หน้าหลัก » Blogs » งานวิจัยชี้เด็กยุคนี้ติดผ้าอ้อมสำเร็จรูป ตอนที่ 3 และเป็นตอนจบ

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


งานวิจัยชี้เด็กยุคนี้ติดผ้าอ้อมสำเร็จรูป

ประเด็นปัญหาที่ครอบครัวส่วนใหญ่ต้องเผชิญแทบทุกคืนคือ การปัสสาวะรดที่นอนซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับเด็ก ซึ่งจะหายได้เองเมื่อเด็กโตขึ้น แพทย์ก็ยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของการปัสสาวะรดที่นอนและสาเหตุที่อาการนี้สามารถหายได้เอง โดยทั่วไปแล้ว การปัสสาวะรดที่นอนไม่ถือว่าเป็นสัญญาณของการเจ็บป่วยทั้งทางร่ายการและจิตใจแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม การปัสสาวะรดที่นอนอาจเป็นเรื่องที่นำความเครียดมาให้ครอบครัว ตัวเด็กเองก็อาจรู้สึกอายและรู้สึกผิดที่ปัสสาวะรดที่นอน และรู้สึกกระวนกระวานเมื่อต้องไปนอนค้างบ้านเพื่อนหรือเข้าค่าย ส่วนพ่อแม่อาจรู้สึกท้อแท้ที่ไม่สามารถฝึกให้ลูกหยุดปัสสาวะรดที่นอนได้

เด็กอาจมีอาการการปัสสาวะรดที่นอนอยู่พักใหญ่ พ่อแม่ควรให้กำลังใจให้ลูกรู้สึกดีขึ้นจนกว่าลูกจะเลิกปัสสาวะรดที่นอน โดยทั่วไปแล้ว การปัสสาวะรดที่นอนที่เกิดขึ้นก่อนอายุ 6 หรือ 7 ปีนั้น ถือว่าไม่เป็นเรื่องน่าวิตกแต่อย่างใด เนื่องจากเด็กก่อนวัยนี้ยังอยู่ในช่วงพัฒนาการควบคุมกระเพาะปัสสาวะในช่วงกลางคืน

การปัสสาวะรดที่นอน (Nocturnal enuresis) เป็นเรื่องปกติของเด็กต่ำกว่า 6 ปี ซึ่ง 13% ของเด็กอายุ 6 ปี และ ประมาณ 5% ของเด็กอายุ 10 ปียังคงปัสสาวะรดที่นอน การปัสสาวะรดที่นอนยังเป็นกรรมพันธุ์อีกด้วย เด็กหลายคนที่ปัสสาวะรดที่นอนมักมีญาติที่เคยปัสสาวะรดที่นอน และหากทั้งพ่อและแม่เคยปัสสาวะรดที่นอน เด็กก็จะมีแนวโน้มสูงที่จะปัสสาวะรดที่นอนเช่นเดียวกัน

แม้ว่าการปัสสาวะรดที่นอนนั้นจะหยุดได้เอง แต่กว่าจะถึงเวลานั้น เด็กอาจรู้สึกอายและไม่สบายตัว จึงจำเป็นที่จะต้องให้กำลังใจและประคับประคองจิตใจให้ดีในระหว่างนี้

ทำให้ลูกมั่นใจว่าการปัสสาวะรดที่นอนนั้นเป็นเรื่องปกติ เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโต และจะไม่เป็นเช่นนี้ตลอดไป บางครั้งการได้ยินว่าครอบครัวอื่นก็ประสบปัญหานี้เช่นกันอาจทำให้ลูกสบายใจขึ้น

เตือนให้ลูกเข้าห้องน้ำก่อนนอนทุกคืน พยายามให้ลูกดื่มน้ำให้มากในช่วงวัน และลดปริมาณน้ำดื่มลงในช่วงค่ำ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนผสมอยู่ พ่อแม่หลายคนพบว่า การเสริมแรงจูงใจ เช่น สะสมสติ๊กเกอร์สำหรับคืนที่ลูกไม่ปัสสาวะรดที่นอน แล้วให้ของรางวัลเล็กๆ น้อยๆ หลังจากสะสมได้ตามจำนวนที่กำหนดเป็นวิธีที่ได้ผลดี บางคนพบว่าการตั้งนาฬิกาปลุกเพื่อให้ลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำก็ได้ผลดีเช่นกัน

เมื่อพบว่าลูกปัสสาวะรดที่นอน อย่าดุหรือลงโทษลูก ลองให้ลูกช่วยเปลี่ยนผ้าปูที่นอน แต่ต้องบอกว่าไม่ใช่การลงโทษ แต่เป็นสิ่งที่ต้องทำหลังจากปัสสาวะรดที่นอนแล้ว ซึ่งเป็นวิธีที่อาจทำให้ลูกรู้สึกดีขึ้นที่มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือและคืนใดที่ลูกไม่ปัสสาวะรดที่นอน ควรชมเชยลูกด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเด็กจะหยุดปัสสาวะรดที่นอนได้เอง แต่บางครั้งก็ต้องการความช่วยเหลือ ในบางกรณี การปัสสาวะรดที่นอนอาจเป็นสัญญาณของอาการเจ็บป่วยซึ่งต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ ให้นำเด็กไปพบแพทย์เมื่อมีอาการดังต่อไปนี้:

  1. เด็กมีอายุเกิน 6 หรือ 7 ปี แต่ยังคงปัสสาวะรดที่นอน
  2. เด็กกลับมาปัสสาวะรดที่นอนอีก หลังจากที่หยุดไปแล้วเกิน 6 เดือน
  3. มีอาการแสบขัดเมื่อปัสสาวะ ปัสสาวะมีสีชมพูปนอยู่ กระหายน้ำมากกว่าปกติ และมีอาการกรน

แหล่งข้อมูล:

  1. Bedwetting http://kidshealth.org/parent/general/sleep/enuresis.html?tracking=P_RelatedArticle [April 21, 2014]
  2. Enuresis (Bed Wetting) http://www.med.umich.edu/yourchild/topics/enuresis.htm [April 21, 2014]
  3. Bed-wetting http://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/bed-wetting/basics/causes/con-20015089 [April 21, 2014]

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน