หน้าหลัก » Blogs » จิตวิทยาเด็ก - จากในครรภ์สู่ปฐมวัย ตอนที่ 12 : พัฒนาการประสาทสัมผัส (2)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


จากผลของ “วิวัฒนาการ” (Evolution) ความสามารถ แนวโน้ม และลักษณะพิเศษ (Characteristics) ของคนจะเหมือนกันทั่วโลก (Universal) อย่างไรก็ตาม หลายๆ ส่วนของการเจริญเติบโต (Maturation) ของทารก จะขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมที่กำหนดว่า พ่อแม่อุ้ม (Hold) สัมผัส (Touch) ป้อน [อาหาร] (Feed) และพูด (Talk) กับลูกอย่างไร

ในการเลี้ยงดู พ่อแม่จำเป็นต้องเรียนรู้และเข้าใจปฏิกิริยาสนองตอบการเคลื่อนไหว (Motor reflux) ของทารกตั้งแต่วัยแรกเกิด ซึ่งเป็นพฤติกรรมอัตโนมัติที่จำเป็นต้องมีเพื่อชีวิตที่อยู่รอด ปฏิกิริยาสนองตอบบางอย่าง จะเลือนหายไปเมื่อทารกเติบโตขึ้น แต่บางอย่างก็ยังคงอยู่ อาทิ การกระตุกของเข่า (Knee-jerk) การกระพริบตา (Eye-brink) และการจาม (Sneeze)

ทารกมักเริ่มจากการไขว่คว้า (Grasp) นิ้วมือแม่ที่วางบนฝ่ามือลูก แล้วกำแน่น เขาจะหันศีรษะไปยังทิศทางที่มือแม่มาสัมผัสที่แก้ม หรือมุมปาก แล้วค้นหา (Search) สิ่งที่จะใช้ปากดูดได้ อาทิหัวนม (Nipple) หรือนิ้วมือ ซึ่งเป็นปฏิกิริยาสนองตอบขั้นพื้นฐาน (Rooting) ที่ทำให้ทารกสามารถค้นหาเต้านมของแม่ หรือขวดนม ได้

นอกจากนี้ ทารกยังพัฒนาประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้แก่ การมองเห็น (See) การได้ยิน (Hear) การแตะต้อง (Touch) การดม (Smell) และการลิ้มรส (Taste) ตลอดจนความสามารถในการเปรียบเทียบความแตกต่าง (Contrast) เงา (Shadow) และขอบ (Edge) ทำให้เขาสามารถแยกแยะความแตกต่างได้ทันที ระหว่างแม่หรือคนแปลกหน้า จากกลิ่น เสียง หรือการเห็น

ในสหรัฐอเมริกา ทารกได้รับการคาดหวังว่า จะเข้านอนต่อเนื่องกันวันละ 8 ชั่วโมง ทุกๆ คืน เมื่อมีอายุได้ 4 - 5 เดือน หลักหมุด (Milestone) นี้ถือเป็นสัญญาณของการเจริญเติบโตของประสาท (Neurological maturity) แม้ว่าทารกจำนวนมากต้องรอคอยสักพักหนึ่ง เมื่อพ่อแม่วางเขาบนเตียงนอนแบบเป็นคอก (Crib) และออกจากห้องนอนไป ก่อนที่จะหลับผล็อยไปเอง

ในสังคมของอินเดียนแดงเผ่ามายัน (Mayan) ในเม็กซิโก ชนบทในอิตาลี หมู่บ้านในอัฟริกา หมู่บ้าน “ราชบุตร (Rajput) ในอินเดีย และชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในเมือง (Urban) [ซึ่งน่าจะรวมทั้งสังคมไทยด้วย] สภาพความขัดแย้ง (Clash) ทุกคืนระหว่างลูกกับพ่อแม่เช่นนี้ มักไม่เกิดขึ้น เพราะทารกจะนอนอยู่กับแม่ทุกคืนเป็นเวลา 1 ถึง 2 ปี โดยจะตื่นนอนขึ้นมาดูดนมทุกๆ 4 ชั่วโมง จนโต

ความแตกต่างในการจัดแจงเรื่องการนอนในทารกทุกคืน สะท้อนถึงการให้ “ค่านิยม” (Value) ของพ่อแม่ ในวัฒนธรรมที่ต่างกัน ในชุมชนที่ให้ความใกล้ชิด (Close-knit) พ่อแม่เชื่อว่า เป็นความจำเป็นที่จะต้องนอนกับทารกน้อย เพื่อสร้างความผูกพัน (Bond) แต่พ่อแม่ชาวอเมริกัน เชื่อว่าเขาจำเป็นต้องบ่มเพาะ (Foster) การพึ่งพาตนเอง (Independence) ทันทีที่เป็นไปได้

แหล่งข้อมูล-

  1. Wade, Carole & Carol Tavris. (2008). Invitation to Psychology (4th Ed). Upper Saddle River, NJ : Pearson Education.
  2. Plotnik, Rod. (2002). Introduction to Psychology (6th Ed). Pacific Grove, CA: Wadsworth -Thompson Learning.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน