอคิดว่า เขาจะรู้สึกอย่างไร เมื่อเธอผลักเขาออกนอกเส้นทาง?”
  • ต้องตื่นตัวเสมอ ในการสังเกตสัญญาณของพฤติกรรมรังแกในชั้นเรียน แล้วเข้าแทรกแซงทันที
  • สอนพฤติกรรมการช่วยเหลือและให้ความร่วมมือ ความสุภาพอ่อนน้อม และการให้เกียรติ (Respect) สิ่งที่เด็กกระทำมักเลียนแบบ (Model) จากพฤติกรรมของผู้อื่น ดังนั้นครูปฐมวัย จึงควรยกตัวอย่างของพฤติกรรมที่ดีและเหมาะสมให้เด็กเห็นในชั้นเรียน
  • ให้เด็กทำงานด้วยกันเป็นหมู่คณะในโครงการ แล้วให้เด็กพูดคุยกันในเรื่องวิธีที่จะทำงานร่วมกันได้
  • ทำให้เด็กในชั้นเรียนรู้สึกว่า เป็นผู้ที่สำคัญและได้รับการต้อนรับเสมอ
  • พูดคุยกับพ่อแม่ และช่วยให้เขาเข้าใจความต้องการของครูปฐมวัย ที่จะหยุดยั้งการรังแก และความปรารถนาให้ห้องเรียนปราศจากการรังแก (Bully-free)
  • ประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) กับพ่อมแม่ในเรื่องการต่อต้านพฤติกรรมการรังแก (Anti-bully) และสังเกตสัญญาณของการรังแก
  • รายงานการรังแกต่อครูใหญ่ อย่าลืมว่า ถ้าครูปฐมวัยรับรู้พฤติกรรมการรังแก แล้วไม่ทำอะไรเลย ถือว่า ครูมิได้ทำหน้าที่พิทักษ์และสนับสนุน (Advocate) เด็กทุกๆ คน
  • แจ้งให้พ่อแม่รับทราบปฏิกิริยาของเด็กต่อความรุนแรงในโรงเรียน เมื่อถูกรังแกหรือเป็นผู้รังแกเสียเอง เพื่อร่วมมือกัน (Collaborate) แก้ไข (Remediate) สถานการณ์
  • อ่านหนังสือเกี่ยวกับการรังแกให้เด็กฟัง ในช่วงอ่านนิทาน (Story time) บทเรียนเป็นกลุ่ม (Group lessons) หรือแบ่งปันกันอ่าน (Shared reading) รวมทั้งส่งหนังสือให้พ่อแม่อ่านให้ลูกฟังที่บ้าน

นอกจากนี้ การแพร่หลายของการใช้อินเทอร์เน็ต โทรศัพท์อัจฉริยะ (Smart Phone/iPhone) เครื่องมือสื่อข้อความ (Texting device) และเว็บไซต์เครือข่ายสังคม (Social networking) ได้นำไปสู่การพัฒนาการรังแกรูปแบบใหม่ นั่นคือ การรังแกทางออนไลน์ (Cyber bullying) ซึ่งมักไม่ปรากฏชื่อจริง (Anonymous) และบางครั้งรับรู้กันระหว่างผู้รังแก (ซึ่งอาจเป็นกลุ่ม [Cliques]) และผู้ถูกรังแก (ซึ่งมักเป็นคนเดียว) เท่านั้น และเหยื่อมักเป็นเด็กหญิงมากกว่าเด็กชาย

การรังแกทางออนไลน์ในเด็ก โดยการคุกคาม (Threatening) เฝ้าสะกดรอย (Stalking) รังควาญ (Harassment) ทรมาน (Torment) และทำให้อับอายขายหน้า (Humiliation) ผ่านโทรศัพท์มือถือ เฟซบุ๊ก (Facebook) ทวิตเต้อร์ (Twitter) ห้องสนทนา (Chat room) บล็อก (Blog) การส่งข้อความ (Messaging) และรูปภาพ เป็นต้น

แหล่งข้อมูล

  1. Morrison, George S. (2014). Fundamentals of Early Childhood Education (7th Ed). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education, Inc.
  2. Cyber-bullying - http://en.wikipedia.org/wiki/Cyber_bullying (2013, December 19].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน
supawan