หน้าหลัก » บทความ » งานอดิเรกสำหรับเด็กปฐมวัย (Hobbies for Young Children)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

งานอดิเรกสำหรับเด็กปฐมวัย

งานอดิเรกสำหรับเด็กปฐมวัย (Hobbies for Young Children) หมายถึง กิจกรรมที่เด็กทำในยามว่าง ทั้งขณะอยู่ที่โรงเรียนและอยู่ที่บ้าน เป็นสิ่งที่เด็กสนใจ พึงพอใจ อยากทำ ซึ่งงานอดิเรกสำหรับเด็กปฐมวัย จะต่อยอดความสนใจมาจากสิ่งที่เด็กได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ จากหน่วยหรือหัวเรื่องที่เด็กได้เรียนรู้ในโรงเรียน และเด็กมีความสนใจอยากทำสิ่งนั้นเพิ่ม เติม เป็นการขยายประสบการณ์ที่กว้างขวางให้กับเด็ก และส่วนใหญ่กิจกรรมที่เป็นงานอดิเรกนั้น เป็นเรื่องของการเล่น เช่น การประดิษฐ์รถลากจูงหลังจากเด็กเรียนรู้เรื่องยานพาหนะ การประดิษฐ์กล่องใส่เครื่องเขียนจากเศษวัสดุหลังจากเรียนรู้หน่วยขยะ เป็นต้น งานอดิเรกจึงเน้นที่ความสนใจและความสนุกสนานเป็นหลัก มากกว่าที่จะได้ผลตอบแทนทางการเงินหรือสิ่งแลกเปลี่ยน งานอดิเรกมักจะเพิ่มพูนทักษะ ความรู้ และประสบการณ์ในด้านต่างๆ แต่จุดมุ่งหมายของการทำคือ ความพึงพอใจ สำหรับงานอดิเรกนั้นแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

  • งานอดิเรกประเภทสะสม เช่น การสะสมแสตมป์ การสะสมดอกไม้ หรือสิ่งของต่างๆที่ตนพึงพอใจ
  • งานอดิเรกประเภทสร้างสรรค์ประดิษฐ์ เป็นงานประเภทประดิษฐ์หรือตกแต่ง เช่น
    • งานประดิษฐ์ของเล่น อาทิ ตุ๊กตา หุ่นมือต่างๆ รถลาก
    • การประดิษฐ์ของใช้ เช่น การประดิษฐ์กล่องใส่เครื่องเขียน การประดิษฐ์เข็มกลัดเสื้อ ฯลฯ
  • งานอดิเรกอื่นๆ เป็นงานอดิเรกที่นอกเหนือจากกิจกรรมการสะสมและการประดิษฐ์ เช่น การเล่นกีฬา การอ่านหนัง สือ การเล่นดนตรี การออกกำลังกาย การปลูกต้นไม้ กิจกรรมนันทนาการต่างๆ เป็นต้น

งานอดิเรกที่เด็กทำ นอกจากจะส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้ถึงคุณค่าของการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์สูงสุดแล้ว ยังพัฒนาเด็กให้มีพัฒนาการทั้ง 4 ด้านได้อีกด้วย

งานอดิเรกมีความสำคัญอย่างไร?

สำหรับเด็กปฐมวัย งานอดิเรก เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เด็กได้รับประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และสติปัญญา โดยเฉพาะการฝึกประสบการณ์สำคัญในเรื่องของเวลา อันเป็นพัฒนาการทางด้านสติปัญ ญา ซึ่งหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2546 ได้ระบุว่า ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา ได้แก่ ประสบการณ์ด้านการคิด ด้านการใช้ภาษา ด้านการสังเกต การจำแนก และการเปรียบเทียบ ด้านจำนวน ด้านมิติสัมพันธ์ และด้านเวลา ซึ่งในด้านของเวลานั้น จะมุ่งให้เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเริ่มต้น และการหยุดของการกระทำโดยสัญญาณ เช่น

  • การเคาะจังหวะเพื่อให้เด็กเคลื่อนไหว การเคาะจังหวะเพื่อให้เด็กหยุดเคลื่อนไหว
  • การที่ครูใช้มือมาแตะที่ปาก เพื่อให้เด็กรู้ว่าต้องเงียบเสียง
  • หรือการใช้สัญลักษณ์หรือท่าทางอื่นที่เป็นการตกลง เพื่อให้เด็กรู้ว่าจะทำหรือไม่ทำสิ่งใด จะหยุดหรือจะเริ่มกิจกรรมใด บ้าง
  • การเปรียบเทียบเวลา เช่น ตอนเช้า ตอนเที่ยง ตอนเย็น เมื่อวานนี้ วันนี้ พรุ่งนี้
  • การเรียงลำดับเหตุการณ์ต่างๆ
  • ตลอดจนการเรียนรู้เกี่ยวกับฤดูกาล

นอกจากจะสอนให้เด็กปฐมวัยเรียนรู้เวลาว่า ในแต่ละวันจะต้องปฏิบัติกิจวัตรประจำวันอะไรบ้าง ขณะอยู่ที่โรงเรียนต้องทำกิจกรรมประจำวันตามตารางกิจกรรมประจำวัน เป็นการเรียนรู้อะไรบ้าง ครูปฐมวัยยังต้องสอนให้เด็กเรียนรู้เกี่ยวกับคุณค่าของเวลา การใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ไม่ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปโดยไร้ประโยชน์ นั่นคือ การสอนให้เด็กรู้จักการทำกิจ กรรมยามว่าง หรือที่เรียกว่างานอดิเรก ซึ่งในการสอนให้เด็กปฐมวัยทำงานอดิเรกนั้น ครูจะคำนึงถึงพัฒนาการ ความ สามารถ ความสนใจ ความต้องการ และความเหมาะสม กับสภาพสังคม ขนบธรรมเนียมประเพณี หรือบริบทของเด็กในแต่ละท้องถิ่น

เป็นที่ทราบกันดีว่าการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยส่วนใหญ่ผ่านกิจกรรมการเล่น และเช่นเดียวกันกับการเปิดโอกาสให้เด็กทำงานอดิเรกที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเล่น จะทำให้เด็กมีความสนใจมากกว่ากิจกรรมอื่นๆ ในเด็กปฐมวัย การเล่นเป็นสื่อที่จำเป็น และเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตในเด็กปฐมวัยเช่นเดียวกับการกิน และการนอน เด็กจะรู้จักการเล่นตั้งแต่ยังเล็ก และถ้าเราไม่ให้เด็กเล่น จะเป็นการขัดขวางพัฒนาการของเด็ก ไม่ว่าอยู่ในสถานการณ์ใดตั้งแต่ตื่นจนหลับ เด็กจะหาวิธีการเล่น และเล่นบางครั้งไม่มีของเล่น เด็กก็จะคิดประดิษฐ์เครื่องเล่นเอาเอง พิอาเจท์ (Piaget) กล่าวว่า การเล่นต่างๆของเด็ก คือ กิจกรรมที่ทำให้เด็กเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งแวดล้อมในโลกได้อย่างสมบูรณ์ เขาเชื่อว่า การเล่นจะเป็นการพัฒนาด้านสติปัญญา และเด็กปฐมวัยจะมีพัฒนาการการเล่นจากที่ไม่มีรูปแบบไปสู่การเล่นแบบมีกฎเกณฑ์ หรือมีข้อตกลงร่วมกันในการเล่น ดังนั้น การเล่นถือเป็นกิจกรรมหรือประสบการณ์ต่างๆที่เด็กได้รับ ทำให้เด็กเกิดความสนุกสนาน มีความสุข และพอใจกับการได้กระทำกิจกรรมนั้นๆ ซึ่งจะส่งผลให้เด็กได้รับการพัฒนาทั้งทางด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์จิตใจ และสังคม ซึ่งสอด คล้องกับมอริสัน ( Morrison) ที่กล่าวว่า เด็กจะเรียนรู้จากการเล่น และการเล่นเป็นกิจกรรมส่วนใหญ่ของวัยเด็ก กิจกรรมการเล่นมีผลต่อพัฒนาการของเด็ก โดยจะช่วยให้เด็กได้เรียนรู้ความคิดรวบยอดและสิ่งต่างๆ พัฒนาทักษะทางสังคม ทักษะทางร่างกาย ควบคุมสถานการณ์ของชีวิต ฝึกกระบวนการทางภาษา พัฒนาทักษะในการรู้หนังสือ พัฒนาความภาคภูมิใจในตนเอง เตรียมการเพื่อบทบาทและชีวิตของผู้ใหญ่ ดังนั้นการให้เด็กปฐมวัยรู้จักทำกิจกรรมที่เป็นงานอดิเรกที่เป็นการเล่น จึงมีความเหมาะสมสอดคล้องกับลักษณะการเรียนรู้และธรรมชาติของเด็กปฐมวัย เป็นกิจกรรมที่จะผ่อนคลายความตึงเครียด ช่วยให้เด็กเกิดความสนุกสนาน เพลิดเพลิน มีอารมณ์เบิกบานแจ่มใส ตลอดจนช่วยเสริมสร้างสุขภาพพลานามัยที่ดีให้แก่เด็กได้

งานอดิเรกมีประโยชน์ต่อเด็กปฐมวัยอย่างไร?

งานอดิเรกเป็นกิจกรรมที่ทำในยามว่างตามความสนใจและความถนัดของแต่ละบุคคล เป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์สำหรับประโยชน์และคุณค่าของการส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยรู้จักทำงานงานอดิเรกมีดังต่อไปนี้

  • ส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เรื่องเวลา ซึ่งนอกจากเด็กจะเรียนรู้ว่าในแต่ละวันต้องปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน ตั้ง แต่เช้าจนถึงเย็นว่าต้องทำอะไรบ้างแล้ว ทั้งที่เป็นกิจวัตรประจำวันทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน รวมถึงกิจกรรมประจำวันตามตา รางกิจกรรมประจำวันที่โรงเรียนจัดให้ ได้แก่ กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ กิจกรรมเสริมประสบการณ์ กิจกรรมสร้าง สรรค์ กิจกรรมเสรี กิจกรรมกลางแจ้ง และเกมการศึกษา นอกจากเด็กจะได้ทำกิจกรรมหลักต่างๆดังที่กล่าวมาแล้ว ในแต่ละวันยังมีช่วงเวลาที่เป็นโอกาสของเด็กที่จะได้ทำสิ่งต่างๆตามความสนใจและความต้องการของเด็ก เช่น
  • ถ้าอยู่ที่โรงเรียน เด็กจะมีเวลาว่างในช่วงกลางวันก่อนนอนหลับพักผ่อนที่โรงเรียน เวลาว่างหลังจากตื่นนอนก่อนเตรียมตัวกลับบ้าน เวลาว่างในช่วงที่รอผู้ปกครองมารับในตอนเย็น หรือ เวลาว่างในตอนเช้าที่มาถึงโรงเรียนก่อนเข้าแถวเคารพธงชาติ
  • ถ้าเป็นเวลาว่างที่บ้าน ก็จะเป็นช่วงเช้าหรือช่วงเย็นเมื่อกลับไปถึงบ้าน และวันหยุดในช่วงวันเสาร์ วันอาทิตย์

    ช่วงเวลาที่เด็กมีอิสระในการคิดที่จะสร้างสรรค์สิ่งต่างๆด้วยตนเองเหล่านี้ ถ้าครูและผู้ปกครองได้ส่งเสริมให้เด็กได้ทำกิจ กรรมที่เป็นงานอดิเรก จะเป็นการช่วยส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้คุณค่าของเวลา การใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ อีกทั้งยังช่วยแก้ ปัญหาเด็กที่สนใจไปเล่นเกมคอมพิวเตอร์หรือเกมออนไลน์ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ จะทำให้เด็กมีโอกาสที่เสี่ยงต่อพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ได้ เช่น พฤติกรรมก้าวร้าวจากเนื้อหาหรือรูปแบบของเกมที่เน้นการเอาชนะหรือการแข่งขัน และการทำลาย อีกทั้งยังทำให้เด็กไม่สนใจกิจกรรมอื่นๆที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการอย่างรอบด้านได้ อันจะนำไปสู่การพัฒนาการของเด็กในด้านต่างๆที่ไม่มีความสมดุล และมีความชะงักงันได้

  • ส่งเสริมพฤติกรรมความมีวินัยในตนเองให้กับเด็กปฐมวัย โดยเฉพาะวินัยในด้านควบคุมและกำกับตนของเด็ก (Self-Regulation) เนื่องจากกิจกรรมที่เป็นงานอดิเรกเป็นสิ่งที่เด็กสนใจอยากทำ มีความถนัด ดังนั้น เด็กจึงตั้งใจทำและต้อง การให้สิ่งที่ทำมีความสำเร็จ ไม่มีเวลาไปทำสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ จึงช่วยให้เด็กเป็นผู้มีระเบียบวินัย สามารถกำกับตนเองในเรื่องการใช้เวลาได้ นอกจากนี้ความมีวินัยด้านความรับผิดชอบก็จะเกิดขึ้นกับเด็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากถ้าเด็กมีความต้องการและสนใจที่จะทำสิ่งใดตามที่ต้องการแล้ว งานนั้นก็จะมีความสำเร็จ เป็นการตอบสนองต่อความมีวินัยด้านความรับ ผิดชอบให้กับเด็กปฐมวัยได้
  • ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็กปฐมวัย งานอดิเรกสำหรับเด็กปฐมวัยเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการเล่น และการประดิษฐ์ เช่น การประดิษฐ์ของเล่นที่เด็กชื่นชอบจากกิจกรรมที่ครูจัดให้ในกิจกรรมสร้างสรรค์ และเด็กสนใจอยากจะสร้าง สรรค์ต่อที่เพิ่มเติม ทำให้ผลงานการประดิษฐ์มีความหลากหลายมากขึ้น อันเป็นการสะท้อนถึงการพัฒนาด้านความคิดสร้าง สรรค์ เช่น เมื่อครูจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ให้เด็กรู้จักประดิษฐ์รถลากในกิจกรรมหน่วยยานพาหนะ และได้เตรียมสื่อวัสดุอุป กรณ์ต่างๆที่ให้เด็กคิดสร้างสรรค์เป็นรถลาก ในขณะที่เด็กทำกิจกรรมการประดิษฐ์รถลากนั้น อาจจะมีเด็กบางคนมีความสน ใจที่จะสร้างรถลากจากวัสดุอุปกรณ์ที่นอกเหนือจากสิ่งที่ครูเตรียมไว้ให้ก็ได้ และเด็กเหล่านั้นจะไปเพิ่มเติมหรือคิดหาวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ประดิษฐ์รถลากที่แตกต่างออกไป จึงเป็นการให้เด็กได้ใช้เวลาที่นอกเหนือจากกิจกรรมประจำวันไปทำเพิ่มเติมซึ่งถือว่าเป็นงานอดิเรกที่เหมาะสมสำหรับเด็กปฐมวัย
  • ส่งเสริมพัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจให้กับเด็กปฐมวัย ตามที่ได้กล่าวมาแล้วว่า งานอดิเรกเป็นกิจกรรมที่ทำตามความสนใจ และความต้องการของแต่ละบุคคล เป็นเรื่องของการทำกิจกรรมที่เน้นความผ่อนคลายทางอารมณ์ เมื่อทำแล้ว จะสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ที่ทำงานอดิเรกนั้นๆ เช่นเดียวกันกับงานอดิเรกสำหรับเด็กปฐมวัยที่เน้นเรื่องของการเล่น ซึ่งถือว่าการเล่นเป็นการเรียนรู้ของเด็กในระดับนี้ และเป็นสิ่งที่ตอบสนองต่อธรรมชาติของเด็กในด้านอารมณ์และความรู้ สึกได้เป็นอย่างดี เช่น การประดิษฐ์ของเล่นต่างๆที่เด็กชอบ การละเล่นต่างๆที่เด็กสนใจอยากเล่น อาทิ การละเล่นพื้นบ้านแบบไทย เป็นต้น
  • ส่งเสริมพัฒนาการด้านสังคมให้กับเด็กปฐมวัย การให้เด็กปฐมวัยทำงานอดิเรก ในบางครั้งอาจเป็นกิจกรรมที่เด็กมีโอกาสทำร่วมกันเป็นกลุ่ม ที่จะต้องมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันในการใช้วัสดุอุปกรณ์ การแลกเปลี่ยนความคิด การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การแก้ปัญหาร่วมกัน ซึ่งกระบวนการต่างๆเหล่านี้เป็นเรื่องของการส่งเสริมการทำงานเป็นกลุ่ม และนำไปสู่การส่งเสริมพฤติกรรมความร่วมมือ อันเป็นคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของพัฒนาการด้านสังคม
  • ส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกายให้กับเด็กปฐมวัย งานอดิเรกเป็นเรื่องของการสร้างสรรค์ การประดิษฐ์ กระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้ออกมาเป็นผลผลิตหรือการสร้างสรรค์ชิ้นงาน เช่น การประดิษฐ์ของเล่น การประดิษฐ์ตุ๊กตา การปลูกต้นไม้ การสะสมสิ่งของต่างๆเหล่านี้ ถือเป็นผลงานที่แสดงให้เห็นเป็นหลักฐาน การได้มาซึ่งผลผลิตดังกล่าว เด็กปฐมวัยต้องลงมือกระทำด้วยการใช้อวัยวะต่างๆของร่างกายในการสร้างสรรค์ เช่น การใช้การออกกำลังของกล้ามเนื้อแขน ขา มือ ซึ่งเป็นการส่งเสริมการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ การร้อย การนวด คลึงวัสดุ การเจาะรูล้อรถลาก เป็นการสร้างการประสานสัมพันธ์ระหว่างมือและตา เป็นการพัฒนากล้ามเนื้อเล็กให้กับเด็กปฐมวัย จึงเห็นได้ว่า งานอดิเรกจึงเป็นกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาด้านร่างกายให้กับเด็กปฐมวัยได้อย่างดี

ครูส่งเสริมให้เด็กทำงานอดิเรกที่โรงเรียนอย่างไร?

สำหรับการส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยทำงานอดิเรกที่โรงเรียน ถือเป็นการให้เด็กทำกิจกรรมที่เป็นการต่อยอดจากกิจกรรมที่จัดให้ตามตารางกิจกรรมประจำวันทั้ง 6 กิจกรรม และงานอดิเรกที่เป็นผลผลิตของเด็ก จะมีความสอดคล้องกับเรื่องหรือหน่วยการเรียนในแต่ละสัปดาห์ ดังนี้

  • งานอดิเรกประเภทการสะสม
    • อาจเป็นผลงานการเรียนรู้หน่วยดอกไม้ หลังจากเด็กเรียนรู้เรื่องดอกไม้ชนิดต่างๆแล้ว เด็กอาจมีความสนใจโดยการสะสมดอกไม้ชนิดต่างๆไว้ในสมุดสะสมก็ได้ หรือเด็กอาจจะนำดอกไม้ชนิดต่างๆไปใส่ไว้ในขวดเพื่อเก็บไว้ในมุมวิทยาศาสตร์ และเรียนรู้เรื่องกลิ่นของดอกไม้ชนิดต่างๆก็ได้
    • หรือการเรียนรู้ในหน่วยต้นไม้ เด็กอาจสร้างงานอดิเรกโดยการนำใบไม้ชนิดต่างๆมาทับสะสมไว้ในสมุดสะสม เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับลักษณะและโครงร่างของใบไม้ที่เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวหรือพืชใบเลี้ยงคู่ได้

      ซึ่งเป็นเรื่องราวของการเรียนด้านวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย นอกจากนี้การให้เด็กสะสมของต่างๆที่เป็นการเรียนรู้ต่อยอดจากหน่วยต่างๆ ก็สามารถทำได้ตามความเหมาะสม และอยู่ภายใต้การอำนวยความสะดวกของครู ในการส่งเสริมให้เด็กรู้จักสะสมสิ่งของต่างๆที่สอดคล้องกับหน่วยการเรียน

  • งานอดิเรกประเภทการประดิษฐ์ เป็นงานอดิเรกที่เป็นการสร้างสรรค์ชิ้นงานออกมาเป็นผลงาน เช่น การประดิษฐ์ของเล่น ตุ๊กตา ประดิษฐ์โมบาย การประดิษฐ์ของใช้ต่างๆที่สอดคล้องกับหัวเรื่องหรือหน่วยการเรียน เช่น
    • การประดิษฐ์รถลากจูงของเด็กในการเรียนหน่วยยานพาหนะ
    • การประดิษฐ์รองเท้าของเด็กจากการเรียนรู้หน่วยรองเท้า
    • การร้อยดอกไม้เป็นพวงมาลัยไปถวายพระเมื่อเรียนรู้เรื่องดอกไม้
    • การนำกล่องนมมาประดิษฐ์เป็นกล่องใส่เครื่องเขียน ประดิษฐ์เป็นหมวก หรือของใช้ต่างๆ เมื่อเรียนรู้เรื่องขยะ เป็นต้น
  • งานอดิเรกประเภทอื่นๆที่นอกเหนือจากประเภทดังกล่าวข้างต้น จะเน้นกิจกรรมที่ทำตามความสนใจ และเน้นการผ่อนคลาย เช่น การปลูกต้นไม้ของเด็กที่บ้านและที่โรงเรียนหลังจากเรียนรู้หน่วยต้นไม้ การอ่านหนังสือนิทานของเด็กในยามว่างหลังจากครูเล่านิทานให้ฟัง ความสนใจที่จะเล่นพื้นบ้านของไทยชนิดอื่นๆ เมื่อครูจัดกิจกรรมการละเล่นมอญซ่อนผ้าให้กับเด็ก ในกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น การสนใจที่จะเล่นกาฟักไข่ การเล่นโยนห่วง การเล่นรีรีข้าวสาร เป็นต้น

พ่อแม่ ผู้ปกครองส่งเสริมให้ลูกทำงานอดิเรกที่บ้านได้อย่างไร?

พ่อแม่ ผู้ปกครองเป็นบุคคลที่มีความสำคัญที่ช่วยให้เด็กรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ จากการทำกิจกรรมที่เป็นงานอดิ เรกขณะอยู่ที่บ้าน

  • สำรวจความสนใจและความถนัดของเด็กว่า ต้องการทำอะไรที่เป็นงานอดิเรก ก็ควรจะส่งเสริมในด้านนั้น เช่น
    • ถ้าเห็นว่าลูกสนใจการประดิษฐ์ของเล่น ก็อาจจัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่เปิดโอกาสให้เด็กได้สร้างและประดิษฐ์ของเล่นของใช้ที่เป็นงานฝีมือของลูก
    • หรือหากสังเกตว่าเด็กชอบอ่านหรือเล่านิทาน ก็อาจจัดซื้อหาหนังสือภาพนิทานมาไว้ให้เด็กอ่านในยามว่าง
    • นอกจากนี้ถ้าเห็นว่าลูกสนใจการสะสมสิ่งของที่ลูกชอบ ก็ควรส่งเสริมให้เด็กมีการสะสมอย่างเป็นระบบ เช่น เด็กอาจสนในสะสมดอกไม้ ต้นไม้ ของเล่นหรือตุ๊กตาที่ใช้แล้ว

ทั้งนี้ไม่ว่าลูกจะสนใจที่จะทำงานอดิเรกประเภทใด พ่อแม่ผู้ปกครองควรส่งเสริมและให้กำลังใจ สนับสนุนช่วยเหลือให้เด็กได้รับความสำเร็จ จากงานที่เด็กสนใจที่จะทำนั้นๆ ก็จะเป็นการเสริมสร้างพัฒนาการของเด็กในด้านต่างๆ ให้เป็นไปตามวัยและเป็นการส่งเสริมคุณลักษณะที่พึงประสงค์ในด้านต่างๆได้

เกร็ดความรู้เพื่อครู

สำหรับบทบาทของครูในการส่งเสริมให้เด็กรู้จักทำกิจกรรมที่เป็นงานอดิเรก ควรเป็นการต่อยอดจากกิจกรรมที่จัดในหน่วยการเรียน และกระตุ้นให้เด็กคิดสร้างสรรค์งานอดิเรกที่มีความหมาย และเป็นการเชื่อมโยงการเรียนรู้ ทั้งนี้จะเป็นการสร้างความคิดรวบยอดในสิ่งที่เด็กได้เรียนรู้ ตามหน่วยการเรียนได้มั่นคงยิ่งขึ้น และครูควรเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติเรื่องการทำกิจกรรมที่เป็นงานอดิเรก และการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เนื่องจากพฤติกรรมการเลียนแบบจะเกิดขึ้นในช่วงปฐมวัยนี้ และถือว่าการเรียนรู้จากการเลียนแบบเป็นสิ่งที่สำคัญในกระบวนการเรียนรู้ในช่วง 0 -6 ปี

บรรณานุกรม

  1. เกษลดา มานะจุติ. (2529). เครื่องเล่นของเด็กก่อนวัยเรียน. เชียงใหม่ : สหวิทยาลัยล้านนา.
  2. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2547). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพฯ :โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  3. Morrison. (1995).Teaching in the early year. New Jersey: Prentice Hall.
  4. Piaget, J. (1971). Psychology and epistemology. New York: Grossman.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน