หน้าหลัก » Blogs » ครูปฐมวัย - พันธุ์ใหม่มืออาชีพ ตอนที่ 85 : ทฤษฎีนิเวศวิทยา

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ทฤษฎีจิตสังคม

ยูรี บรอนเฟนเบรนเน่อร์ (Urie Bronfenbrenner) ผู้มีชีวิตอยู่ระหว่าง ปี พ.ศ. 2460 - 2548 เป็นนักจิตวิทยาพัฒนาการ (Developmental psychologist) ชาวอเมริกันที่เกิดในรัสเซีย ผู้พัฒนาทฤษฎีนิเวศวิทยา (Ecological theory) ซึ่งมองพัฒนาการของเด็กภายในบริบทของระบบความสัมพันธ์ที่ก่อร่างขึ้นเป็นสภาพแวดล้อม อันประกอบด้วย 5 ระบบ ดังนี้

1. ระบบเล็ก (Micro-system) ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมของเด็กที่ห้อมล้อมด้วยพ่อแม่ ครอบครัว เพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน (Peer) สถานเลี้ยงเด็ก โรงเรียน เพื่อนบ้าน ชุมชน เป็นต้น เด็กจะได้รับอิทธิพลและมีอิทธิพลต่อระบบนี้ ตัวอย่างเช่น ในกรณีเด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าว (Aggressive) ครูปฐมวัย อาจริเริ่มให้มีการใช้ความสัมพันธ์ของเด็กกับหนังสือในการบำบัด (Biblio-therapy) หรือ ในกรณีเด็กบกพร่องทางร่างกาย โรงเรียนก็ต้องอำนวยความสะดวกให้เด็กเข้าถึงชั้นเรียนได้ง่าย

2. ระบบระหว่างกลาง (Meso-system) ประกอบด้วยการเชื่อมโยง (Linkage) หรือปฏิสัมพันธ์ (Interaction) ระหว่างระบบ เล็กด้วยกัน อาทิ ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่กับครู ในสหรัฐอเมริกา นโยบายของโรงเรียนที่สนับสนุนการอ่านออก-เขียนได้ (Literacy) ของครอบครัว มีอิทธิพลต่อค่านิยม (Value) ของการอ่านออก-เขียนได้ของเด็กและสมาชิกอื่นๆ ภายในครอบครัว

3. ระบบภายนอก (Exo-system) คือ ระบบสภาพแวดล้อมที่ประกอบด้วยเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งเด็กไม่มีปฏิสัมพันธ์โดยตรง แต่ก็ยังมีอิทธิพลต่อเด็ก อาทิ เครือข่ายครอบครัว และสถานที่ทำงานของพ่อแม่ ในกรณีที่พ่อแม่ต้องทำงานกะดึก หรือทำงานล่วงเวลา ย่อมมีผลกระทบต่อการเลี้ยงดูและพัฒนาการของเด็ก อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

4. ระบบใหญ่ (Macro-system) ประกอบด้วยวัฒนธรรม ประเพณี และค่านิยม (Value) ของสังคม ในภาพรวม ตัวอย่างเช่น ความรุนแรงที่เห็นในสังคมที่สะท้อนผ่านสื่อมวลชน ย่อมกระทบต่อพัฒนาการของเด็ก โดยที่เด็กจำนวนมากเริ่ม เกรงกลัวต่อความรุนแรง และถูกคุกคามโดยความรุนแรง รวมทั้งมีพฤติกรรมรุนแรงเสียเอง

5. ระบบลำดับเวลา (Chrono-system) ประกอบด้วยอิทธิพลสภาพแวดล้อมของลำดับเวลา และวิถีทางที่กระทบต่อพัฒนาการและพฤติกรรมของเด็ก อาทิ ความยากจน พ่อแม่หย่าร้าง และเทคโนโลยี ทุกวันนี้เด็กมีความชำนาญ (Adept) กับการใช้จากเทคโนโลยีในการเรียนรู้และความบันเทิง (Edutainment) และคงดำรงอยู่คู่ไปกับการเจริญเติบโตของเด็ก

แต่ละระบบเหล่านี้ (ซึ่งอยู่รอบๆ ตัวเด็ก) ได้รับอิทธิพลและมีอิทธิพลต่อกันและกัน ขึ้นอยู่กับเด็กแต่ละคนที่แตกต่างกันด้วยภูมิหลังกรรมพันธุ์ (Genetic) อารมณ์ความรู้สึก (Temperament) และลักษณะพิเศษ (Characteristics) สิ่งที่พ่อแม่และนักการศึกษาสนใจคือวิธีการลดอิทธิพลและปฏิสัมพันธ์ทางสังคมที่เป็นลบ และเพิ่มอิทธิพลที่เป็นบวกต่อพัฒนาการของเด็ก

แหล่งข้อมูล:

  1. Morrison, George S. (2014). Fundamentals of Early Childhood Education (7th Ed). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education, Inc.
  2. Urie Bronfenbrenner - http://en.wikipedia.org/wiki/Urie_Bronfenbrenner [2014, March 2].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน