หน้าหลัก » บทความ » คุณธรรมพื้นฐานเรื่อง ขยัน

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

ขยัน คือ ความตั้งใจเพียรพยายามทำหน้าที่การงานอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ อดทน ไม่ท้อถอยเมื่อพบอุปสรรค ความขยันต้องควบคู่กับการใช้ปัญญาแก้ปัญหาจนเกิดผลสำเร็จตามความมุ่งหมาย เด็กที่มีความขยัน คือ เด็กที่ตั้งใจทำอย่างจริงจังต่อ เนื่องในเรื่องที่ถูกที่ควร เป็นคนสู้งาน มีความพยายาม ไม่ท้อถอย กล้าเผชิญอุปสรรค รักงานที่ทำ ตั้งใจทำหน้าที่อย่างจริงจัง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อตัวเด็กเอง ดังพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานเพื่อเชิญลงพิมพ์ในหนังสือวันเด็ก ประจำปี 2530 ความว่า “เด็กๆนอกจากจะต้องเรียนความรู้แล้ว ยังต้องหัดทำการงานและทำความดีด้วย เพราะการทำงานจะช่วยให้มีความสามารถ มีความขยัน อดทน พึ่งตนเองได้ และการทำดีนั้นจะช่วยให้มีความสุข ความเจริญ ทั้งป้องกันตนไว้ไม่ให้ตกต่ำ”

คุณธรรมพื้นฐานเรื่อง ขยัน มีความสำคัญและความเป็นมาอย่างไร?

ความขยันจะทำให้เด็กเป็นที่รักของคนอื่น เด็กขยันจะเป็นผู้สร้างประโยชน์ได้มาก ถ้าไม่ขยัน สิ่งที่ควรจะได้จากชีวิตจะไม่เกิด ทั้งๆที่ฉลาด รู้ เข้าใจทุกอย่าง ถ้าเกียจคร้านก็คงไม่ประสบความสำเร็จ เราจึงควรมุ่งสอนเด็กให้มีความขยัน ทำงานอย่างมีความสุข มีความตั้งอกตั้งใจทำจริง เห็นคุณค่าของสิ่งที่ทำ และอดทนต่ออุปสรรค

ผู้ใหญ่ควรปลูกฝังให้เด็กเห็นว่า “ไม่มีใครเคยประสบความสำเร็จ ทั้งที่ยังเกียจคร้าน” ความขี้เกียจ ความเกียจคร้านเป็นสิ่งน่ากลัว เป็นมลทินชีวิต เป็นอุปสรรคสำคัญที่ต้องเอาชนะด้วยวิริยะ ความมีจิตริเริ่ม ไม่ปล่อยตามสบาย เลื่อนลอยไปเรื่อยๆ แต่เด็กๆจะต้องมีจิตริเริ่มที่จะทำสิ่งที่ควรทำ พยายาม และมีความอดทนต่ออุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงานนั้นๆ เด็กทุกคนจึงควรได้รับอบรมเลี้ยงดูให้รู้จักงดเว้น รู้จักควบคุม รู้จักเอาชนะใจตัวเอง ฝึกให้เป็นผู้มีสติ มีความสันโดษ มีความอดทน มีระเบียบวินัย มีความขยัน หลีกละความชั่ว ประกอบความดี ไม่ย่อท้อ ไม่ละเลยทอดทิ้งธุระหน้าที่ มีจิตใจที่รักการสู้เพื่อสิ่งที่ถูกต้อง มีการพัฒนาในทุกๆด้าน และมีความมุ่งมั่นที่จะชนะตัวเอง ที่จะทำตัวเองให้ดีที่สุด

คุณธรรมพื้นฐานเรื่อง ขยัน มีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

“ฉันทะทำให้ขยัน ตัณหาทำให้ขี้เกียจ” การปลูกฝังนิสัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และความมุ่งมั่นขยันหมั่นเพียรทำกิจต่างๆให้สำเร็จ เป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับเด็ก ผู้ที่ต้องการดำเนินชีวิตให้เจริญก้าวหน้า ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะด้านการศึกษาหรืออาชีพการงานก็ตาม ควรปฏิบัติตามหลักธรรมที่จะนำไปสู่ความสำเร็จแห่งกิจการนั้นๆ ที่เรียกว่า อิทธิบาท 4

อิทธิบาท 4 : ทางแห่งความสำเร็จ ประกอบด้วย ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา

ความขยัน วิริยะ หรือความเพียร เป็นข้อหนึ่งที่สืบมาจากฉันทะ ในอิทธิบาท 4 ฉันทะนำไปสู่วิริยะ วิริยะนำไปสู่จิตตะ และจิตตะนำไปสู่วิมังสา

  • ฉันทะ คือ มีใจรัก ความพอใจรักใคร่ในสิ่งที่ทำ รักการทำงาน รักเป้าหมาย รักจุดหมายที่ดีงาม รักวัตถุประสงค์ของงานนั้น พอใจจะทำสิ่งนั้น และทำด้วยใจรัก ต้องการทำให้เป็นผลสำเร็จอย่างดีแห่งกิจหรืองานที่ทำ มิใช่สักว่าทำพอให้เสร็จ ๆ หรือเพียงเพราะอยากได้รางวัลหรือผลกำไร
  • วิริยะ คือ พากเพียรทำ ความเพียร ความพยายาม ขยัน หมั่นประกอบ หมั่นกระทำสิ่งนั้นด้วยความพยายาม เข้มแข็ง อด ทน เอาธุระ ไม่ทอดทิ้ง ไม่ท้อถอย ก้าวไปข้างหน้าจนกว่าจะสำเร็จ
  • จิตตะ คือ เอาจิตฝักใฝ่ ตั้งจิตรับรู้ในสิ่งที่ทำและทำสิ่งนั้นด้วยความคิด เอาใจใส่ ไม่ปล่อยจิตใจให้ฟุ้งซ่านเลื่อนลอย ใช้ความคิดในเรื่องนั้นบ่อยๆ เสมอๆ ทำกิจหรืองานนั้นอย่างอุทิศตัว อุทิศใจ และ
  • วิมังสา คือ ใช้ปัญญาสอบสวน หมั่นใช้ปัญญาพิจารณาใคร่ครวญตรวจตราหาเหตุผล และตรวจสอบข้อบกพร่องขัด ข้องในสิ่งที่ทำ โดยรู้จักทดลอง วางแผน วัดผล คิดค้นวิธีแก้ไขปรับปรุง เพื่อจัดการและดำเนินงานนั้นให้ได้ผลดียิ่งขึ้นไป

จำง่ายๆว่า “มีใจรัก พากเพียรทำ เอาจิตฝักใฝ่ ใช้ปัญญาสอบสวน”

ครูจัดกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมพื้นฐานเรื่อง ขยัน ให้ลูกอย่างไร?

ความเพียรพยายาม ความขยัน ความเข้มแข็ง อดทน ความใฝ่รู้ใฝ่ทำ ความรับผิดชอบ ความมีสติ รู้จักยับยั้งชั่งใจ ความจริงใจจริงจัง ความมั่นใจ ความแน่วแน่มั่นคง มีสมาธิ เป็นคุณสมบัติสำคัญ เรียกว่า สมรรถภาพของจิตใจ หรือเรียกสั้นๆ ว่า สมรรถภาพจิต

ครูจึงปลูกฝังให้เด็กมีสมรรถภาพจิตที่เข้มแข็ง มีความขยัน ตั้งใจเพียรพยายามทำหน้าที่การงานอย่างต่อเนื่อง อย่างสม่ำเสมอ อดทนไม่ท้อถอยเมื่อพบอุปสรรค เป็นคนสู้งาน กล้าเผชิญอุปสรรค รักงานที่ทำ ตั้งใจทำหน้าที่อย่างจริงจัง ซึ่งความขยันที่สำคัญสำหรับเด็กวัยเรียน มี 2 ด้าน ดังนี้

  • มีความขยัน เพียรพยายามในการเรียน การงานที่ได้รับมอบหมายจนสำเร็จ
  • มีความเพียรพยายามในการประกอบกรรมดี ละบาป ความขยันในข้อนี้ มี 4 ประเภท คือ เพียรป้องกันหรือเพียรระวังไม่ทำบาป เพียรละบาป เพียรสร้างความดี และเพียรรักษาความดี

รูปแบบและแนวทางในการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาเด็กให้มีความขยันหมั่นเพียรทั้ง 2 ด้าน ได้แก่ การเล่านิทานคุณธรรม การปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน การทำงานศิลปะ การบริหารจิตและเจริญปัญญา ด้วยการสวดมนต์ ไหว้พระ แผ่เมตตา นั่งสมาธิ และเดินจงกรม รวมถึงการเข้าร่วมพิธีกรรมทางศาสนา ดังนี้

  • การเล่านิทานที่มีเนื้อหาสอดแทรกคติธรรม โดยในการอ่านนิทานนั้น ครูจะดึงให้เด็กมีส่วนร่วม ด้วยการให้ออกเสียง คิดและตอบแทนตัวละครว่า หากเด็กเป็นตัวละครในเรื่องนี้ จะมีวิธีปฏิบัติตัวหรือแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในนิทานอย่างไร มีสิ่งใดน่าชื่นชม ที่ควรนำมาเป็นแบบอย่างในการประกอบกรรมดีของเรา หรือมีสิ่งใดที่น่าละอาย ที่เราไม่ควรทำตาม ควรละบาปนั้นเสีย เป็นต้น เคลื่อนไหวตามลักษณะท่าทางของตัวละคร หรือการแสดงบทบาทสมมติที่เชื่อมโยงมาจากการเล่านิทานนั้น โดยครูจะเปิดโอกาสให้เด็กได้คิด ได้แสดงออกเอง และช่วยกันสรุปประเด็นหรือตั้งคำถาม เพื่อให้เด็กเกิดความ คิดในแง่บวก สามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้
  • การปฏิบัติกิจวัตรประจำวันของตัวเอง ด้วยการดูแลจัดกระเป๋า จัดสิ่งของเครื่องใช้ของตัวเอง จัดเก็บ-พับเสื้อผ้าเข้าที่ เป็นระเบียบอยู่เสมอจนเกิดเป็นความคุ้นชินต่อความประณีตและความละเอียดอ่อน ฝึกบริการผู้ใหญ่ด้วยความเรียบร้อย เต็มใจ ทดลองปลูกผัก เพื่อนำไปใช้ประกอบอาหาร ซึ่งเด็กจะต้องดูแลเอาใจใส่ รับผิดชอบ บำรุงพืชผักที่ตนเองปลูกให้เจริญ เติบโต มีสภาพสมบูรณ์ จนเมื่อผักเติบโตได้ที่ เด็กก็จะเก็บนำมาทำอาหารง่ายๆ รับประทานร่วมกันเอง รวมไปถึงการฝึกหัดให้เด็กรู้จักเก็บล้างภาชนะต่างๆเข้าที่ด้วยความเรียบร้อยทุกครั้งที่ทำงาน
  • การทำงานศิลปะ คือ การฝึกให้เด็กทำงานที่ต้องอาศัยความละเอียด รอบคอบ จดจ่อ และตั้งมั่นกับสิ่งที่ทำ เพื่อให้เกิด ผลที่น่าชื่นชมและมีคุณค่า โดยเด็กสามารถนำงานฝีมือที่ตนเองทำจนเสร็จเรียบร้อย กลับมาใช้หรือแสดงผลงานสู่ผู้อื่นด้วย
  • การบริหารจิตและเจริญปัญญา ด้วยการสวดมนต์ ไหว้พระ แผ่เมตตา นั่งสมาธิ และเดินจงกรม รวมถึงการเข้าร่วมพิธี กรรมทางศาสนา ครูจะนำเด็กปฏิบัติสิ่งเหล่านี้จนเกิดความเคยชิน โดยอธิบายให้เด็กเกิดความเข้าใจต่อสิ่งที่ทำ เพื่อให้เกิดความซึมซับ ศรัทธา และเห็นคุณค่าที่แท้อันเกิดจากความสงบที่ได้รับ

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะส่งเสริมคุณธรรมพื้นฐานเรื่อง ขยัน ให้ลูกอย่างไร?

บุคคลจะล่วงทุกข์ได้ เพราะความเพียร พ่อแม่จึงควรฝึกให้ลูกมีความอดทน จดจ่อ มุ่งมั่น ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ดังนี้

  • พ่อแม่ต้องการให้ลูกเกิดความรู้ที่ถูกต้องแท้จริงขึ้นมาอย่างไร ให้พ่อแม่สอนด้วยการถาม ให้ลูกคิดหาคำตอบ และให้การศึกษาแก่ลูกให้ถูกต้อง ลูกจะต้องได้รับฝังหมุดรักจากพ่อแม่ ไม่มีใครรักเรายิ่งไปกว่าบิดามารดา จึงจะสามารถปลูกฝังความคิดแก่ลูกได้ว่า เขาจะต้องเป็นบุตรที่ดีของบิดามารดา เป็นศิษย์ที่ดีของครูบาอาจารย์ เป็นเพื่อนที่ดีของเพื่อน เป็นพล เมืองที่ดีของประเทศชาติ และเป็นมนุษย์ที่ถูกต้องของความเป็นมนุษย์ที่เต็มเปี่ยม
  • เคารพสิ่งสูงสุด คือ หน้าที่ ลูกควรถูกสอนให้ทำหน้าที่ด้วยตนเอง เป็นที่พึ่งแก่ตนเอง ลูกอยู่คนเดียวในโลกไม่ได้ เพราะฉะนั้น ลูกจะต้องรับรู้ รับผิดชอบต่อหน้าที่การงานทั้งหลายที่เราจะต้องอยู่ร่วมกันหลายคน เพื่อปลูกฝังนิสัยรักการทำ งาน ขยันหมั่นเพียร รับผิดชอบ และรู้จักคุณค่าของการทำงานที่สุจริต พ่อแม่ควรฝึกให้ลูกช่วยทำงานบ้าน กวาดบ้าน ถูบ้าน หุงข้าว ล้างชาม ซักผ้า ตัดหญ้า รดน้ำต้นไม้ ทำความสะอาดบริเวณบ้าน กวาดเศษขยะต่างๆ ฯลฯ ลูกวัยต่างๆสามารถช่วยพ่อแม่ทำงานบ้านได้ ด้วยการกำหนดให้ลูกมีหน้าที่รับผิดชอบและช่วยเหลือดูแลคนในครอบครัว บริการให้ความสะดวกแก่ผู้ใหญ่ ช่วยเลี้ยงน้อง ดูแลสัตว์เลี้ยง ล้างรถ ทำความสะอาดรถ ลูกก็สามารถทำได้อย่างสนุกสนาน เป็นการช่วยให้ลูกได้ออกกำลังกาย ช่วยให้ลูกทำงานคล่อง ทำงานเป็น และทำงานได้เรียบร้อย
  • การมีหน้าที่ความรับผิดชอบต่องานบ้านและกิจวัตรประจำวันของตนเอง ด้วยการฝึกให้ลูกตื่นนอนแต่เช้า เพื่อมีเวลาเก็บที่นอน ล้างหน้า แปรงฟัน อาบน้ำ รับประทานอาหาร ล้างและจัดเก็บถ้วยชาม ก่อนไปโรงเรียนหรือทำกิจกรรมอื่นๆ กิจ กรรมเหล่านี้เด็กจะต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอจนเกิดเป็นความคุ้นชิน โดยกระทำแต่ละอย่างด้วยความประณีต ละเอียดอ่อน พ่อแม่ควรฝึกหัดให้จากง่ายไปยาก สั่งสอนทำให้ดูเป็นตัวอย่าง และให้กำลังใจ ส่งเสริมสนับสนุนให้ลูกอยากทำงานและทำให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
  • สิ่งสำคัญ พ่อแม่ควรเป็นแบบอย่างที่ดีของลูก มีความอดทน ขยันหมั่นเพียรในการงานที่ได้รับมอบหมายจนสำเร็จ ไม่ว่าจะต้องเผชิญปัญหาอุปสรรคมากมายขนาดไหนก็ตาม รวมถึงมีความเพียรพยายามในการประกอบกรรมดี ละบาป ทั้งเพียรป้องกันหรือเพียรระวังไม่ทำบาป เพียรละบาป เพียรสร้างความดี และเพียรรักษาความดี ถึงจะเหนื่อยแค่ไหนก็ต้องทำให้เสร็จ พากเพียรจนประสบความสำเร็จ

เกร็ดความรู้เพื่อครู

การจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างให้เด็กเกิดความขยันหมั่นเพียร ไม่เกียจคร้าน เจริญงอกงามขึ้นจนเด็กมีความพร้อมทางสมรรถภาพจิต มีความเข้มแข็ง อดทน ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมศิลปะ การเล่านิทาน การวิเคราะห์ตัวละคร การแสดงบทบาทสมมติ การประดิษฐ์งานฝีมือต่างๆ กิจกรรมเหล่านี้ล้วนต้องอาศัยสติที่จดจ่ออยู่กับงานตรงหน้า หรือการตั้งใจฟังครู เพื่อจับใจความสำคัญได้อย่างถูกต้อง การบริหารจิตเจริญปัญญา เพื่อพาเด็กไปสู่ความสงบ มีสมาธิ พร้อมที่จะเรียนรู้ในสิ่งต่างๆ รวมไปถึงการเข้าร่วมพิธีกรรมทางศาสนา ถือเป็นการช่วยขัดเกลาจิตใจของเด็กให้เป็นผู้มีความละเอียดอ่อนและความเมตตา และเป็นผู้น้อมนำใจตนเองให้คิดทำแต่สิ่งที่ดีต่างๆตามมา นอกจากนั้นผลงานที่เด็กๆได้สร้าง สรรค์ขึ้นจากการประดิษฐ์สิ่งของต่างๆ จากการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันด้วยความเรียบร้อย จากการบริการผู้ใหญ่ จะทำให้เด็กๆรู้สึกภาคภูมิใจ และมองเห็นคุณค่าความสามารถและความพยายามของตนเอง ซึ่งเป็นการสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจให้กับเด็ก นำไปสู่การเสริมสร้างพฤติกรรมเคยชินที่ดีงาม ที่เป็นผู้มีความขยัน ไม่เกียจคร้าน

บรรณานุกรม

  1. ชยสาโรภิกขุ. (2549). โหลหนึ่งก็ถึง : คุณธรรม 12 ประการ เพื่อความสำเร็จในการศึกษาวิถีพุทธ” จัดทำโดยโรงเรียนทอสี. กรุงเทพฯ : บริษัท คิว พริ้นท์ แมเนจเม้นท์ จำกัด.
  2. พุทธทาสภิกขุ. (2543). เด็กจะเป็นผู้สร้างโลกในอนาคต. กรุงเทพฯ : มูลนิธิชมรมไทย-อิสราเอล ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี.
  3. พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต). (2538). วินัย เรื่องใหญ่กว่าที่คิด. (พิมพ์ครั้งที่ 2) กรุงเทพมหานคร : บริษัท สหธรรมิก จำกัด.
  4. พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตฺโต). (2546). ธรรมนูญชีวิต พุทธจริยธรรมเพื่อชีวิตที่ดีงาม. (พิมพ์ครั้งที่ 57) กรุงเทพฯ :.
  5. อดิศร จันทรสุข. (2548). รายงานการวิจัยการปลูกฝังคุณธรรมในเด็กปฐมวัยผ่านกระบวนสร้างสรรค์ของแกนนำโรงเรียนวิถีพุทธ. โครงการวิจัยภายใต้ทุนสนับสนุนจากศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม (ศูนย์คุณธรรม) สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน).

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน