หน้าหลัก » บทความ » คุณธรรมพื้นฐานเรื่องสะอาด (Clean)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สะอาด (Clean) คือ ปราศจากความมัวหมอง ทั้งกาย ใจ และสภาพแวดล้อม ความผ่องใส เป็นที่เจริญตา ทำให้เกิดความสบายใจแก่ผู้พบเห็น ผู้ที่มีความสะอาด คือ ผู้รักษาร่างกาย ที่อยู่อาศัย สิ่งแวดล้อม ถูกต้องตามสุขลักษณะ ฝึกฝนจิตใจมิให้ขุ่นมัว มีความแจ่มใสอยู่เสมอเมื่อพูดถึง “ความสุข” หรือภาวะปกติสุข คนทั่วไปมักนึกถึงเรื่องทางกายเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง สุขภาวะทางกายเป็นเพียงส่วนหนึ่งของสุขภาวะทั้งหมดของมนุษย์ เพราะมนุษย์มีทั้งกายและใจ นอกจากนั้นเราแต่ละคนยังมีชีวิตอยู่ท่ามกลางผู้คน ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ส่งผลถึงสุขภาวะของเราทุกคน

คุณธรรมพื้นฐานเรื่องสะอาด

สุขภาวะทางกาย คือ การมีสุขภาพดี ปลอดพ้นจากโรคภัยไข้เจ็บ ไม่อดอยากหิวโหย มีปัจจัย 4 พอเพียงกับอัตภาพ อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เกื้อกูลต่อสุขภาพ ปราศจากมลภาวะ มีการเอาใจใส่ดูแลร่างกายให้สะอาด รวมทั้งบริโภคและใช้สอยอย่างถูกต้องเหมาะสม ดำเนินชีวิตไปในทางที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของตนเอง

สุขภาวะทางใจ คือ การมีจิตใจที่สะอาด สดชื่น เบิกบาน ผ่องใส และสุขสงบ ไม่กลัดกลุ้มกังวล มีกำลังใจและความมั่นคงภายใน ปราศจากความท้อแท้ หดหู่ เศร้าโศก หรือโกรธขึ้ง มีเมตตากรุณา และจิตใจที่อ่อนโยน สามารถเข้าถึงความสุขที่ประณีตได้

ดังนั้น พฤติกรรมทั้งหมดของเรา ล้วนเริ่มต้นมาจากความคิด ความเห็น และความเชื่อ เราคิด เราเชื่ออย่างไร เราก็ทำอย่างนั้น หากความคิด ความเห็น และความเชื่อนั้นประกอบด้วยปัญญา มีเหตุผล หรือตั้งอยู่บนความรู้ที่ถูกต้อง ย่อมส่ง ผลให้เรามีพฤติกรรมที่ถูกต้องดีงามและนำไปสู่ความสุข เราทุกคนจึงควรทำความสะอาดกายและใจจนเป็นนิสัย

คุณธรรมพื้นฐานเรื่องสะอาดมีความสำคัญและความเป็นมาอย่างไร?

การดำเนินชีวิตของมนุษย์ เป็นเรื่องของชีวิตที่เป็นอยู่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์กับโลกภายนอก ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ และด้วยการใช้ตา หู จมูก ลิ้น กาย สัมพันธ์กับวัตถุ และสัมพันธ์กับสังคม สิ่งทั้งหลายนี้ล้วนเป็นเหตุปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อกัน

ชีวิตของเราเปรียบเหมือนภาชนะว่าง ถ้าหากเราไม่สนใจ ไม่ตั้งใจฝึกฝนอบรมตน เอาแต่ของไม่สะอาดใส่ไปในกาย วาจา ใจของเรา ชีวิตของเราที่เป็นภาชนะว่าง ก็จะกลายเป็น “กระโถน” แต่ถ้าเราฝืนกิเลสของตัวเอง ไม่ทำตามกิเลส สนใจที่จะหล่อเลี้ยงชีวิตด้วยคุณธรรม ทำชีวิตให้เบิกบานด้วยคุณธรรม ก็เหมือนกับเราตั้งภาชนะนี้ไว้ในที่ดี แล้วเอาดิน เอาต้นไม้ใส่ รดน้ำพรวนดิน กำจัดวัชพืช ภาชนะนี้จะเป็นกระโถนไม่ได้ ต้องเรียกว่าเป็น “กระถาง”

กายและจิตใจที่ยังไม่ได้ทำความสะอาด ไม่ได้รับการฝึกอบรม เปรียบเหมือนกับเทียนอยู่ในสายลม เปลวเทียนจะไม่นิ่ง จะใช้อ่านหนังสือหรือทำงานที่ละเอียดไม่ได้ แต่ถ้าเรานำเทียนให้พ้นจากสายลม มาอยู่ในที่ปราศจากลม เปลวเทียนจะมั่นคง นิ่ง สว่าง เราจะทำงานของเราได้สะดวก ดังนั้น กายและใจของคนที่ยังไม่สะอาด ยังไม่เป็นศีล เป็นสมาธิ ก็จะมีลักษณะเหมือนเทียนเล่มนี้ วอกแวกกวัดแกว่งอยู่ตลอดเวลา

ทุกคนรู้ว่า ความสงบเป็นความสุขอย่างยิ่ง และทุกคนล้วนต้องการความสงบสุข เราทุกคนจึงควรสนใจแหล่งความสุขที่สูง สุด นั่นคือ ความสงบ คนที่มีความสงบ จะมีจิตใจผ่อนคลาย สามารถรักษาอารมณ์ของตัวเองได้ เบิกบาน ปลอดโปร่ง ไม่เศร้าหมอง สามารถปล่อยวางความคิดที่เป็นอกุศล มีความรู้เห็น ความเข้าใจสิ่งต่างๆตามความเป็นจริง มีความคิดสร้างสรรค์ เมื่อเรามีความศรัทธา เพียรพยายามรักษากาย วาจา และใจ ยิ่งศึกษา ยิ่งเห็น ยิ่งศรัทธา ก็ยิ่งปฏิบัติ ยิ่งปฏิบัติ ก็ยิ่งเห็น หมุนวนไปอย่างนี้ จะทำให้ชีวิตของเราดีขึ้นไปเรื่อยๆ

เด็กทุกคนจึงควรทำความสะอาดกันให้เป็นนิสัย ทั้งความสะอาดทางกาย และไม่ลืมรักษาความสะอาดทางใจ ไม่ปล่อยให้สกปรก ช่วยกันปลูกต้นไม้แห่งคุณธรรม ให้โลกของเราร่มเย็น และงดงามกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

คุณธรรมพื้นฐานเรื่องสะอาดมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

ในการดำเนินชีวิตของเด็ก ซึ่งหมายถึง องค์ประกอบทั้งหมดที่ทำให้ชีวิตดำรงอยู่ได้ ทั้งกาย ทั้งใจ และทั้งปัญญา ชีวิตที่ดำ เนินไปนั้นจึงมีหลายด้าน แต่ไม่ว่าจะเป็นด้านไหนก็ตาม ถ้าเป็นอยู่หรือดำเนินผิดพลาด ก็จะเกิดปัญหาและส่งผลกระทบกันหมด การที่เด็กจะมีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง สะอาด ผ่องใส ไม่ขุ่นมัว จึงต้องดูแลระบบความสัมพันธ์นี้ให้เป็นไปด้วยดี

ชีวิตของเด็กมีเครื่องมือหรือช่องทางสัมพันธ์กับโลกและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ทำหน้าที่รับรู้ข้อมูลข่าว สาร หรือ “เรียนรู้” ว่าเป็นอะไร อย่างไร และ “รู้สึก” เช่น สบายใจ ไม่ชอบใจ ทุกข์ เป็นต้น ถ้าจะพัฒนาชีวิต ก็ต้องใช้ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เพื่อศึกษาเรียนรู้ให้มาก นอกจากนี้ ชีวิตของเด็ก ยังมีช่องทางแสดงออกซึ่งพฤติกรรมในการสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม ดังนี้

  • โดยการเคลื่อนไหว ใช้ร่างกายทำโน่นทำนี่
  • โดยการพูด ใช้ถ้อยคำเจรจาปราศรัยกับคนอื่น
  • โดยการคิด ออกไปสู่การพูดและการกระทำ

ดังนั้น เด็กที่มีสุขนิสัยในการรักษาความสะอาดสุขภาพกายและสุขภาพจิตเป็นประจำสม่ำเสมอ จะมีร่างกายแข็งแรง จิตใจร่าเริงเบิกบานแจ่มใส มีความสุข มีความปลอดภัย สามารถประสานกับผู้อื่นโดยแผ่ขยายความรักใคร่ไมตรี มีจิตใจแน่วแน่มั่นคง ใจอยู่กับสิ่งที่ทำ ไม่วอกแวก ไม่ฟุ้งซ่าน สงบ เย็น ผ่อนคลาย ไม่เครียด ไม่บีบคั้น แต่มีกำลังใจ อิ่มใจ ปลาบปลื้มใจ ทำอะไรด้วยใจรัก ด้วยความสุข ด้วยสุขภาพจิตที่ดี ทำให้มีความก้าวหน้า คืบหน้าไป

เด็กที่มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี กายสะอาด ใจร่าเริงเบิกบานแจ่มใส จะอยู่กับคนอื่นด้วยความรักใคร่ มีไมตรี จิตใจมั่นคงอยู่ในหน้าที่ และในการทำความดีได้ เพราะเด็กไม่ใช่ผู้ใหญ่ตัวเล็กๆ แต่เด็กคือเด็กที่มีความรู้สึก ความคิดเห็นของตน เอง ซึ่งจะถูกหรือผิดขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ที่จะช่วยตะล่อม ช่วยนำพาเข้าสู่เส้นทางที่ถูกที่ควร เด็กจึงจะเจริญเติบโตเป็นเด็กที่แข็ง แรง เก่ง ดี และมีความสุข อย่างสมดุล

ครูจัดกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมพื้นฐานเรื่องสะอาดให้ลูกอย่างไร?

ข้อปฏิบัติที่นำไปสู่ความเจริญก้าวหน้าของชีวิต ได้แก่ การรักษาสุขภาพให้ดี มีระเบียบวินัย ได้คนดีเป็นแบบอย่าง ตั้งใจเรียนให้รู้จริง ทำแต่สิ่งที่ถูกต้องดีงาม และมีความขยันหมั่นเพียร ครูจึงจัดกิจกรรมให้ลูกเรียนรู้เรื่องความสะอาด ดังตัวอย่างต่อไปนี้

  • สอนเด็กทำความสะอาดกาย ครูจัดให้เด็กได้สำรวจความสะอาดร่างกายของตนเองก่อนเข้าเรียน และจัดกิจกรรมให้เด็กได้แปรงฟันหลังอาหาร ล้างมือ ล้างหน้า (หรืออาจอาบน้ำ) ก่อนเข้านอน ฝึกให้เด็กทำความสะอาดร่างกายของตนเองหลังการขับถ่าย การล้างมืออย่างถูกวิธีอย่างสม่ำเสมอ เป็นต้น
  • สอนการใช้ผ้าเช็ดหน้า ทางโรงเรียนอาจสื่อสารกับทางบ้านให้ผู้ปกครองจัดเตรียมผ้าเช็ดหน้าให้เด็กมาโรงเรียนทุกวัน และทุกเช้าก่อนเริ่มเรียน คุณครูจะตรวจเช็คว่า เด็กได้พกผ้าเช็ดหน้ามาโรงเรียนหรือไม่ และสอนการใช้ผ้าเช็ดหน้าให้ถูกวิธี ตั้งแต่การปักชื่อของตัวเองลงบนผ้าเช็ดหน้า เพื่อให้รู้ว่าเป็นของใคร การพับผ้าเช็ดหน้าใส่กระเป๋า และการใช้เช็ดหน้าหรือปิดปาก เพื่อดูแลตัวเอง ไม่ให้แพร่เชื้อไปยังผู้อื่น
  • สอนเด็กช่วยดูแลทำความสะอาดสิ่งแวดล้อม ช่วงเวลารับประทานอาหารกลางวัน เป็นช่วงเวลาของการเรียนรู้กิจกรรมในวิถีชีวิตที่จำเป็นสำหรับเด็กเล็ก ครูจะสอนให้เด็กช่วยกันจัดโต๊ะอาหาร และเมื่อรับประทานเรียบร้อยแล้ว สอนให้เด็กล้างจาน ทำความสะอาดภาชนะให้ถูกวิธี พร้อมทั้งดูแลจัดเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย สำหรับกล่องนมที่เด็กนำมาจากบ้านดื่มหรือที่โรงเรียนจัดเตรียมให้เด็กดื่ม เมื่อเด็กดื่มเสร็จแล้ว ทิ้งลงถังขยะเลย ก็จะสกปรก ครูควรสอนให้เด็กตัดปากกล่องนม ล้างทำความสะอาด ตากให้แห้ง และเก็บพับกล่องนม เพื่อนำไปรีไซเคิล (Recycle) สำหรับช่วงเวลาหลังเลิกเรียน ฝึกให้เด็กช่วยกันทำความสะอาด เก็บกวาดห้องเรียน และแยกขยะเปียก-แห้ง นำไปทิ้งให้ถูกที่ สอนเด็กทำความสะอาดใจ ถ้ากิเลสของเรามาก ปัญหารุมล้อมชีวิตก็จะมาก ภาระสำคัญของมนุษย์ จึงต้องเอาชนะกิเลสและอยู่เหนือปัญหาให้ได้ ภาระเช่นนี้ทุกคนสามารถทำได้สำเร็จ ยุทธศาสตร์ที่นำมาฝึกเด็กได้ผลชะงัด คือ การพัฒนาจิตใจ เพื่อเอาชนะกิเลสและปัญหาชีวิต ด้วย การเจริญสมาธิภาวนา จะทำให้เด็กเห็นความคิดของตัวเองชัดเจน เห็นเรื่องที่ชอบคิด เรื่องที่ชอบวิตกกังวล เรื่องที่หมกมุ่น เพราะธรรมชาติของจิต ชอบคิดไม่หยุดหย่อน และสร้างเรื่องได้ต่างๆนานา จิตใจของเราจึงเหมือนห้องที่เต็มไปด้วยของหลายอย่าง ซึ่งทำให้เราทำอะไรไม่สะดวก เมื่อไม่ได้จัดระเบียบ จึงสร้างปัญหา จิตใจของเรามีแต่ความคิดเต็มไปหมด นอนหลับก็ยังฝันอะไรต่ออะไร ไม่ได้พักผ่อนอย่างแท้จริง เราจึงควรทำความสะอาด ค่อยๆขนความคิดที่ไม่มีประโยชน์ ที่เกิดจากความโลภ ความโกรธ ความหลงออกไป ให้เหลือแต่ความคิดที่มีเหตุมีผล และค่อยจัดระ เบียบใหม่ จิตใจของเราจะได้เป็นห้องที่ปลอดโปร่ง ที่อากาศบริสุทธิ์ได้ถ่ายเท ไม่อย่างนั้นก็จะต้องทนอยู่ในห้องระเกะระกะและอากาศอับด้วยความอึดอัดใจอย่างไม่มีวันสิ้นสุด

การสอนให้เด็กทำความสะอาดใจ ด้วย กิจกรรมฝึกสติ โดยฝึกให้เด็กสวดมนต์ นั่งสมาธิ เดินจงกรม การฝึกสมาธิสำหรับเด็ก อาจเน้นกิจกรรมเคลื่อนไหวหรือการสวดมนต์ เพราะการสวดมนต์เป็นการโยงไปถึงพฤติกรรมช่วยให้เรียบร้อย และทำให้จิตใจสงบ สำหรับเด็ก ครูจะเลือกบทสวดมนต์ที่มีความหมาย มีถ้อยคำที่ดีงาม มีพุทธภาษิตดีๆ มีสาระว่าเราจะดำเนิน ชีวิตกันอย่างไร

ครูและเด็กจะสวดมนต์ไปพร้อมกัน พอสวดจบ จิตใจสงบสบาย ครูก็จะชักชวนเด็กๆว่า เรามาคุยกันเรื่องบทสวดมนต์กัน อาศัยบทสวดนี้เป็นข้อปรารภในการคุยกับเด็ก แล้วก็อธิบาย พร้อมทั้งยกตัวอย่างหรือเล่านิทานให้ฟัง เด็กก็ได้มีส่วนร่วม เป็นกิจกรรมที่เป็นเรื่องสมาธิ และเป็นเรื่องศีล แล้วยังได้ความรู้ เป็นเรื่องปัญญาไปด้วยกันหมดเลย

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะส่งเสริมคุณธรรมพื้นฐานเรื่องสะอาดให้ลูกอย่างไร?

ข้อกำหนดที่เด็กและเยาวชน ตลอดจนประชาชนทั่วไป พึงปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ จนเป็นสุขนิสัย เพื่อให้มีสุขภาพดี ทั้งร่าง กาย จิตใจ และสังคม หรือที่เรียกว่า สุขบัญญัติแห่งชาติ (National Health Discipline) ได้แก่

  • การดูแลรักษาร่างกายและของใช้ให้สะอาด
  • รักษาฟันให้แข็งแรงและแปรงฟันทุกวันอย่างถูกต้อง
  • ล้างมือให้สะอาดก่อนกินอาหารและหลังการขับถ่าย
  • กินอาหารสุก สะอาด ปราศจากสารอันตราย และหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด สีฉูดฉาด งดบุหรี่ สุรา สารเสพติด
  • สร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวให้อบอุ่น
  • ป้องกันอุบัติภัยด้วยการไม่ประมาท
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอและตรวจสุขภาพประจำปี
  • ทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใสอยู่เสมอ
  • มีสำนึกต่อส่วนรวม และร่วมสร้างสรรค์สังคม

ความสะอาด ทั้งทางกายและทางใจ เป็นสิ่งที่ต้องเริ่มต้นทำกันตั้งแต่ที่บ้าน นับตั้งแต่ลูกเกิดมาก็ว่าได้ พ่อแม่ต้องฝึกอบรมลูกให้เป็นคนรักความสะอาด มีสุขอนามัยที่ดี ตั้งแต่ลูกยังเล็ก ดังนี้

การทำความสะอาดทางกาย

  • ทำให้เป็นกิจวัตรประจำวัน คือ การทำความสะอาดร่างกาย ด้วยการอาบน้ำ แปรงฟัน ล้างมือให้สะอาด รับประทานอาหารที่สุก สะอาดอยู่เสมอ พ่อแม่ควรทำให้กิจวัตรประจำวันต่างๆเหล่านี้ เป็นช่วงเวลาแห่งความสนุกและผ่อนคลาย ในการทำความสะอาด ด้วยการให้ลูกเลือกอุปกรณ์ต่างๆที่เหมาะสมด้วยตัวของลูกเอง หรือชักชวนลูกไปซื้ออุปกรณ์ของใช้ในห้องน้ำ ห้องครัวด้วยกัน
  • สร้างเสริมนิสัยรักความสะอาด ด้วยการฝึกฝนให้ลูกรู้จักทำงานบ้าน ทำความสะอาด ปัด กวาด เช็ดถูห้องนอนและห้องต่างๆในบ้าน จัดเก็บของเข้าที่ จัดเก็บที่นอน ชวนลูกเล่นน้ำ ผ่านการทำกิจกรรมสนุกๆด้วยการล้างจาน ล้างรถ รดน้ำต้นไม้ เป็นต้น
  • ทำเป็นตัวอย่างให้ลูกดู เมื่อถึงเวลาของกิจวัตรต่างๆ พ่อแม่อาจชี้ชวนให้ลูกมาอาบน้ำ แปรงฟัน หรือล้างมือก่อนรับประ ทานอาหาร โดยไม่ใช้การบังคับหรือออกคำสั่ง สิ่งสำคัญและปัจจัยที่ทำให้ลูกน้อยสามารถทำสิ่งต่างๆได้ผลก็คือ คุณพ่อคุณแม่ นั่นเอง และที่ขาดไม่ได้คือ การให้กำลังใจ ชื่นชมอย่างจริงใจ จะเป็นพลังบวกให้กับลูก ทำให้ลูกรู้สึกอยากทำได้และอยากทำต่อไป

การทำความสะอาดทางใจ

  • การเจริญสติในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่ครูทำที่โรงเรียน เช่น กิจกรรมฝึกสติต่างๆ อาจสื่อสารให้ทางบ้านได้ รับทราบและนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยโรงเรียนอาจทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้น นำให้การศึกษาที่บ้านดำเนินไปด้วย และช่วยเป็นพี่เลี้ยงของพ่อแม่ในการจัดการศึกษาให้แก่ลูก ช่วยให้เด็กได้พัฒนาชีวิตไปอย่างมีการศึกษา คือ กินอยู่เป็น ดูเป็น ฟังเป็น โดยเริ่มจากการชักชวนลูกๆทำกิจกรรมต่อเนื่องจากทางโรงเรียน นั่นคือ กิจกรรมเจริญสติ เริ่มจากการสวดมนต์ที่มีความหมายดีๆต่อการดำเนินชีวิตของเด็ก และต่อด้วยการนั่งสมาธิทุกวันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้า กับ เย็น ถ้ามีโอกาสมาก กว่านั้นก็ยิ่งดี สำคัญที่ความสม่ำเสมอและต่อเนื่อง การเจริญสติอย่างต่อเนื่อง จะทำให้เรามีความระมัดระวังในการแสดง ออกทางกาย ทางวาจา และทางใจ ใช้สติคอยกำกับควบคุมตา หู จมูก ลิ้น กาย

เกร็ดความรู้เพื่อครู

ครูควรปฏิบัติตัวให้เป็นผู้มีสุขนิสัยและสุขปฏิบัติที่ดี เพื่อเป็นแบบอย่างให้เด็กได้ปฏิบัติตาม ด้วยการแต่งกายสะอาด เรียบ ร้อย เหมาะสม รักษาความสะอาดร่างกาย และเครื่องใช้ต่างๆ ตลอดจนโต๊ะทำงาน ห้องเรียน อาคารเรียน บริเวณโรงเรียน และอื่นๆ การมีครูเป็นตัวอย่างที่ดี จะทำให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ ซึมซับ และสามารถปฏิบัติตามได้ง่าย เนื่องจากเด็กวัยเรียนชอบเลียนแบบบุคคลที่ตัวเองเชื่อถือ นับถือ และศรัทธา

บรรณานุกรม

  1. ชยสาโรภิกขุ. (2549). โหลหนึ่งก็ถึง: คุณธรรม 12 ประการ เพื่อความสำเร็จในการศึกษาวิถีพุทธ” จัดทำโดยโรงเรียนทอสี. กรุงเทพฯ : บริษัท คิว พริ้นท์ แมเนจเม้นท์ จำกัด.
  2. ชยสาโรภิกขุ. (2542) กระโถน กระถาง. กรุงเทพฯ : บริษัท เฟื่องฟ้า พริ้นติ้ง จำกัด.
  3. พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต). (2546). สู่การศึกษาแนวพุทธ. (พิมพ์ครั้งที่ 2) กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ).
  4. พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). (2549). สุขภาวะองค์รวมแนวพุทธ ภาวะที่ปลอดทุกข์และเป็นสุขในระบบชีวิตแห่งธรรมชาติและสังคมยุคไอที. กรุงเทพมหานคร : ธรรมสภา.
  5. สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ, ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช (2551). กรุงเทพ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน