หน้าหลัก » บทความ » คุณธรรมพื้นฐานเรื่องสุภาพ (Gentle)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สุภาพ (Gentle) คือ เรียบร้อย อ่อนโยน ละมุนละม่อม มีกิริยามารยาทที่ดีงาม มีสัมมาคารวะ ผู้ที่มีความสุภาพ คือ ผู้ที่อ่อนน้อมถ่อมตนตามสถานภาพและกาลเทศะ ไม่ก้าวร้าว รุนแรง วางอำนาจข่มผู้อื่น ทั้งโดยวาจาและท่าทาง แต่ในเวลาเดียวกันยังคงมีความมั่นใจในตนเอง เป็นผู้ที่มีมารยาท วางตนเหมาะสมตามวัฒนธรรมไทย

คุณธรรมพื้นฐานเรื่องสุภาพมีความสำคัญและความเป็นมาอย่างไร?

ชีวิตของเราติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอกผ่านอินทรีย์ทั้ง 6 อันได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เพราะฉะนั้นเราทุกคนต้องสนใจและให้ความสำคัญในการดูแลตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ด้วยการพยายามรับสิ่งที่เป็นประโยชน์ ไม่รับสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ เพราะการเห็นรูป การได้ยินเสียง การได้กลิ่น การได้รับสัมผัส มีผลต่อชีวิตและคุณภาพชีวิตของเราทุกคน ซึ่งเรียกว่า สำรวมระวังอินทรีย์ หรือ อินทรีย์สังวร ซึ่งเป็นความฉลาดในเรื่องสิ่งที่มากระทบทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ถือเป็นส่วนที่สำคัญในการดำเนินชีวิตของเราทุกคน ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ เพราะสิ่งที่เข้ามากระทบทางอินทรีย์มีมากมาย ทำให้คนเป็นโรคประสาท ทำให้ฟุ้งซ่าน วุ่นวาย จิตใจที่ผูกพันกับสิ่งนอกตัวและได้รับการกระตุ้นมากเกินไป จะทำให้จิตใจอ่อนแอ ขาดสมรรถภาพในการศึกษาเล่าเรียน เด็กที่ไม่เคยฝึกให้รู้เท่าทัน เวลานั่งในห้องเรียน พอได้ยินเสียงอะไรแปลกใหม่ข้างนอก ต้องมอง ต้องดู ต้องฟัง จิตใจก็ไม่เป็นตัวของตัวเอง สิ่งภายนอก รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส พาจิตไปโน่นนี่ตลอดเวลา ดังนั้น หากเด็กๆได้รับการเตรียมจิตใจของตัวเองจนเกิดความรู้ ความเข้าใจที่ลึกซึ้ง จะไม่เป็นทาสของสิ่งที่มากระทบ และสามารถรู้เท่าทันสิ่งต่างๆ

ในการพัฒนาอินทรีย์ก็คือ การฝึกฝนพัฒนา ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ให้มีความเฉียบคม มีความละเอียดอ่อน มีความคล่องตัว มีความชัดเจน รู้จักเลือกรับเอาสิ่งที่มีคุณค่า เป็นประโยชน์ และป้องกันไม่ให้สิ่งที่ไม่ดีหรือเป็นโทษเข้ามาในชีวิต เด็กทุกคนจึงต้องศึกษาให้รู้เท่าทัน ศึกษาให้ได้รับความสุขจากรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ในกรอบที่พอดีพองาม ไม่เบียดเบียนใคร ไม่ทำให้เกิดความทุกข์เดือดร้อนกับใคร มีความสำรวมในการยืน เดิน นั่ง นอน มีความสุภาพเรียบร้อย อ่อนน้อมถ่อมตน เป็นผู้มีมารยาทดี วางตนเหมาะสม ซึ่งเรียกว่า “การรู้จักสำรวม”

คุณธรรมพื้นฐานเรื่องสุภาพมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

การรู้จักสำรวม เป็นหลักสำคัญของการศึกษาพัฒนา โดยธรรมชาติของมนุษย์ที่เกิดมา เด็กจะมีความไม่รู้ ก็จะปฏิบัติต่อสิ่งทั้งหลายไม่ถูกต้อง ไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร เป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ตน ผู้ใหญ่จึงต้องให้ความรู้แก่เด็ก เพื่อให้เด็กปฏิบัติต่อสิ่งต่างๆอย่างถูกต้อง คนเราเกิดมา มีตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เป็นเครื่องมือรับรู้ เราควรใช้ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ หาความรู้ให้เป็น ด้วยการฝึกรับรู้ทางอินทรีย์ทั้งหลายให้ได้ผลดี จึงมีคำกล่าวว่า “การศึกษาเริ่มต้น เมื่อคนกิน อยู่ ดู ฟังเป็น” เด็กควรใช้ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ให้เป็น ใช้ให้ชีวิตพัฒนาไปในทางที่ดีงามยิ่งขึ้น คนสมบูรณ์แบบหรือมนุษย์โดยสมบูรณ์ เป็นสมาชิกที่ดีมีคุณค่าต่อสังคม จะเป็นผู้มีความประพฤติดี สุภาพเรียบร้อย เป็นที่พึ่งของตนได้ พร้อมที่จะรับผิดชอบตนเอง ไม่ทำตัวเป็นปัญหา และจะมีความประพฤติตามหลัก นาถกรณธรรม 10 ประการ คือ

  • ศีล ประพฤติดี มีวินัย ดำเนินชีวิตโดยสุจริต ทั้งทางกาย ทางวาจา มีวินัย ประกอบสัมมาชีพ เรียบร้อย อ่อนโยน ละมุนละม่อม มีกิริยามารยาทที่ดีงาม มีสัมมาคารวะ
  • พาหุสัจจะ ได้ศึกษามาก ศึกษาเล่าเรียนให้ช่ำชอง มีความเข้าใจกว้างขวาง ลึกซึ้ง รู้ชัดเจน และใช้ได้จริง
  • กัลยาณมิตตตา รู้จักคบคนดี มีกัลยาณมิตร รู้จักเลือกคบเพื่อน มีผู้แนะนำสั่งสอนที่ดี มีสิ่งแวดล้อมทางสังคมที่ดี ที่ทำให้ชีวิตเจริญงอกงาม
  • โสวจัสสตา เป็นคนที่พูดกันง่าย ไม่ดื้อรั้น รู้จักรับฟังเหตุผลและข้อเท็จจริง พร้อมที่จะแก้ไขปรับปรุงตน
  • กิงกรณีเยสุ ทักขตา ขวนขวายกิจของหมู่คณะ เอาใจใส่ ช่วยเหลือธุระกิจการของหมู่คณะ ญาติ เพื่อน รู้จักใช้ปัญญาไตร่ตรอง หาวิธีดำเนินการที่เหมาะ ทำสำเร็จเรียบร้อยด้วยดี
  • ธรรมกามตา เป็นผู้ใคร่ธรรม รักธรรม ชอบศึกษาค้นคว้า สอบถามหาความรู้ หาความจริง รู้จักพูด รู้จักรับฟัง สร้างความรู้สึกสนิทสนมสบายใจ อ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ก้าวร้าว ชวนให้ผู้อื่นอยากเข้ามาปรึกษาและร่วมสนทนา
  • วิริยารัมภะ มีความเพียรขยัน ขยันหมั่นเพียร หลีกละความชั่ว ประกอบความดี ก้าวหน้า ไม่ย่อท้อ และไม่ละเลยทอดทิ้งธุระหน้าที่
  • สันตุฏฐี มีสันโดษรู้พอดี ยินดี พึงพอใจในผลงานและความสำเร็จต่างๆที่ตนสร้าง ด้วยความเพียรพยายามโดยทางชอบธรรม และไม่มัวเมาเห็นแก่ความสุขทางวัตถุ
  • สติ มีสติคงมั่น รู้จักกำหนดจดจำ ระลึกการที่ทำ คำที่พูด มีความยับยั้งชั่งใจ รอบคอบ ไม่ผลีผลาม ไม่เลินเล่อ ไม่ประมาท ไม่ปล่อยปละละเลย ทิ้งโอกาสสำหรับความดีงาม
  • ปัญญา มีปัญญาเหนืออารมณ์ มีปัญญาหยั่งรู้เหตุผล รู้ดี รู้ชั่ว คุณ-โทษ ประโยชน์-มิใช่ประโยชน์ มองสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง รู้จักพิจารณาวินิจฉัยด้วยใจเป็นอิสระ ทำการต่างๆด้วยความคิดและมีวิจารณญาณ

ครูจัดกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมพื้นฐานเรื่องสุภาพให้ลูกอย่างไร?

  • สอนให้เด็กรู้จักตัวเอง ทำความรู้จักกับตัวเอง ด้วยการวิเคราะห์ตัวเอง ว่าเราเป็นคนอย่างไร มีข้อดีและข้อที่ควรปรับ ปรุงอะไรบ้าง จากนั้นจึงปรับปรุงแก้ไข
  • สอนให้เด็กอยู่ร่วมกันในหมู่ด้วยดี ในด้านความสัมพันธ์กับผู้อื่น ทั้งเพื่อนฝูง พี่น้อง บุคคลในครอบครัว ครูอาจารย์ ผู้ ใหญ่รอบข้าง สอนให้เด็กกระทำต่อกัน คิดต่อกัน และพูดจากันด้วยเมตตา แสดงไมตรีและความหวังดีต่อเพื่อนๆ ช่วยเหลือกิจธุระของผู้ใหญ่โดยเต็มใจ แสดงกิริยาสุภาพ ยิ้มแย้มแจ่มใส ประพฤติสุจริต มีมารยาทงดงาม เคารพรับฟังความคิดเห็น และสามารถนับถือกันทั้งต่อหน้าและลับหลัง
  • ที่สำคัญคือ ครูจะสอนให้เด็กกล่าววาจาสุภาพต่อกัน ปลูกฝังให้เด็กมีความตั้งใจจริงในการปรับปรุงพัฒนาการพูดของตัวเอง ฝึกให้เด็กหัดคิดก่อนพูดทุกครั้ง ด้วยการคิดพิจารณา 3 รอบแล้วจึงพูด โดยมีหลักการว่า พยายามพูดไม่เกิดโทษ ไม่เบียด เบียนตนเองและผู้อื่น พูดถูกกาลเทศะ และบางครั้งการไม่พูดก็เป็นสิ่งเหมาะสมที่สุดในสถานการณ์นั้นๆ

    ในแต่ละวันก่อนกลับบ้าน ครูอาจให้เด็กทบทวนความสุภาพทางกายและทางวาจา ด้วยการจัดกิจกรรม Home-room ขอบ คุณ-ขอโทษ โดยครูให้เด็กได้ทบทวนสำรวจตัวเองว่า ในวันนี้เรามีการกระทำหรือคำพูดที่ขาดสติ ที่ก่อให้เกิดปัญหาตามมา หรือให้ผลร้ายโดยที่เราไม่เจตนาก็มี หากมีเกิดขึ้นก็ให้เด็กๆได้ขอโทษกัน และตั้งใจอย่างจริงจังในการปรับปรุงแก้ไข พร้อมทั้งมีการให้เด็กๆได้กล่าวขอบคุณกัน หากเด็กๆได้ช่วยเหลือกัน กล่าววาจาที่สุภาพต่อกัน คิดต่อกันและทำต่อกันด้วยเมตตา

    พ่อแม่ ผู้ปกครองจะส่งเสริมคุณธรรมพื้นฐานเรื่องสุภาพให้ลูกอย่างไร?

    เราทุกคนอยู่ในโลกที่ไม่ปลอดภัย โลกที่ไม่มั่นคง เราจึงต้องการที่พึ่ง ดังนั้น พ่อแม่ควรปลูกฝังคุณธรรมสำคัญที่จะให้ลูกสามารถเอาตนเป็นที่พึ่ง มีความประพฤติสุภาพเรียบร้อย อ่อนโยน มีกิริยามารยาทที่งดงาม มีความอ่อนน้อมถ่อมตน และวางตนเหมาะสมในทุกสถานการณ์ การมีธรรมเป็นที่พึ่ง ธรรมที่สร้างที่พึ่งแก่เราได้ ที่เรียกว่า นาถกรณธรรม ที่พ่อแม่ควรปลูกฝัง ควรให้ลูกปฏิบัติ เพื่อสร้างที่พึ่งไว้ในใจ คือ

    • ศีล เจตนางดเว้นจากการเบียดเบียนตนเอง และงดเว้นจากการเบียดเบียนผู้อื่น ด้วยกาย ด้วยวาจา มีความประพฤติที่เป็นสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี สอนให้ลูกชายได้รู้จักดู รู้จักเข้าใจกาย เข้าใจธรรมชาติของตัวเอง อารมณ์ของตัวเอง ที่สำคัญต้องปลูกฝังความเคารพผู้หญิงเป็นหลักใหญ่ ส่วนลูกสาวก็ต้องเน้นในการกล้าปฏิเสธผู้ชาย สอนให้มีความเชื่อมั่นในตนเอง ทำให้ผู้ชายมีความเกรงใจ มีความเคารพ ซึ่งเป็นการสอนทั้งลูกชายและลูกสาวให้มีความดี รู้ผิดชอบชั่วดี และสามารถยับยั้งชั่งใจได้
    • พาหุสัจจะ สอนให้ลูกมีความรู้ ความเข้าใจในหลักธรรมต่างๆ แล้วพิจารณาปฏิบัติตาม
    • กัลยาณมิตตตา สอนให้ลูกมีเพื่อนที่ดี เลือกคบคนดี และคบความดีที่มีในเพื่อน
    • โสวจัสสตา สอนให้ลูกเป็นคนว่าง่ายสอนง่าย จริงใจต่อการปรับปรุงตนเอง ไม่ถือตัวถือตน
    • กิงกรณีเยสุ ทักขตา สอนให้ลูกมีอุดมการณ์ในการเสียสละเพื่อส่วนรวม รู้จักรับใช้ส่วนรวม และมีความสุขในการทำให้คนอื่นมีความสุข
    • ธรรมกามตา สอนให้ลูกมีความรักใคร่ในธรรม ไม่กล้าทำในสิ่งที่ผิดหลักธรรม ฝึกจิตใจของลูกให้มีหิริโอตตัปปะ คือ มีความเคารพนับถือผู้อื่น มีสำนึกว่าสิ่งที่เรากำลังจะทำขัดกับ อุดมการณ์ ความเหมาะสม ถูกต้องหรือไม่ และไม่ทำสิ่งที่ไม่เหมาะสม เพราะมีความละอายและความเกรงกลัวต่อบาป เกิดการสำนึกในผลของการกระทำ และผลกระทบต่อคนรอบข้าง การสอนให้ลูกหยุดกระทำ โดยนึกถึงผลที่จะเกิดตามมา และมีความกลัวบาป เมื่อพ่อแม่หมั่นสอนให้ลูกรู้จักเรียนรู้จากการกระทำของเขา ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเป็นผล และผลที่เกิดขึ้นกับคนรอบข้างและสิ่งแวดล้อม สังคมของเราก็จะสงบเรียบร้อย
    • วิริยารัมภะ สอนให้ลูกมีความ
      • เพียรพยายามป้องกันไม่ให้สิ่งที่ไม่ดีไม่งามเกิดขึ้น
      • เพียรพยายามละสิ่งที่ไม่ดีที่เกิดขึ้นแล้ว
      • เพียรพยายามบำเพ็ญสิ่งที่ดีงามที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น
      • และเพียรทำสิ่งที่ดีงามที่เกิดขึ้นแล้วให้เจริญงอกงามต่อไป
    • สันตุฏฐี สอนให้ลูกมีความสันโดษ รู้จักพอ รู้จักหาความสุข หาประโยชน์จากสถานการณ์ โดยไม่เบียดเบียนจิตใจด้วยความดิ้นรน ทะเยอทะยาน หรือมีความอยากไม่สิ้นสุด
    • สติ สอนให้ลูกมีความระลึกรู้ ระลึกถึงคำสั่งสอนของพ่อแม่ ครูอาจารย์ มีสติต่อสิ่งที่เป็นบุญเป็นกุศลอย่างสม่ำเสมอ เป็นผู้รู้เท่าทัน ไม่หลงยินดียินร้าย ไม่ทำจิตใจให้เศร้าหมอง ไม่หวั่นไหวต่อความเปลี่ยนแปลง อยู่ในโลกที่เป็นจริงอย่างไม่หลงและไม่ลืม
    • ปัญญา สอนให้ลูกมีความรู้ ความเข้าใจสิ่งทั้งหลายตามที่เป็นจริง รู้เรื่องทุกข์ รู้เหตุให้เกิดทุกข์ รู้ทางไปสู่ความดับทุกข์ และรู้วิธีปฏิบัติให้ถึงทางดับทุกข์

    เราทุกคนต่างมีส่วนในการสร้างสังคมที่ดีขึ้นได้ ฉะนั้น จึงต้องทำให้ลูกๆทุกคนมีนาถกรณธรรม 10 ประการนี้เป็นหลักของชีวิต เป็นที่พึ่งทางใจ และมีปัญญาในการรักษาความดีงามของตัวเองได้

    เกร็ดความรู้เพื่อครู

    ครูซึ่งเป็นผู้ทำหน้าที่สั่งสอน ให้การศึกษาแก่เด็ก ควรเป็นตัวอย่างประพฤติตนสุภาพ เรียบร้อย อ่อนโยน ละมุนละม่อม มีกิริยามารยาทที่ดีงาม มีสัมมาคารวะ อ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ก้าวร้าว รุนแรง ตามหลักกัลยาณมิตรธรรม คือ

    • น่ารัก มีเมตตากรุณา ใส่ใจเด็กและประโยชน์สุขของเด็กเป็นที่ตั้ง เข้าถึงจิตใจ สามารถสร้างความรู้สึกสนิทสนม เป็นกันเอง ชวนให้เด็กอยากเข้าไปปรึกษาไต่ถาม
    • น่าเคารพ เป็นผู้หนักแน่น ถือหลักการเป็นสำคัญ มีความประพฤติสมควรแก่ฐานะ ทำให้เด็กเกิดความรู้สึกอบอุ่นใจ เป็นที่พึ่งได้และปลอดภัย
    • น่าเจริญใจ มีความรู้จริง และเป็นผู้ฝึกฝนปรับปรุงตนอยู่เสมอ เป็นที่น่ายกย่อง ควรเอาอย่าง ทำให้เด็กเอ่ยอ้างและรำ ลึกถึงด้วยความซาบซึ้ง มั่นใจ และภาคภูมิใจ
    • รู้จักพูดให้ได้ผล รู้จักชี้แจง อธิบายให้เด็กเข้าใจ รู้ว่าเมื่อไรควรพูดอะไร อย่างไร คอยให้คำแนะนำว่ากล่าวตักเตือน เป็นที่ปรึกษาที่ดีแก่เด็ก
    • อดทนต่อถ้อยคำ พร้อมที่จะรับฟังคำปรึกษาซักถาม ตลอดจนคำล่วงเกิน คำตักเตือน วิพากษ์ วิจารณ์ต่างๆ อดทนฟังได้ ไม่เบื่อหน่าย
    • แถลงเรื่องล้ำลึกได้ กล่าวชี้แจงเรื่องต่างๆที่ยุ่งยากลึกซึ้งให้เข้าใจได้ และสอนเด็กให้ได้เรียนรู้เรื่องราวที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นไป
    • ไม่ชักนำในทางเสื่อมเสีย หรือเรื่องเหลวไหลไม่สมควร

    ความมีกัลยาณมิตรและเป็นกัลยาณมิตรนี้ เป็นคุณสมบัติที่คนเป็นครูควรตั้งไว้เป็นข้อแรก และควรตั้งเป้าหมายว่า ทำอย่าง ไรจะให้ชุมชนหรือสังคมของเราเป็นชุมชนแห่งกัลยาณมิตร เพราะความเป็นกัลยาณมิตรต่อกัน จะเป็นปัจจัยในทางที่เอื้อต่อการศึกษาหรือการพัฒนาทุกด้าน ครูก็เป็นปัจจัยเอื้อต่อการพัฒนาชีวิตของลูกศิษย์ ครูด้วยกันเอง และเด็กต่อเด็กด้วยกันก็เป็นปัจจัยเอื้อต่อกัน ผู้บริหารก็เป็นปัจจัยเอื้อต่อการเจริญงอกงามของครูอาจารย์และของทุกคนในชุมชน

    บรรณานุกรม

    • ชยสาโรภิกขุ. (2554). คลายปม 2. (พิมพ์ครั้งที่ 3) กรุงเทพฯ : บริษัท คิว พริ้นท์ แมเนจเม้นท์ จำกัด.
    • ___________. (2549). โหลหนึ่งก็ถึง: คุณธรรม ๑๒ ประการ เพื่อความสำเร็จในการศึกษาวิถีพุทธ. จัดทำโดยโรงเรียนทอสี. กรุงเทพฯ : บริษัท คิว พริ้นท์ แมเนจเม้นท์ จำกัด.
    • พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต). (2542). วิธีคิดตามหลักพุทธธรรม. (พิมพ์ครั้งที่ 6) กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์ศยาม.
    • พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต). (2546). ธรรมนูญชีวิต พุทธจริยธรรมเพื่อชีวิตที่ดีงาม. (พิมพ์ครั้งที่ 57) กรุงเทพฯ :

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน
sirikul