หน้าหลัก » Blogs » จากแท็บเล็ต สู่เทคโนโลยีการศึกษา (ตอนที่ 2 และตอนจบ)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ในช่วงปี ค.ศ. 1950 เริ่มมีการเรียนการสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์ (Computer-based training: CBT) อันเป็นจุดเริ่มต้นของการสอนหรือการฝึกอบรมผ่านทางเว็บไซต์ (Web-based training : WBT) ที่พบเห็นในปัจจุบันด้วย ในช่วงปี ค.ศ. 1980 – 1990 โรงเรียนหลายแห่ง เริ่มนำระบบการเรียนโดยใช้คอมพิวเตอร์ (Computer-based learning : CBL) มาใช้ในชั้นเรียน

การใช้การสื่อสารแบบดิจิตอลในการศึกษาเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นในช่วงกลางยุค ค.ศ. 1900 โดยเฉพาะการสอนผ่านเครือข่ายทั่วโลก (World Wide Web: WWW) หรือ อินเทอร์เน็ต และอีเมล การเรียนรู้แบบออนไลน์แบ่งออกเป็นสองแบบใหญ่ๆ แบบแรกคือ การสอนและการเรียนที่ใช้กันในยุคแรกๆ (CBT และ CBL) ซึ่งมุ่งไปที่ปฏิกิริยาโต้ตอบระหว่างเด็กกับระบบคอมพิวเตอร์ผ่าน WWW เป็นการที่เด็กเรียนรู้ด้วยตนเองเป็นรายบุคคล (Individual)

ส่วนแบบที่สองนั้นเป็นการเรียนรู้แบบออนไลน์ที่ใช้กันในยุคปัจจุบันเรียกกันว่า การติดต่อสื่อสารหรือการโต้ตอบปฏิสัมพันธ์ผ่านคอมพิวเตอร์ (Computer-mediated communication: CMC) ซึ่งเป็นการเรียนการสอนที่เน้นการสื่อสารระหว่างครูและเด็กโดยมีคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือในการสื่อสารด้วย

กล่าวโดยสรุปก็คือ ความแตกต่างของการเรียนรู้ทั้งสองแบบอยู่ที่ว่า CBT หรือ CBL นั้นผู้เรียน จะเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านคอมพิวเตอร์ ในขณะที่การ CMC นั้นมีการปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูกับเด็กโดยใช้คอมพิวเตอร์เป็นสื่อกลาง และมีการนำกิจกรรมต่างๆ มาใช้ประกอบการเรียนการสอนด้วย

นอกเหนือไปจากการพัฒนาคุณภาพการเรียนในชั้นเรียน การเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยียังเป็นส่วนสำคัญสำหรับการสอนแบบทางไกล (Distance teaching) ในขณะที่การสอนแบบทั่วไปยังใช้กระดาษในการจดบันทึกสิ่งต่างๆ การเรียนการสอนแบบทางไกลได้เริ่มใช้การสอนโดยผ่านการส่งข้อความแบบดิจิตอล และการประชุมผ่านวีดิทัศน์ (Video) ออนไลน์แล้ว

ข้อดีของการใช้เทคโนโลยีการศึกษา ในการเรียนการสอน อย่างที่รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการได้กล่าวไว้บ้างแล้ว ก็คือ

  • ทำให้เด็กเข้าถึงรายละเอียดและของเนื้อหาลักสูตรได้ง่ายกว่า โดยผู้สอนสามารถโพสต์ข้อมูลและเนื้หาต่างๆ ผ่านเว็บไซต์ได้ ซึ่งหมายถึงว่าเด็กจะสามารถเข้าถึงข้อมูลการเรียนจากที่ไหนก็ได้และในเวลาใดก็ได้ โดยใช้เวลาไม่นานด้วย
  • ทำให้เด็กมีแรงกระตุ้นในการเรียนมากขึ้น จากการศึกษาของ James Kulik นักวิจัยด้านการศึกษา พบว่า เมื่อมีการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการเรียน เด็กจะได้เรียนรู้เนื้อหาในการเรียนมากขึ้นในเวลาที่น้อยลง และมีแนวโน้มที่จะทัศนคติที่ดีต่อการใช้คอมพิวเตอร์ด้วย ที่สำคัญ คือ เด็กจะมีแรงกระตุ้นในการเรียนรู้หากได้เรียนในสิ่งที่พวกเขาสนใจ ซึ่งครูสามารถใช้เทคโนโลยีต่างๆ ช่วยกระตุ้นความสนใจของเด็กได้
  • ทำให้ขยายการเรียนรู้ได้มากกว่า การเข้าถึงเทคโนโลยีที่มากขึ้นทำให้เด็กสามารถเข้าถึงเนื้อหาของหลักสูตรออนไลน์ต่างๆได้มากขึ้นด้วยเช่นกัน นอกจากนั้น เด็กยังสามารถใช้เทคโนโลยีต่างๆ ในการช่วยทำการบ้าน ผ่านเครือข่ายสังคม (Social media) และอีเมล รวมถึงเล่นเกมการศึกษาต่างๆ ด้วย

แหล่งข้อมูล

  1. แท็บเล็ตการศึกษาไปถึงไหน ...อ่าน! - http://www.dailynews.co.th/education/228920 [2013, October 29].
  2. ศธ.เร่งวางแผนทำไอทีเพื่อการศึกษา - http://www.dailynews.co.th/education/228757 [2013, October 29].
  3. Educational technology - http://en.wikipedia.org/wiki/Educational_technology [2013, October 29].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน